<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ลาออก Archives - Panjit Consulting</title>
	<atom:link href="https://panjitconsulting.com/tag/%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://panjitconsulting.com/tag/ลาออก/</link>
	<description>LIVE LIFE INSPIRED , HELP PEOPLE EXCEL</description>
	<lastBuildDate>Sun, 02 Apr 2023 02:32:50 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.2</generator>

<image>
	<url>https://panjitconsulting.com/wp-content/uploads/2021/07/cropped-Presentation17-removebg-e1629180822527-32x32.png</url>
	<title>ลาออก Archives - Panjit Consulting</title>
	<link>https://panjitconsulting.com/tag/ลาออก/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>Check List ที่ต้องใส่ใจ เมื่อถูกไล่ออกจากงาน</title>
		<link>https://panjitconsulting.com/checklist/</link>
					<comments>https://panjitconsulting.com/checklist/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Aumnuay]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Oct 2021 11:12:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[การทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ถูกไล่ออก]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบความสำเร็จ]]></category>
		<category><![CDATA[ลาออก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://panjit.co/?p=966</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไม่ว่าจะอยู่ในสายงานไหน ในอุตสาหกรรมประเภทใด ก็คงไม่มีใครอยาก ถูกไล่ออก แต่เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ ยุคสมัยเปลี่ยนไป โลกเปลี่ยนแปลง โอกาสที่วันหนึ่งเราจะถูกยื่นซองขาวให้ออกจากงานก็เป็นไปได้เสมอ ซึ่งแม้จะเป็นเรื่องเลวร้าย แต่เราทุกคนก็สามารถรับมือได้ โดยแนวทางในการรับมือกับการ ถูกไล่ออก ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น สามารถทำได้ง่าย ๆ ตาม Check List สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ ดังต่อไปนี้ 1.ยอมรับและเข้าใจ การที่เราถูกไล่ออกนั้นบางทีก็เป็นแนวโน้มของยุคสมัย ที่บังเอิญว่าทักษะของเราไม่ถูกต้อง และไม่ตรงกับความต้องการของตลาดอีกต่อไป หรืออาจมีหุ่นยนต์ มี Ai มีเทคโนโลยีอะไรที่ทำแทนเราได้ หรือทำได้ดีกว่าเรา ซึ่งเราควรทำความเข้าใจยอมรับให้ได้ เพื่อให้ตั้งหลักและก้าวต่อไปได้ 2.ตั้งสติให้มั่น เมื่อถูกไล่ออก เราต้องตั้งสติให้ดี ต้องรับรู้ให้เท่าทันถึงความทุกข์ของตัวเอง แล้วฮึดสู้กลับมาให้ได้อีกครั้ง เพราะการถูกไล่ออกที่ดูเหมือนเป็นจุดต่ำสุดนี้ อาจเป็นได้ทั้งจุดจบ และจุดเริ่มต้นก็ได้ ขึ้นอยู่กับเราเป็นคนกำหนดเอง ว่าจะให้มันเป็นจุดเริ่มต้นที่พาเราพุ่งทะยานไปข้างหน้า หรือจะเป็นจุดจบให้ถูกคนอื่นเหยียดหยามซ้ำเติม และสติคือตัวช่วยกำหนดทิศทางที่สำคัญที่สุด 3.เจรจาต่อรองความสมเหตุสมผล เมื่อยอมรับและตั้งสติได้แล้วหลังจากถูกบอกให้ออกจากงาน เราสามารถที่จะเจรจาต่อรองถึงเหตุผลที่ถูกให้ออกได้ เพื่อดูว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ หรือมีแนวทางอื่นใดที่แก้ปัญหาได้กับทั้ง 2 ฝ่ายนอกจากการต้องออกจากงานหรือไม่ บางทีเมื่อเราเปิดใจคุยกับนายจ้างอย่างตรงไปตรงมาถึงปัญหาที่เกิดขึ้น สุดท้ายแล้วอาจมีทางออกอื่นที่ดีกว่าโดยที่เราไม่จำเป็นต้องออกจากงานก็ได้ 4.ตรวจสอบเรื่องเงินค่าชดเชยต่าง ๆ หากสุดท้ายแล้วจำเป็นต้องออกจริง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/checklist/">Check List ที่ต้องใส่ใจ เมื่อถูกไล่ออกจากงาน</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[		<div data-elementor-type="wp-post" data-elementor-id="966" class="elementor elementor-966" data-elementor-post-type="post">
									<section class="elementor-section elementor-top-section elementor-element elementor-element-7187d63e elementor-section-boxed elementor-section-height-default elementor-section-height-default" data-id="7187d63e" data-element_type="section">
						<div class="elementor-container elementor-column-gap-default">
					<div class="elementor-column elementor-col-100 elementor-top-column elementor-element elementor-element-2f1020d8" data-id="2f1020d8" data-element_type="column">
			<div class="elementor-widget-wrap elementor-element-populated">
								<div class="elementor-element elementor-element-61526f46 elementor-widget elementor-widget-text-editor" data-id="61526f46" data-element_type="widget" data-widget_type="text-editor.default">
				<div class="elementor-widget-container">
			<style>/*! elementor - v3.14.0 - 18-06-2023 */
.elementor-widget-text-editor.elementor-drop-cap-view-stacked .elementor-drop-cap{background-color:#69727d;color:#fff}.elementor-widget-text-editor.elementor-drop-cap-view-framed .elementor-drop-cap{color:#69727d;border:3px solid;background-color:transparent}.elementor-widget-text-editor:not(.elementor-drop-cap-view-default) .elementor-drop-cap{margin-top:8px}.elementor-widget-text-editor:not(.elementor-drop-cap-view-default) .elementor-drop-cap-letter{width:1em;height:1em}.elementor-widget-text-editor .elementor-drop-cap{float:left;text-align:center;line-height:1;font-size:50px}.elementor-widget-text-editor .elementor-drop-cap-letter{display:inline-block}</style>				ไม่ว่าจะอยู่ในสายงานไหน ในอุตสาหกรรมประเภทใด ก็คงไม่มีใครอยาก <strong>ถูกไล่ออก</strong> แต่เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ ยุคสมัยเปลี่ยนไป โลกเปลี่ยนแปลง โอกาสที่วันหนึ่งเราจะถูกยื่นซองขาวให้ออกจากงานก็เป็นไปได้เสมอ

