<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ประสบความสำเร็จ Archives - Panjit Consulting</title>
	<atom:link href="https://panjitconsulting.com/tag/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%87%E0%B8%88/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://panjitconsulting.com/tag/ประสบความสำเร็จ/</link>
	<description>LIVE LIFE INSPIRED , HELP PEOPLE EXCEL</description>
	<lastBuildDate>Sun, 02 Apr 2023 02:32:50 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.2</generator>

<image>
	<url>https://panjitconsulting.com/wp-content/uploads/2021/07/cropped-Presentation17-removebg-e1629180822527-32x32.png</url>
	<title>ประสบความสำเร็จ Archives - Panjit Consulting</title>
	<link>https://panjitconsulting.com/tag/ประสบความสำเร็จ/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>Check List ที่ต้องใส่ใจ เมื่อถูกไล่ออกจากงาน</title>
		<link>https://panjitconsulting.com/checklist/</link>
					<comments>https://panjitconsulting.com/checklist/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Aumnuay]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Oct 2021 11:12:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[การทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ถูกไล่ออก]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบความสำเร็จ]]></category>
		<category><![CDATA[ลาออก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://panjit.co/?p=966</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไม่ว่าจะอยู่ในสายงานไหน ในอุตสาหกรรมประเภทใด ก็คงไม่มีใครอยาก ถูกไล่ออก แต่เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ ยุคสมัยเปลี่ยนไป โลกเปลี่ยนแปลง โอกาสที่วันหนึ่งเราจะถูกยื่นซองขาวให้ออกจากงานก็เป็นไปได้เสมอ ซึ่งแม้จะเป็นเรื่องเลวร้าย แต่เราทุกคนก็สามารถรับมือได้ โดยแนวทางในการรับมือกับการ ถูกไล่ออก ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น สามารถทำได้ง่าย ๆ ตาม Check List สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ ดังต่อไปนี้ 1.ยอมรับและเข้าใจ การที่เราถูกไล่ออกนั้นบางทีก็เป็นแนวโน้มของยุคสมัย ที่บังเอิญว่าทักษะของเราไม่ถูกต้อง และไม่ตรงกับความต้องการของตลาดอีกต่อไป หรืออาจมีหุ่นยนต์ มี Ai มีเทคโนโลยีอะไรที่ทำแทนเราได้ หรือทำได้ดีกว่าเรา ซึ่งเราควรทำความเข้าใจยอมรับให้ได้ เพื่อให้ตั้งหลักและก้าวต่อไปได้ 2.ตั้งสติให้มั่น เมื่อถูกไล่ออก เราต้องตั้งสติให้ดี ต้องรับรู้ให้เท่าทันถึงความทุกข์ของตัวเอง แล้วฮึดสู้กลับมาให้ได้อีกครั้ง เพราะการถูกไล่ออกที่ดูเหมือนเป็นจุดต่ำสุดนี้ อาจเป็นได้ทั้งจุดจบ และจุดเริ่มต้นก็ได้ ขึ้นอยู่กับเราเป็นคนกำหนดเอง ว่าจะให้มันเป็นจุดเริ่มต้นที่พาเราพุ่งทะยานไปข้างหน้า หรือจะเป็นจุดจบให้ถูกคนอื่นเหยียดหยามซ้ำเติม และสติคือตัวช่วยกำหนดทิศทางที่สำคัญที่สุด 3.เจรจาต่อรองความสมเหตุสมผล เมื่อยอมรับและตั้งสติได้แล้วหลังจากถูกบอกให้ออกจากงาน เราสามารถที่จะเจรจาต่อรองถึงเหตุผลที่ถูกให้ออกได้ เพื่อดูว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ หรือมีแนวทางอื่นใดที่แก้ปัญหาได้กับทั้ง 2 ฝ่ายนอกจากการต้องออกจากงานหรือไม่ บางทีเมื่อเราเปิดใจคุยกับนายจ้างอย่างตรงไปตรงมาถึงปัญหาที่เกิดขึ้น สุดท้ายแล้วอาจมีทางออกอื่นที่ดีกว่าโดยที่เราไม่จำเป็นต้องออกจากงานก็ได้ 4.ตรวจสอบเรื่องเงินค่าชดเชยต่าง ๆ หากสุดท้ายแล้วจำเป็นต้องออกจริง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/checklist/">Check List ที่ต้องใส่ใจ เมื่อถูกไล่ออกจากงาน</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[		<div data-elementor-type="wp-post" data-elementor-id="966" class="elementor elementor-966" data-elementor-post-type="post">
									<section class="elementor-section elementor-top-section elementor-element elementor-element-7187d63e elementor-section-boxed elementor-section-height-default elementor-section-height-default" data-id="7187d63e" data-element_type="section">
						<div class="elementor-container elementor-column-gap-default">
					<div class="elementor-column elementor-col-100 elementor-top-column elementor-element elementor-element-2f1020d8" data-id="2f1020d8" data-element_type="column">
			<div class="elementor-widget-wrap elementor-element-populated">
								<div class="elementor-element elementor-element-61526f46 elementor-widget elementor-widget-text-editor" data-id="61526f46" data-element_type="widget" data-widget_type="text-editor.default">
				<div class="elementor-widget-container">
			<style>/*! elementor - v3.14.0 - 18-06-2023 */
.elementor-widget-text-editor.elementor-drop-cap-view-stacked .elementor-drop-cap{background-color:#69727d;color:#fff}.elementor-widget-text-editor.elementor-drop-cap-view-framed .elementor-drop-cap{color:#69727d;border:3px solid;background-color:transparent}.elementor-widget-text-editor:not(.elementor-drop-cap-view-default) .elementor-drop-cap{margin-top:8px}.elementor-widget-text-editor:not(.elementor-drop-cap-view-default) .elementor-drop-cap-letter{width:1em;height:1em}.elementor-widget-text-editor .elementor-drop-cap{float:left;text-align:center;line-height:1;font-size:50px}.elementor-widget-text-editor .elementor-drop-cap-letter{display:inline-block}</style>				ไม่ว่าจะอยู่ในสายงานไหน ในอุตสาหกรรมประเภทใด ก็คงไม่มีใครอยาก <strong>ถูกไล่ออก</strong> แต่เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ ยุคสมัยเปลี่ยนไป โลกเปลี่ยนแปลง โอกาสที่วันหนึ่งเราจะถูกยื่นซองขาวให้ออกจากงานก็เป็นไปได้เสมอ

