<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สหรัฐอเมริกา Archives - Panjit Consulting</title>
	<atom:link href="https://panjitconsulting.com/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://panjitconsulting.com/tag/สหรัฐอเมริกา/</link>
	<description>LIVE LIFE INSPIRED , HELP PEOPLE EXCEL</description>
	<lastBuildDate>Fri, 03 Sep 2021 12:40:20 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.2</generator>

<image>
	<url>https://panjitconsulting.com/wp-content/uploads/2021/07/cropped-Presentation17-removebg-e1629180822527-32x32.png</url>
	<title>สหรัฐอเมริกา Archives - Panjit Consulting</title>
	<link>https://panjitconsulting.com/tag/สหรัฐอเมริกา/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ปรากฏการณ์ลาออกครั้งใหญ่ ปัญหาโลกยุคใหม่ที่ทุกธุรกิจควรรู้เท่าทัน</title>
		<link>https://panjitconsulting.com/resign/</link>
					<comments>https://panjitconsulting.com/resign/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Aumnuay]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Sep 2021 00:00:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Work From Home]]></category>
		<category><![CDATA[การแพร่ระบาด]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[ลาออก]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อไวรัส]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://panjit.co/?p=703</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ได้ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ขึ้นในประวัติศาสตร์ของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีชื่อว่า “The Great Resignation” หรือ “การ ลาออก ครั้งใหญ่” โดยตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 ที่ผ่านมา แม้สภาพเศรษฐกิจจะดูเหมือนกระเตื้องฟื้นตัวขึ้น แต่ทว่าในความเป็นจริงแล้ว มีผู้คนได้ตัดสินใจ ลาออก เป็นจำนวนมากจากงานที่ทำอยู่ ซึ่งในความเป็นจริง ยิ่งเกิดวิกฤต พวกเขาน่าจะยิ่งไม่ควรปล่อยมือจากงานที่มั่นคงเลย โดยในเดือนเมษายน มีรายงานว่า แรงงานกว่า 4 ล้านคนในสหรัฐฯ ลาออกจากงาน ซึ่งคิดเป็นประมาณ 2.7% ของ Work Force ในอเมริกา และตามมาด้วยในเดือนพฤษภาคมอีกประมาณ 3.6 ล้านคน (แหล่งข้อมูลจาก MAGNIFYMONEY SURVEY) ซึ่งในระยะเวลาสั้น ๆ เพียงเท่านี้ เหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้คนตัดสินใจลาออกจากงานนั้น เป็นเพราะ 1.ติดใจการทำงานแบบ Work From Home วิกฤตโควิดทำให้ผู้คนเคยชินกับการทำงานแบบ Work From Home และ Work [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/resign/">ปรากฏการณ์ลาออกครั้งใหญ่ ปัญหาโลกยุคใหม่ที่ทุกธุรกิจควรรู้เท่าทัน</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ท่ามกลางวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ได้ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ขึ้นในประวัติศาสตร์ของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีชื่อว่า “The Great Resignation” หรือ “การ<strong> ลาออก </strong>ครั้งใหญ่” โดยตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 ที่ผ่านมา แม้สภาพเศรษฐกิจจะดูเหมือนกระเตื้องฟื้นตัวขึ้น แต่ทว่าในความเป็นจริงแล้ว มีผู้คนได้ตัดสินใจ<strong> ลาออก</strong> เป็นจำนวนมากจากงานที่ทำอยู่ ซึ่งในความเป็นจริง ยิ่งเกิดวิกฤต พวกเขาน่าจะยิ่งไม่ควรปล่อยมือจากงานที่มั่นคงเลย</p>
<p>โดยในเดือนเมษายน มีรายงานว่า แรงงานกว่า 4 ล้านคนในสหรัฐฯ <strong>ลาออก</strong>จากงาน ซึ่งคิดเป็นประมาณ 2.7% ของ Work Force ในอเมริกา และตามมาด้วยในเดือนพฤษภาคมอีกประมาณ 3.6 ล้านคน (แหล่งข้อมูลจาก MAGNIFYMONEY SURVEY) ซึ่งในระยะเวลาสั้น ๆ เพียงเท่านี้ เหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้คนตัดสินใจ<strong>ลาออก</strong>จากงานนั้น เป็นเพราะ</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>1.ติดใจการทำงานแบบ Work From Home</strong></span></p>
<p>วิกฤตโควิดทำให้ผู้คนเคยชินกับการทำงานแบบ Work From Home และ Work From Anywhere มากขึ้น ซึ่งเหตุผลที่เป็นเช่นนั้น เพราะรูปแบบการทำงานดังกล่าวเปิดโอกาสให้สร้างสมดุลชีวิตได้ดีกว่า ทำงานได้อย่างมี Productivity  มากกว่า หลาย ๆ คน ที่มีลูกอ่อน มีคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องดูแล จะรู้สึกว่า สามารถที่จะทำหน้าที่ส่วนตัวไปพร้อม ๆ กับการทำผลงานให้กับบริษัทได้เป็นอย่างดี</p>