ซึ่งแม้จะเป็นเรื่องเลวร้าย แต่เราทุกคนก็สามารถรับมือได้ โดยแนวทางในการรับมือกับการ <strong>ถูกไล่ออก </strong>ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น สามารถทำได้ง่าย ๆ ตาม Check List สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ ดังต่อไปนี้

<span style="color: #ff0000;"><strong>1.ยอมรับและเข้าใจ</strong></span>

การที่เรา<strong>ถูกไล่ออก</strong>นั้นบางทีก็เป็นแนวโน้มของยุคสมัย ที่บังเอิญว่าทักษะของเราไม่ถูกต้อง และไม่ตรงกับความต้องการของตลาดอีกต่อไป หรืออาจมีหุ่นยนต์ มี Ai มีเทคโนโลยีอะไรที่ทำแทนเราได้ หรือทำได้ดีกว่าเรา ซึ่งเราควรทำความเข้าใจยอมรับให้ได้ เพื่อให้ตั้งหลักและก้าวต่อไปได้

<span style="color: #ff0000;"><strong>2.ตั้งสติให้มั่น</strong></span>

เมื่อ<strong>ถูกไล่ออก</strong> เราต้องตั้งสติให้ดี ต้องรับรู้ให้เท่าทันถึงความทุกข์ของตัวเอง แล้วฮึดสู้กลับมาให้ได้อีกครั้ง เพราะการ<strong>ถูกไล่ออก</strong>ที่ดูเหมือนเป็นจุดต่ำสุดนี้ อาจเป็นได้ทั้งจุดจบ และจุดเริ่มต้นก็ได้ ขึ้นอยู่กับเราเป็นคนกำหนดเอง ว่าจะให้มันเป็นจุดเริ่มต้นที่พาเราพุ่งทะยานไปข้างหน้า หรือจะเป็นจุดจบให้ถูกคนอื่นเหยียดหยามซ้ำเติม และสติคือตัวช่วยกำหนดทิศทางที่สำคัญที่สุด

<span style="color: #ff0000;"><strong>3.เจรจาต่อรองความสมเหตุสมผล</strong></span>

เมื่อยอมรับและตั้งสติได้แล้วหลังจากถูกบอกให้ออกจากงาน เราสามารถที่จะเจรจาต่อรองถึงเหตุผลที่ถูกให้ออกได้ เพื่อดูว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ หรือมีแนวทางอื่นใดที่แก้ปัญหาได้กับทั้ง 2 ฝ่ายนอกจากการต้องออกจากงานหรือไม่ บางทีเมื่อเราเปิดใจคุยกับนายจ้างอย่างตรงไปตรงมาถึงปัญหาที่เกิดขึ้น สุดท้ายแล้วอาจมีทางออกอื่นที่ดีกว่าโดยที่เราไม่จำเป็นต้องออกจากงานก็ได้

<strong><span style="color: #ff0000;">4.ตรวจสอบเรื่องเงินค่าชดเชยต่าง ๆ</span> </strong>

หากสุดท้ายแล้วจำเป็นต้องออกจริง ๆ สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบคือเรื่อง “เงิน” เพราะเมื่อ<strong>ถูกไล่ออก</strong>เราจะเป็นคนว่างงาน จึงต้องบริหารจัดการเงินให้ดี ดังนั้น จึงต้องตรวจสอบเรื่องค่าชดเชยตามกฎหมายให้รอบคอบ ให้เราได้เงินอย่างถูกต้องครบถ้วน

รวมถึงเงินอื่น ๆ ที่นายจ้างต้องให้เราจากการเลิกจ้าง เช่น เงินเดือนค้างชำระ ค่าเสียหายจากการถูกเลิกจ้าง ค่าวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ยังไม่ได้จ่ายเรา ตลอดจนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ Provident Fund ซึ่งเงินเหล่านี้จะเป็นเงินทุนสำคัญให้เราตั้งตัวได้ง่ายขึ้นหลังจากที่ต้องกลายเป็นคนว่างงาน

<span style="color: #ff0000;"><strong>5.ตั้งใจสมัครงานใหม่สัมภาษณ์ให้ผ่าน</strong></span>

หลังจากถูกให้ออกแล้ว การหางานใหม่เป็นสิ่งเร่งด่วนที่ควรรีบทำให้ได้มากที่สุด ให้เรากลับมามีชีวิตที่มั่นคงอีกครั้ง ซึ่งก็ต้องตั้งสติและให้ความสำคัญกับการทำ Resume ให้ดี เขียน Cover Letter อย่างถูกต้อง เตรียมตัวสัมภาษณ์งานด้วยความตั้งใจ สร้างความมั่นใจให้ตัวเองมาก ๆ อย่านำการ<strong>ถูกไล่ออก</strong>มาเป็นเหตุทำให้เสียความเชื่อมั่น จนไม่กล้าที่จะสมัครงานใหม่

