5 เทคนิคปลุกพลังใจ

5 เทคนิคปลุกพลังใจ ปลดล็อคภาวะจิตตกให้หมดไปในยุคโควิด

ภาวะจิตตก หรือช่วงเวลาที่หัวใจเต็มไปด้วยความรู้สึกลบ ๆ อาทิ โกรธ หงุดหงิด ผิดหวัง เสียใจ เหงา รำคาญ ฯลฯ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน ยิ่งสถานการณ์ โควิด แบบนี้ ยิ่งเพิ่มโอกาสให้ชีวิตตกอยู่ในภาวะจิตตกได้ง่ายมากขึ้น เพราะอาจถูกปัญหารุมเร้ารอบด้านพร้อมกันได้ ทั้งงาน เงิน รวมถึงความสัมพันธ์ ซึ่งหากเราปล่อยให้ความรู้สึกลบๆ ความรู้สึกผิด ความรู้สึกโทษตัวเองว่ากำลังเดินหลงทาง และ ตัวเองไม่มีคุณค่ายังคงอยู่ต่อไป ก็มีแต่จะทำให้ใจยิ่งเจ็บ เหมือนเรากำลังกำคมมีดอยู่ในมือ ที่ยิ่งบีบแรงเท่าไร เลือกก็ยิ่งไหล เราก็ยิ่งเจ็บมากขึ้นเท่านั้น

ดังนั้น เพื่อให้เรากลับมามีชีวิตที่สดใส มีกำลังใจ และก้าวต่อไปสู่เป้าหมายได้ดังเดิม การปลดล็อคตัวเองจากภาวะจิตตก จึงเป็นสิ่งที่ต้องทำให้ได้ โดย 5 เทคนิคในการปลุกพลัง ให้หัวใจของเรารับมือกับภาวะจิตตกในช่วง โควิด นั้น มีดังต่อไปนี้

1.บอกลาอารมณ์ลบ ๆ ทิ้งไป

ไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าหัวใจจะเกิดความรู้สึกลบ ๆ ขึ้นมา แต่ถ้าเราต้องการก้าวเดินต่อไปข้างหน้า ไปสู่ความสำเร็จได้อย่างที่ฝันไว้ล่ะก็ เราต้องบอกลาตัวเองจากอารมณ์จิตตกทั้งหลายไปให้ได้เร็วที่สุด เพราะหากใจยังถูกอารมณ์ลบ ๆ ฉุดรั้งอยู่ เราก็จะหมดไฟ และทำอะไรต่อไม่ได้ ซึ่งสำหรับคนที่จะประสบความสำเร็จได้นั้น ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่เคยคิดลบ แต่พวกเขาคือคนที่สามารถเปลี่ยนอารมณ์ตัวเองได้อย่างรวดเร็ว ไม่กักขังตัวเองอยู่กับอารมณ์ลบ ๆ ยาวนานเกินไป

 2.ชำระล้างสิ่งที่อยู่ข้างในใจ

การบอกลาอารมณ์ลบ ๆ บอกให้ตัวเราเองเลิกจิตตกนั้น จะทำได้แบบเด็ดขาดแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับว่าเรา Clean Up The Mess หรือทำความสะอาดชำระล้างสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจได้มากเพียงใด ไม่ว่าเรื่องอะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้ใจขุ่นข้อง เราจะต้อง Detox Yourself เอาพลังลบ ๆ ที่อยู่ข้างในออกให้หมดโดยเร็วที่สุด

ข่าวอะไรที่ทำให้เศร้า ทำให้โกรธ หงุดหงิด ไม่ได้ทำให้ชีวิตดีขึ้น เราต้องตัดมันออก ต้องไม่คิดถึง ไม่ดู ไม่สืบหา โดยแรก ๆ ถ้ารู้สึกว่ายากเกินไป ก็อาจค่อย ๆ ตั้งเวลา 5 นาทีต่อวัน คือ คิดถึงแค่ 5 นาที ดูมันแค่ 5 นาที แล้วหยุด เพื่อป้องกันไม่ให้จมอยู่กับอารมณ์ลบมากเกิน

3.โฟกัสกับเป้าหมายที่ต้องไปต่อ

Here and Now and How ค่อย ๆ ไตร่ตรองให้ดีว่า ที่นี่ ตอนนี้ สิ่งที่เรากำลังรู้สึกอยู่คืออะไร แล้วโฟกัสไปถึงเป้าหมายของเรา สิ่งที่เราอยากเป็น อยากทำให้ได้ จะทำให้เรามองเห็นว่า ต้องทำอย่างไรต่อจึงจะก้าวต่อไปได้ ซึ่งคำตอบแรกที่จะพบก็คือ ต้องสลัดตัวเองออกจากอารมณ์ลบให้ได้เร็วที่สุดก่อน