<p>ดังนั้น เมื่อถูกบังคับให้ต้องกลับไปทำงานในรูปแบบปกติ ซึ่งมีรายงานว่า 1 ใน 3 ของ Work Force ในอเมริกา ถูกสั่งให้กลับไปทำงานประจำออฟฟิศตามเดิม จึงทำให้เกิดการตัดสินใจ<strong>ลาออก</strong> หรือในขณะเดียวกันแม้จะเป็นในรูปแบบ Hybrid คือ ผสมสลับระหว่าง Work From Home กับ การทำงานแบบเดิมที่ออฟฟิศ ก็ยังไม่ตอบโจทย์ จึงนำไปสู่การตัดสินใจ<strong>ลาออก</strong>ในที่สุด</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>2.ตระหนักได้ถึงความจริงใจที่แท้จริงของบริษัท</strong></span></p>
<p>วิกฤตการณ์โควิด ทำให้พนักงานทุกคนเรียนรู้ได้ว่าบริษัทมีความจริงใจกับพวกเขามากแค่ไหน มีความตั้งใจที่จะดูแลช่วยเหลือพวกเขามากน้อยเพียงใด โดยในช่วงเวลาที่รัฐบาลประกาศใช้มาตรการ Work From Home ยังคงมีหลายบริษัท ที่บังคับให้พนักงานไปทำงานที่ออฟฟิศตามเดิม ซึ่งแม้จะมีเหตุผลที่น่าเห็นใจ แต่พนักงานจะรู้สึกว่าบริษัทไม่ได้พยายามที่จะหาทางเลือกให้กับพวกเขา และรู้สึกว่าไม่ได้รับการดูแลช่วยเหลือ ไม่ได้รับความเห็นอกเห็นใจ จึงทำให้ตัดสินใจ<strong>ลาออก</strong>ในท้ายที่สุด</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>3.ผู้คนจำนวนมากเหน็ดเหนื่อยกับการทำงาน</strong></span></p>
<p>การต้องปรับตัวกับวิธีการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป เผชิญหน้ากับปัญหาวิกฤตการณ์โควิด ปัญหาในหน้าที่การงานที่ต้องรับผิดชอบ ส่งผลทำให้ผู้คนรู้สึก Burn Out เหนื่อย หดหู่ที่จะทำงาน ซึ่งบางทีก็ไม่คุ้มกับค่าจ้าง เพราะมีหลาย ๆ บริษัทต้องหักเงินเดือน หรือปรับลดผลตอบแทนพนักงานลง แลกกับการทำงานแบบ Work From Home</p>
<p>โดยผู้คนในสหรัฐฯ ให้ความเห็นตรงกันว่า “มันไม่คุ้มค่าจ้างพวกเขา” ชีวิตของพวกเขามีความหมายมากกว่านี้ ประกอบกับแนวทางการทำงานแบบอิสระ หรือ Freelance และ Gig Work Force กำลังค่อย ๆ ได้รับความนิยมแพร่หลายมากขึ้น ซึ่งมีแนวโน้มที่จะกลายมาเป็นเทรนด์ใหม่ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตการทำงานของผู้คน จึงทำให้หลาย ๆ คนตัดสินใจที่จะ<strong>ลาออก</strong>จากการทำงานประจำแบบเดิม เพื่อมุ่งสู่วิถีชีวิตการทำงานแนวใหม่แห่งโลกอนาคต</p>
<p>3 เหตุผลสำคัญข้างต้น เป็นคำตอบที่ได้มาจากการสำรวจซึ่งไม่ใช่แค่เฉพาะกับคนอเมริกันเท่านั้น แต่ปรากฏการณ์<strong>ลาออก</strong>ครั้งใหญ่ “The Great Resignation” กำลังค่อย ๆ เกิดขึ้นกับประเทศอื่น ๆ ด้วย ที่ภาวะเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวขึ้น บริษัทไมโครซอฟต์ ที่ได้ทำแบบสำรวจแล้วพบว่า กว่า 41% ของผู้ตอบแบบสอบถาม คิดว่าจะ<strong>ลาออก</strong> ในขณะที่แบบสำรวจของทางฝั่งอังกฤษและไอร์แลนด์ ก็พบว่า 38% ของพนักงานผู้ตอบแบบสอบถาม วางแผนจะ<strong>ลาออก</strong>ในอีก 6 เดือน</p>
<p>ข้อมูลความเคลื่อนไหวดังกล่าว เป็นสิ่งที่กำลังบอก HR ผู้บริหาร และเจ้าของกิจการทุกคนว่า เรากำลังต้องวางแผนปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานในอนาคต ต้องคิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อดูแลรักษาพนักงานของเราเอาไว้ เพราะเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวดีขึ้น ก็มีโอกาสที่ปรากฏการณ์ครั้งใหญ่นี้จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยได้เช่นกัน และการเสนอผลประโยชน์ให้กับพนักงานเพื่อฉุดรั้งเขาเอาไว้นั้น ก็อาจไม่ใช่ทางแก้ไขที่ถูกต้องเสมอไป เพราะบริษัทเองก็อาจยังไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่พร้อมมากพอ และตัวพนักงานเองก็อาจมีปัญหาอื่นที่อยากให้แก้ไข</p>
<p>ทั้งนี้ การรับฟังความคิดเห็นของพนักงานจึงถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อให้สามารถหาทางออก และปรับตัวแก้ไขได้อย่างเหมาะสมที่สุด เพราะลึก ๆ แล้ว พนักงานทุกคนไม่ได้อยาก<strong>ลาออก</strong> เพียงแต่อาจมีบางอย่างที่เป็นปัญหาในใจ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการใส่ใจ รับฟัง ให้ Feedback และแก้ไขให้ตรงจุด</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/resign/">ปรากฏการณ์ลาออกครั้งใหญ่ ปัญหาโลกยุคใหม่ที่ทุกธุรกิจควรรู้เท่าทัน</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://panjitconsulting.com/resign/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