<span style="color: #ff0000;"><strong>6.หางานอิสระเสริมทำควบคู่กับงานประจำ</strong></span>

เพราะการ<strong>ถูกไล่ออก</strong>บอกเราอย่างชัดเจนแล้วว่า “อะไรก็เกิดขึ้นได้” และ “ชีวิตคือความไม่แน่นอน” ดังนั้น เมื่อสมัครงานได้ใหม่อีกครั้ง แม้จะดูเป็นงานที่มั่นคงมากแค่ไหน เราก็ไม่ควรชะล่าใจ ควรหางานอิสระ หาช่องทางรายได้เสริมเพิ่มเติมไว้ด้วย เพื่อให้ก้าวต่อจากนี้ไปของเรา เป็นก้าวที่มั่นคงได้มากขึ้น ไม่ได้ฝากชีวิตเอาไว้กับงานประจำใดเพียงแค่งานเดียว

หัวใจสำคัญของชีวิตหลังการ<strong>ถูกไล่ออก</strong>จากงาน คือ เรื่องของการปรับตัว และการใช้ชีวิตอย่างมีสติ เพื่อให้เรายังคงดำเนินชีวิตต่อไปได้ อย่างมีกำลังใจ มีค่าใช้จ่ายเพียงพอสำหรับตัวเอง และครอบครัว และมีความสุขในทุก ๆ วัน