การโฟกัสกับเป้าหมายที่เราต้องการ จะทำให้เกิดพลังผลักดันในด้านบวก และดึงเราออกจากอารมณ์ลบได้ดีขึ้น เหมือนกับแว่นขยายที่เวลาแดดออกแรง ๆ เราเอาไปวางที่สนามก็จะมีพลังทำให้เกิดเป็นไฟลุกขึ้นมาได้ แต่กลับกันหากเราโฟกัสที่อารมณ์ลบ ๆ ก็จะยิ่งเกิดพลังด้านลบรุนแรงขึ้นจนทำให้ต้องเจ็บปวดมากขึ้น

4.ใส่พลังดีๆ ให้ตัวเอง

โอบกอดตัวเองด้วยความรู้สึกรักตัวเองให้มาก ๆ ในทุกๆ วัน หาเวลาให้เราได้รักตัวเองให้ได้มากที่สุด ด้วยการคิดถึงสิ่งที่ดี  ๆ คนดี ๆ ช่วงเวลาดี ๆ ที่เราประสบความสำเร็จ คิดถึงเวลาที่เราอยู่กับคนที่รัก คิดถึงสถานที่ที่ชอบ กิจกรรมที่ทำแล้วมีความสุข พาตัวเองไปเที่ยว ไปทานของอร่อยที่ทำให้เรายิ้มได้ อะไรที่ทำแล้วรู้สึกดี หรือทำแล้วมีคนชื่นชมเรา จงใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับสิ่งเหล่านั้น กระบวนการนี้เรียกว่า Self-loving Energy หรือการเติมพลังแห่งความรักตัวเอง ซึ่งยิ่งเราทำได้มากเท่าไร ความรู้สึกลบภายในใจ ก็จะค่อย ๆ เลือนหายไปเร็วขึ้น

5.เขียนสิ่งดี ๆ ออกมาจากความรู้สึก

Write it all down on a piece of paper เขียนสิ่งดี ๆ สิ่งที่เป็นเป้าหมายของเราลงบนกระดาษ หรือจะเป็น Note ในไอแพด ในมือถือก็ได้ วิธีการเขียนความรุ้สึกหรือเป้าหมายนี้ จะช่วยทำให้เราแยะแยะอารมณ์ลบ ๆ ออกจากสิ่งดี ๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น คือ เมื่อเราต้องเขียนสิ่งดี ๆ เขียนสิ่งที่เป็นเป้าหมายออกมา จะเหมือนกับเป็นการบังคับให้เราหยุดคิดลบไปด้วยพร้อม ๆ กัน ซึ่งเป็นหนึ่งในเทคนิคขจัดความรู้สึกแย่ ๆ ที่คนเก่ง และคนประสบความสำเร็จนิยมใช้มากที่สุด เพราะทำได้ง่าย ๆ และได้ผลจริง

แม้สถานการณ์โควิดจะรุนแรงแค่ไหน แต่ก็ไม่มีอะไรจะทำร้ายชีวิตเราได้รุนแรงเท่ากับอารมณ์ลบ ๆ ของตัวเราเองอีกแล้ว เพราะถึงจะตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่ แต่เราก็ยังมีหนึ่งทางเลือกเสมอ นั่นคือการเลือกทำให้ตัวเองมีพลังลุกขึ้นสู้ ลุกขึ้นมาสร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ชีวิตกลับมามีความสุขและยิ้มได้อีกครั้ง โดยแม้อาจลุกขึ้นไม่ได้เลยแบบแข็งแรงในทันที แต่เพียงแค่ค่อย ๆ ลุกขึ้นมาทีละก้าว ลุกขึ้นมาทานกาแฟ ทานอาหารที่ชอบ ลุกขึ้นมาทำสิ่งที่ชอบทีละนิด ไม่จมอยู่กับความเศร้าความท้อแท้

เพียงเท่านี้ก็ถือเป็นการสร้างจุดเปลี่ยน ทำให้เรารับมือกับภาวะจิตตกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้ว จนสุดท้ายเราก็จะลุกขึ้นสู้ได้อย่างเต็มตัว พาตัวเองขึ้นจากจุดย่ำแย่ไปสู่จุดเป้าหมายที่ฝันได้สำเร็จด้วยดี เหมือนกับไม้กระดานกระโดดที่สระว่ายน้ำ ที่เราเหยียบลงไปลึกมากเท่าไร ก็จะสามารถพลิกคืนกลับมากระโดดสูงได้ไกลมากขึ้นเท่านั้น

บทความที่เกี่ยวข้อง