ซึ่งเราจำเป็นต้องตระหนักเอาไว้เสมอว่า คุณค่าในตัวเรายังคงไม่ได้สูญหายไปไหน แม้จะ<strong>ถูกไล่ออก</strong> เพราะตราบที่ยังไม่หมดลมหายใจ เราก็ยังพัฒนาตัวเองขึ้นมาใหม่ได้ ทำให้ตัวเองกลายเป็นคนที่สร้างผลงานที่ดี และมีคุณภาพได้อีกครั้งเสมอ						</div>
				</div>
					</div>
		</div>
							</div>
		</section>
							</div>
		<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/checklist/">Check List ที่ต้องใส่ใจ เมื่อถูกไล่ออกจากงาน</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://panjitconsulting.com/checklist/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Check List ก่อนลาออกจากงาน เพื่อทะยานสู่ชีวิตใหม่ที่มั่นคงกว่าเดิม</title>
		<link>https://panjitconsulting.com/resign30/</link>
					<comments>https://panjitconsulting.com/resign30/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Aumnuay]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Oct 2021 11:12:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[การทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบความสำเร็จ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ลาออก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://panjit.co/?p=971</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถ้าเลือกได้คงไม่มีใครอยาก ลาออก จากงาน แล้วต้องมาเสี่ยงเริ่มต้นใหม่กับการเดินทางที่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมั่นคงได้มากแค่ไหน แต่หากสุดท้ายเราพิจารณาแล้วอย่างมั่นใจว่างานที่ทำอยู่นั้นไม่ใช่ การตัดสินใจ ลาออก ก็เป็นทางออกที่ควรทำ เพื่อไม่ให้ต้องเสียเวลาไปกับสิ่งที่ไม่ได้ทำให้เราก้าวหน้าไปสู่จุดหมายที่ฝันไว้ โดยเพื่อให้การตัดสินใจ ลาออก จากงานของเรานำไปสู่การเริ่มต้นที่ดีกว่าเดิมได้ย่างแท้จริง มีสิ่งสำคัญที่ต้อง Check List ตรวจสอบเตรียมพร้อมให้ดีก่อน ดังต่อไปนี้ 1.มีเงินสำรองเพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นการลาออกด้วยเหตุผลใด เราต้องมั่นใจเสียก่อนว่า เรามีเงินสำรองเพียงพออย่างน้อย 3-6 เดือน เพื่อใช้ดูแลค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้ โดยเฉพาะหากเรามีลูก มีครอบครัวที่ต้องดูแล มีภาระค่าใช้จ่าย เช่น ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ฯลฯ ต้องรับผิดชอบ ยิ่งต้องวางแผนการเงินก่อนลาออกให้รอบคอบชัดเจน ต้องดูว่ารายจ่ายจำเป็นของเรามีอะไรบ้างเป็นจำนวนเงินเท่าไรต่อเดือน และรายได้ประจำของเราหลังหักภาษีแล้วเป็นอย่างไรบ้าง เพียงพอหรือไม่ ตลอดจนตรวจสอบเรื่องกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนรวม และเงินสะสมอื่น ๆ ด้วยว่าเป็นอย่างไร มีเงื่อนไขอะไรบ้าง สามารถเบิกถอนได้หรือไม่ รวมถึงเรื่องของประกันสังคม ก็จำเป็นต้องศึกษาให้ดีก่อนลาออกด้วย เพราะการลาออก กับ ถูกให้ออก มีเงื่อนไขของผลประโยชน์ที่ได้รับแตกต่างกัน 2.ตรวจสอบสัญญาจ้างให้ดี ก่อนลาออกจากงานควรตรวจสอบสัญญาจ้างให้รอบครอบอีกครั้ง เพราะบางครั้งสัญญาจ้างของเราอาจมีระบุไว้ด้วยว่า “ห้ามทำงานกับคู่ค้าคู่แข่ง” [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/resign30/">Check List ก่อนลาออกจากงาน เพื่อทะยานสู่ชีวิตใหม่ที่มั่นคงกว่าเดิม</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ถ้าเลือกได้คงไม่มีใครอยาก<strong> ลาออก </strong>จากงาน แล้วต้องมาเสี่ยงเริ่มต้นใหม่กับการเดินทางที่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมั่นคงได้มากแค่ไหน แต่หากสุดท้ายเราพิจารณาแล้วอย่างมั่นใจว่างานที่ทำอยู่นั้นไม่ใช่ การตัดสินใจ <strong>ลาออก </strong>ก็เป็นทางออกที่ควรทำ เพื่อไม่ให้ต้องเสียเวลาไปกับสิ่งที่ไม่ได้ทำให้เราก้าวหน้าไปสู่จุดหมายที่ฝันไว้</p>
<p>โดยเพื่อให้การตัดสินใจ<strong> ลาออก</strong> จากงานของเรานำไปสู่การเริ่มต้นที่ดีกว่าเดิมได้ย่างแท้จริง มีสิ่งสำคัญที่ต้อง Check List ตรวจสอบเตรียมพร้อมให้ดีก่อน ดังต่อไปนี้</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>1.มีเงินสำรองเพียงพอ</strong></span></p>
<p>ไม่ว่าจะเป็นการ<strong>ลาออก</strong>ด้วยเหตุผลใด เราต้องมั่นใจเสียก่อนว่า เรามีเงินสำรองเพียงพออย่างน้อย 3-6 เดือน เพื่อใช้ดูแลค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้ โดยเฉพาะหากเรามีลูก มีครอบครัวที่ต้องดูแล มีภาระค่าใช้จ่าย เช่น ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ฯลฯ ต้องรับผิดชอบ ยิ่งต้องวางแผนการเงินก่อน<strong>ลาออก</strong>ให้รอบคอบชัดเจน ต้องดูว่ารายจ่ายจำเป็นของเรามีอะไรบ้างเป็นจำนวนเงินเท่าไรต่อเดือน และรายได้ประจำของเราหลังหักภาษีแล้วเป็นอย่างไรบ้าง เพียงพอหรือไม่</p>
<p>ตลอดจนตรวจสอบเรื่องกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนรวม และเงินสะสมอื่น ๆ ด้วยว่าเป็นอย่างไร มีเงื่อนไขอะไรบ้าง สามารถเบิกถอนได้หรือไม่ รวมถึงเรื่องของประกันสังคม ก็จำเป็นต้องศึกษาให้ดีก่อน<strong>ลาออก</strong>ด้วย เพราะการ<strong>ลาออก</strong> กับ ถูกให้ออก มีเงื่อนไขของผลประโยชน์ที่ได้รับแตกต่างกัน</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>2.ตรวจสอบสัญญาจ้างให้ดี</strong></span></p>
<p>ก่อน<strong>ลาออก</strong>จากงานควรตรวจสอบสัญญาจ้างให้รอบครอบอีกครั้ง เพราะบางครั้งสัญญาจ้างของเราอาจมีระบุไว้ด้วยว่า “ห้ามทำงานกับคู่ค้าคู่แข่ง” มีเงื่อนไขต่าง ๆ กำหนดเอาไว้ อาจเป็นเรื่องระยะเวลา 1-2 ปี ที่ห้ามไปสมัครทำงานที่ใหม่กับบริษัทที่เป็นคู่แข่งของบริษัทเดิม การสำรวจสัญญาจ้างก่อน<strong>ลาออก</strong> จะช่วยให้เราไม่พลาดทำผิดเงื่อนไขจนเกิดปัญหาตามมาภายหลัง และวางแผนการสมัครงานที่ใหม่ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม มากยิ่งขึ้น</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>3.อัพเดทเรซูเม่ในทุกช่องทางการสมัครงาน</strong></span></p>
<p>ไม่ว่าจะเป็น CV, Cover Letter หรือ ข้อมูลใน LinkedIn  และข้อมูลในช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ของเรา ควรได้รับการอัพเดทเพื่อให้พร้อมเปิดรับกับโอกาสในการสมัครงานที่ใหม่ ทั้งนี้ 1 CV ควรใช้สมัครงานเพียง 1 ตำแหน่งเท่านั้น ไม่ควรหว่านส่งไปทั่วหลายตำแหน่ง</p>
<p>ในขณะเดียวกันหากต้องการเพิ่มโอกาสได้งานที่ดีให้มากขึ้น ควรศึกษาตลาดงาน สำรวจเงินเดือนของตำแหน่งที่เราต้องการสมัครให้ดี พร้อมกับตรวจสอบดูว่าในตำแหน่งงานที่ตั้งเป้าไว้นั้น ต้องการทักษะอะไรบ้าง เพื่อให้เราเตรียมตัว เตรียมข้อมูลในการตอบคำถามสัมภาษณ์ได้อย่างเหมาะสม สำรวจตัวเองดูว่าสามารถ Transferable หรือโอนย้ายทักษะใดที่เรามี ไปสร้างประโยชน์ให้กับการทำงานในตำแหน่งนั้น ๆ ได้บ้าง พร้อมกับนำข้อมูลเหล่านี้ ไว้ใช้ในการเจรจาต่อรองผลตอบแทนด้วย</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>4.เตรียมช่องทางรายได้เสริมและการประหยัดค่าใช้จ่ายให้พร้อม</strong></span></p>
<p>สิ่งสำคัญที่เราต้องไม่ลืมคือ บางทีสิ่งที่ไม่คาดคิดก็สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ดังนั้นเมื่อตัดสินใจ<strong>ลาออก</strong> เราจึงควรวางแผนอนาคตเอาไว้ให้พร้อมที่สุด ไม่ควรคิดหวังพึ่งพารายได้เพียงแค่ทางเดียว ควรหาช่องทางรายได้เพิ่มทางอื่นด้วย เพราะเราก็ไม่รู้ว่าจะได้งานใหม่เมื่อไร หรือต้องออกจากงานอีกครั้งเมื่อไร</p>
<p>ในขณะเดียวกัน ก็ต้องประหยัดค่าใช้จ่ายด้วย โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดฝัน เช่น เกิดอุบัติเหตุ เจ็บป่วย โดยเฉพาะกับคนที่มีลูกเล็ก มีครอบครัว การคิดเผื่อวางแผนทำประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเอาไว้ให้ตัวเอง และคนที่รัก ก็ถือเป็นการสร้างความคุ้มครอง ที่ช่วยให้หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมาในระหว่างที่กำลังหางาน จะได้มีเงินสำรองใช้จ่ายไม่เกิดปัญหา</p>
<p>การตัดสินใจ<strong>ลาออก</strong>จากงาน ถือเป็นก้าวสำคัญของชีวิต เป็นจุดเปลี่ยนที่อาจพาเราไปสู่จุดที่ดีกว่า หรือแย่ลงกว่าเดิมก็ได้ ดังนั้น ยิ่งเราเตรียมความพร้อมได้ดีมากเท่าไร ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสให้ก้าวไปสู่จุดหมายที่ตั้งใจได้สำเร็จมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งขอเพียงแค่เราตัดสินใจอย่างมีสติ ไตร่ตรองด้วยความรอบคอบ และมีเหตุผล ไม่ใช้เพียงแค่อารมณ์ การ<strong>ลาออก</strong>จากงานก็จะไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว แต่เป็นเรื่องดีที่จะสร้างโอกาสให้ตัวเราเขยิบเข้าใกล้กับความสำเร็จได้มากขึ้นกว่าเดิม</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/resign30/">Check List ก่อนลาออกจากงาน เพื่อทะยานสู่ชีวิตใหม่ที่มั่นคงกว่าเดิม</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://panjitconsulting.com/resign30/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>5 สัญญาณเตือนคนทำงาน สู่การตัดสินใจลาออก</title>
		<link>https://panjitconsulting.com/resign09/</link>
					<comments>https://panjitconsulting.com/resign09/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Aumnuay]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Sep 2021 09:12:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[การทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ยื่นใบลาออก]]></category>
		<category><![CDATA[ลาออก]]></category>
		<category><![CDATA[สัญญาณเตือน]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพในฝัน]]></category>
		<category><![CDATA[ใบลาออก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://panjit.co/?p=927</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลสำรวจจากงานวิจัยพบว่า 85% ของพนักงานไม่ได้ชอบและไม่ได้มีความสุขกับงานที่ทำอยู่ หรือตกอยู่ในสภาวะที่เรียกกันว่า “Disengagement” คือรู้สึกไม่มีคุณค่า ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งกับองค์กร แต่อย่างไรก็ตามตัวเลขสถิติดังกล่าวก็ใช่ว่าจะใช้ได้กับทุกคนทุกองค์กรเสมอไป เพราะก็ยังมีอีกหลายบริษัท ที่พนักงานรู้สึกมีความสุขกับงานที่ทำอยู่ มี Engagement Score สูงกว่า 80% ซึ่งหมายความว่า 8 ใน 10 คนขององค์กรนั้น รู้สึก Happy กับการทำงาน แล้วอะไรกันล่ะที่จะช่วยบอกได้ว่า เรามีความสุขกับงานที่ทำจริง ๆ 5 สัญญาณเตือนจากนี้ไป จะช่วยให้เราทบทวนตัวเองได้ชัดเจนขึ้นว่า ถึงเวลาหรือยังที่เราต้อง “ยื่นใบลาออก” 1.เราบ่น นินทา หัวหน้าและบริษัทเป็นประจำ หากทุก ๆ วันของเราคือ การบ่น เม้าท์ ให้แฟน เพื่อน ๆ พ่อแม่ และคนในครอบครัวฟัง ถึงความน่าเบื่อหน่ายที่มีต่อหัวหน้างาน ความไม่มีความสุขต่องานที่ทำ หรือต่อบริษัท นี่คือสัญญาณเตือนภัยแรกที่สะกิดใจเราได้ดีว่า เราอาจไม่ไหวกับงานและองค์กรนี้อีกแล้ว 2.รู้สึกไม่อยากไปทำงาน หากสำรวจตัวเองแล้วพบว่า แต่ละวันคือการทำงานเพื่อเฝ้ารอคอยวันหยุด เมื่อไรจะถึงวันหยุดสักที รวมถึงมีอาการ Sunday [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/resign09/">5 สัญญาณเตือนคนทำงาน สู่การตัดสินใจลาออก</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ผลสำรวจจากงานวิจัยพบว่า </span><span style="font-weight: 400;">85% </span><span style="font-weight: 400;">ของพนักงานไม่ได้ชอบและไม่ได้มีความสุขกับงานที่ทำอยู่ หรือตกอยู่ในสภาวะที่เรียกกันว่า “</span><span style="font-weight: 400;">Disengagement</span><span style="font-weight: 400;">” คือรู้สึกไม่มีคุณค่า ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งกับองค์กร แต่อย่างไรก็ตามตัวเลขสถิติดังกล่าวก็ใช่ว่าจะใช้ได้กับทุกคนทุกองค์กรเสมอไป </span><span style="font-weight: 400;">เพราะก็ยังมีอีกหลายบริษัท ที่พนักงานรู้สึกมีความสุขกับงานที่ทำอยู่ มี </span><span style="font-weight: 400;">Engagement Score </span><span style="font-weight: 400;">สูงกว่า </span><span style="font-weight: 400;">80%</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งหมายความว่า </span><span style="font-weight: 400;">8 </span><span style="font-weight: 400;">ใน </span><span style="font-weight: 400;">10 </span><span style="font-weight: 400;">คนขององค์กรนั้น รู้สึก </span><span style="font-weight: 400;">Happy </span><span style="font-weight: 400;">กับการทำงาน </span><span style="font-weight: 400;">แล้วอะไรกันล่ะที่จะช่วยบอกได้ว่า เรามีความสุขกับงานที่ทำจริง ๆ </span><span style="font-weight: 400;">5 </span><span style="font-weight: 400;">สัญญาณเตือนจากนี้ไป จะช่วยให้เราทบทวนตัวเองได้ชัดเจนขึ้นว่า ถึงเวลาหรือยังที่เราต้อง “ยื่นใบ<strong>ลาออก</strong>”</span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><b>1.เราบ่น นินทา หัวหน้าและบริษัทเป็นประจำ</b></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากทุก ๆ วันของเราคือ การบ่น เม้าท์ ให้แฟน เพื่อน ๆ พ่อแม่ และคนในครอบครัวฟัง ถึงความน่าเบื่อหน่ายที่มีต่อหัวหน้างาน ความไม่มีความสุขต่องานที่ทำ หรือต่อบริษัท นี่คือสัญญาณเตือนภัยแรกที่สะกิดใจเราได้ดีว่า เราอาจไม่ไหวกับงานและองค์กรนี้อีกแล้ว</span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><b>2.รู้สึกไม่อยากไปทำงาน</b></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากสำรวจตัวเองแล้วพบว่า แต่ละวันคือการทำงานเพื่อเฝ้ารอคอยวันหยุด เมื่อไรจะถึงวันหยุดสักที รวมถึงมีอาการ </span><span style="font-weight: 400;">Sunday Night Anxiety</span> <span style="font-weight: 400;">หรือ เกิดความกลัว ความเครียด เมื่อถึงคืนวันอาทิตย์ เพราะรู้สึกว่าพรุ่งนี้วันจันทร์ ไม่อยากไปทำงานเลย อาการเหล่านี้เป็นตัวบ่งบอกได้ดีเลยว่า เรากำลังฝืนทำในงานที่ไม่ใช่ ไม่เหมาะกับเรา</span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><b>3.เครียดได้ง่ายกว่าปกติ</b></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ร่างกายของเราสัมพันธ์กับสภาวะจิตใจเสมอ ซึ่งเมื่อฝืนทำในงานที่ไม่ชอบ ฝืนอยู่ในบริษัทที่ไม่ใช่ ร่างกายก็จะรับรู้และเกิดความเครียดได้ง่าย รู้สึกปวดหัว ปวดท้อง ไมเกรนขึ้น หรือบางกรณีก็เป็นกรดไหลย้อน ฯลฯ หากพบว่าร่างกายป่วยบ่อย ไม่สบายง่าย นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนให้รู้ว่า จิตใจเรากำลังอยู่ในสภาวะย่ำแย่จากการทำงานที่ไม่มีความสุข</span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><b>4.รู้สึกตัวเองไม่มีค่า</b></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากทำงานแล้วรู้สึกว่า เราไม่ได้ใช้ความสามารถของตัวเองเลย รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นอากาศ ไม่มีตัวตน ไม่มีอะไรดี ก็อาจแสดงได้ว่าเราไม่ได้อยู่ในที่ที่ทำให้เรามีแรงบันดาลใจในการทำงานได้ แต่อย่างไรก็ตาม การจะบอกว่า “ไม่มีอะไรดีเลย” ก็ต้องพิจารณาจากผลงาน จากฟีดแบคเพื่อนร่วมงานและหัวหน้าด้วย อย่าเหมาไปเองเด็ดขาด</span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><b>5.ไม่เห็นหนทางเติบโตไปต่อ</b></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากงานที่ทำอยู่ บริษัทที่สังกัดอยู่ ทำให้เรารู้สึกมองไม่เห็นโอกาสเติบโต ไม่เห็นโอกาสก้าวหน้า และมองเห็นเพียงแต่การลดปริมาณพนักงานลงเรื่อย ๆ จนเรารู้สึกไม่มั่นคงว่า ครั้งต่อไปจะเป็นเราหรือเปล่าที่ถูกให้ออก ความรู้สึกที่ว่านี้เป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนเราได้ดีว่า การฝืนอยู่ต่อไปไม่น่าจะใช่ทางออกที่ดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">5 </span><span style="font-weight: 400;">สัญญาณเตือนที่กล่าวมานี้ ช่วยให้เรารู้สึกตัวเองได้ดีว่า งานที่ทำอยู่ องค์กรที่สังกัดอยู่ อาจไม่ใช่ที่สำหรับเรา และเราควรตัดสินใจบอกลา เพื่อพาตัวเองไปสู่ในที่ที่ดีกว่า แต่อย่างไรก็ตาม การที่เราจะตัดสินใจ<strong>ลาออก</strong>นั้น ต้องไม่ใช่ด้วยเหตุผลว่า “เราไม่ชอบคน” เพราะเราหนีคนไม่พ้น ไปที่ใหม่ก็ยังต้องทำงานกับคนอยู่ดี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งก็มีความเสี่ยงเจอคนแบบเดิมที่เราไม่ชอบแน่ ๆ หรือต้องไม่ใช่เหตุผลว่า “เพราะเราขี้เกียจ” เนื่องจากไม่ว่าจะทำงานใด ทำที่ใด เราก็ต้องขยันและรับผิดชอบทุ่มเทต่องานทั้งสิ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในงาน ๆ หนึ่งที่เรารักมาก ๆ ที่เรารู้สึกว่านี่แหละเป็นงานที่ใช่สำหรับเรา บางทีก็มาพร้อมกับกิจกรรมบางอย่างที่เราไม่ชอบ เช่น อาชีพครู ชอบสอน ชอบเห็นนักเรียนมีความสุข เติบโตก้าวหน้าประสบความสำเร็จ แต่ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเจอกับนักเรียนเกเร ขี้เกียจ โกหก ความประพฤติไม่ดี ฯลฯ ให้ต้องหงุดหงิดท้อแท้ได้เช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้เอง ไม่ว่าอย่างไร เราทุกคนจึงจำเป็นต้องสู้ ต้องอดทน มีระเบียบวินัย เหนื่อยได้ ท้อแท้ได้ แต่ต้องไม่ยอมแพ้ เพราะเมื่อใดที่เราอ่อนแอ เราก็จะไม่สามารถพาตัวเองก้าวไปสู่ความสำเร็จที่เป็นความสุขและเป็นเส้นชัยในฝันของเราได้เลย</span></p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/resign09/">5 สัญญาณเตือนคนทำงาน สู่การตัดสินใจลาออก</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://panjitconsulting.com/resign09/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปรากฏการณ์ลาออกครั้งใหญ่ ปัญหาโลกยุคใหม่ที่ทุกธุรกิจควรรู้เท่าทัน</title>
		<link>https://panjitconsulting.com/resign/</link>
					<comments>https://panjitconsulting.com/resign/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Aumnuay]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Sep 2021 00:00:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Work From Home]]></category>
		<category><![CDATA[การแพร่ระบาด]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[ลาออก]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อไวรัส]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://panjit.co/?p=703</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ได้ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ขึ้นในประวัติศาสตร์ของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีชื่อว่า “The Great Resignation” หรือ “การ ลาออก ครั้งใหญ่” โดยตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 ที่ผ่านมา แม้สภาพเศรษฐกิจจะดูเหมือนกระเตื้องฟื้นตัวขึ้น แต่ทว่าในความเป็นจริงแล้ว มีผู้คนได้ตัดสินใจ ลาออก เป็นจำนวนมากจากงานที่ทำอยู่ ซึ่งในความเป็นจริง ยิ่งเกิดวิกฤต พวกเขาน่าจะยิ่งไม่ควรปล่อยมือจากงานที่มั่นคงเลย โดยในเดือนเมษายน มีรายงานว่า แรงงานกว่า 4 ล้านคนในสหรัฐฯ ลาออกจากงาน ซึ่งคิดเป็นประมาณ 2.7% ของ Work Force ในอเมริกา และตามมาด้วยในเดือนพฤษภาคมอีกประมาณ 3.6 ล้านคน (แหล่งข้อมูลจาก MAGNIFYMONEY SURVEY) ซึ่งในระยะเวลาสั้น ๆ เพียงเท่านี้ เหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้คนตัดสินใจลาออกจากงานนั้น เป็นเพราะ 1.ติดใจการทำงานแบบ Work From Home วิกฤตโควิดทำให้ผู้คนเคยชินกับการทำงานแบบ Work From Home และ Work [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/resign/">ปรากฏการณ์ลาออกครั้งใหญ่ ปัญหาโลกยุคใหม่ที่ทุกธุรกิจควรรู้เท่าทัน</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ท่ามกลางวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ได้ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ขึ้นในประวัติศาสตร์ของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีชื่อว่า “The Great Resignation” หรือ “การ<strong> ลาออก </strong>ครั้งใหญ่” โดยตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 ที่ผ่านมา แม้สภาพเศรษฐกิจจะดูเหมือนกระเตื้องฟื้นตัวขึ้น แต่ทว่าในความเป็นจริงแล้ว มีผู้คนได้ตัดสินใจ<strong> ลาออก</strong> เป็นจำนวนมากจากงานที่ทำอยู่ ซึ่งในความเป็นจริง ยิ่งเกิดวิกฤต พวกเขาน่าจะยิ่งไม่ควรปล่อยมือจากงานที่มั่นคงเลย</p>
<p>โดยในเดือนเมษายน มีรายงานว่า แรงงานกว่า 4 ล้านคนในสหรัฐฯ <strong>ลาออก</strong>จากงาน ซึ่งคิดเป็นประมาณ 2.7% ของ Work Force ในอเมริกา และตามมาด้วยในเดือนพฤษภาคมอีกประมาณ 3.6 ล้านคน (แหล่งข้อมูลจาก MAGNIFYMONEY SURVEY) ซึ่งในระยะเวลาสั้น ๆ เพียงเท่านี้ เหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้คนตัดสินใจ<strong>ลาออก</strong>จากงานนั้น เป็นเพราะ</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>1.ติดใจการทำงานแบบ Work From Home</strong></span></p>
<p>วิกฤตโควิดทำให้ผู้คนเคยชินกับการทำงานแบบ Work From Home และ Work From Anywhere มากขึ้น ซึ่งเหตุผลที่เป็นเช่นนั้น เพราะรูปแบบการทำงานดังกล่าวเปิดโอกาสให้สร้างสมดุลชีวิตได้ดีกว่า ทำงานได้อย่างมี Productivity  มากกว่า หลาย ๆ คน ที่มีลูกอ่อน มีคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องดูแล จะรู้สึกว่า สามารถที่จะทำหน้าที่ส่วนตัวไปพร้อม ๆ กับการทำผลงานให้กับบริษัทได้เป็นอย่างดี</p>
<p>ดังนั้น เมื่อถูกบังคับให้ต้องกลับไปทำงานในรูปแบบปกติ ซึ่งมีรายงานว่า 1 ใน 3 ของ Work Force ในอเมริกา ถูกสั่งให้กลับไปทำงานประจำออฟฟิศตามเดิม จึงทำให้เกิดการตัดสินใจ<strong>ลาออก</strong> หรือในขณะเดียวกันแม้จะเป็นในรูปแบบ Hybrid คือ ผสมสลับระหว่าง Work From Home กับ การทำงานแบบเดิมที่ออฟฟิศ ก็ยังไม่ตอบโจทย์ จึงนำไปสู่การตัดสินใจ<strong>ลาออก</strong>ในที่สุด</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>2.ตระหนักได้ถึงความจริงใจที่แท้จริงของบริษัท</strong></span></p>
<p>วิกฤตการณ์โควิด ทำให้พนักงานทุกคนเรียนรู้ได้ว่าบริษัทมีความจริงใจกับพวกเขามากแค่ไหน มีความตั้งใจที่จะดูแลช่วยเหลือพวกเขามากน้อยเพียงใด โดยในช่วงเวลาที่รัฐบาลประกาศใช้มาตรการ Work From Home ยังคงมีหลายบริษัท ที่บังคับให้พนักงานไปทำงานที่ออฟฟิศตามเดิม ซึ่งแม้จะมีเหตุผลที่น่าเห็นใจ แต่พนักงานจะรู้สึกว่าบริษัทไม่ได้พยายามที่จะหาทางเลือกให้กับพวกเขา และรู้สึกว่าไม่ได้รับการดูแลช่วยเหลือ ไม่ได้รับความเห็นอกเห็นใจ จึงทำให้ตัดสินใจ<strong>ลาออก</strong>ในท้ายที่สุด</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>3.ผู้คนจำนวนมากเหน็ดเหนื่อยกับการทำงาน</strong></span></p>
<p>การต้องปรับตัวกับวิธีการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป เผชิญหน้ากับปัญหาวิกฤตการณ์โควิด ปัญหาในหน้าที่การงานที่ต้องรับผิดชอบ ส่งผลทำให้ผู้คนรู้สึก Burn Out เหนื่อย หดหู่ที่จะทำงาน ซึ่งบางทีก็ไม่คุ้มกับค่าจ้าง เพราะมีหลาย ๆ บริษัทต้องหักเงินเดือน หรือปรับลดผลตอบแทนพนักงานลง แลกกับการทำงานแบบ Work From Home</p>
<p>โดยผู้คนในสหรัฐฯ ให้ความเห็นตรงกันว่า “มันไม่คุ้มค่าจ้างพวกเขา” ชีวิตของพวกเขามีความหมายมากกว่านี้ ประกอบกับแนวทางการทำงานแบบอิสระ หรือ Freelance และ Gig Work Force กำลังค่อย ๆ ได้รับความนิยมแพร่หลายมากขึ้น ซึ่งมีแนวโน้มที่จะกลายมาเป็นเทรนด์ใหม่ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตการทำงานของผู้คน จึงทำให้หลาย ๆ คนตัดสินใจที่จะ<strong>ลาออก</strong>จากการทำงานประจำแบบเดิม เพื่อมุ่งสู่วิถีชีวิตการทำงานแนวใหม่แห่งโลกอนาคต</p>
<p>3 เหตุผลสำคัญข้างต้น เป็นคำตอบที่ได้มาจากการสำรวจซึ่งไม่ใช่แค่เฉพาะกับคนอเมริกันเท่านั้น แต่ปรากฏการณ์<strong>ลาออก</strong>ครั้งใหญ่ “The Great Resignation” กำลังค่อย ๆ เกิดขึ้นกับประเทศอื่น ๆ ด้วย ที่ภาวะเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวขึ้น บริษัทไมโครซอฟต์ ที่ได้ทำแบบสำรวจแล้วพบว่า กว่า 41% ของผู้ตอบแบบสอบถาม คิดว่าจะ<strong>ลาออก</strong> ในขณะที่แบบสำรวจของทางฝั่งอังกฤษและไอร์แลนด์ ก็พบว่า 38% ของพนักงานผู้ตอบแบบสอบถาม วางแผนจะ<strong>ลาออก</strong>ในอีก 6 เดือน</p>
<p>ข้อมูลความเคลื่อนไหวดังกล่าว เป็นสิ่งที่กำลังบอก HR ผู้บริหาร และเจ้าของกิจการทุกคนว่า เรากำลังต้องวางแผนปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานในอนาคต ต้องคิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อดูแลรักษาพนักงานของเราเอาไว้ เพราะเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวดีขึ้น ก็มีโอกาสที่ปรากฏการณ์ครั้งใหญ่นี้จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยได้เช่นกัน และการเสนอผลประโยชน์ให้กับพนักงานเพื่อฉุดรั้งเขาเอาไว้นั้น ก็อาจไม่ใช่ทางแก้ไขที่ถูกต้องเสมอไป เพราะบริษัทเองก็อาจยังไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่พร้อมมากพอ และตัวพนักงานเองก็อาจมีปัญหาอื่นที่อยากให้แก้ไข</p>
<p>ทั้งนี้ การรับฟังความคิดเห็นของพนักงานจึงถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อให้สามารถหาทางออก และปรับตัวแก้ไขได้อย่างเหมาะสมที่สุด เพราะลึก ๆ แล้ว พนักงานทุกคนไม่ได้อยาก<strong>ลาออก</strong> เพียงแต่อาจมีบางอย่างที่เป็นปัญหาในใจ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการใส่ใจ รับฟัง ให้ Feedback และแก้ไขให้ตรงจุด</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/resign/">ปรากฏการณ์ลาออกครั้งใหญ่ ปัญหาโลกยุคใหม่ที่ทุกธุรกิจควรรู้เท่าทัน</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://panjitconsulting.com/resign/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