ซึ่งแม้จะเป็นเรื่องเลวร้าย แต่เราทุกคนก็สามารถรับมือได้ โดยแนวทางในการรับมือกับการ <strong>ถูกไล่ออก </strong>ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น สามารถทำได้ง่าย ๆ ตาม Check List สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ ดังต่อไปนี้

<span style="color: #ff0000;"><strong>1.ยอมรับและเข้าใจ</strong></span>

การที่เรา<strong>ถูกไล่ออก</strong>นั้นบางทีก็เป็นแนวโน้มของยุคสมัย ที่บังเอิญว่าทักษะของเราไม่ถูกต้อง และไม่ตรงกับความต้องการของตลาดอีกต่อไป หรืออาจมีหุ่นยนต์ มี Ai มีเทคโนโลยีอะไรที่ทำแทนเราได้ หรือทำได้ดีกว่าเรา ซึ่งเราควรทำความเข้าใจยอมรับให้ได้ เพื่อให้ตั้งหลักและก้าวต่อไปได้

<span style="color: #ff0000;"><strong>2.ตั้งสติให้มั่น</strong></span>

เมื่อ<strong>ถูกไล่ออก</strong> เราต้องตั้งสติให้ดี ต้องรับรู้ให้เท่าทันถึงความทุกข์ของตัวเอง แล้วฮึดสู้กลับมาให้ได้อีกครั้ง เพราะการ<strong>ถูกไล่ออก</strong>ที่ดูเหมือนเป็นจุดต่ำสุดนี้ อาจเป็นได้ทั้งจุดจบ และจุดเริ่มต้นก็ได้ ขึ้นอยู่กับเราเป็นคนกำหนดเอง ว่าจะให้มันเป็นจุดเริ่มต้นที่พาเราพุ่งทะยานไปข้างหน้า หรือจะเป็นจุดจบให้ถูกคนอื่นเหยียดหยามซ้ำเติม และสติคือตัวช่วยกำหนดทิศทางที่สำคัญที่สุด

<span style="color: #ff0000;"><strong>3.เจรจาต่อรองความสมเหตุสมผล</strong></span>

เมื่อยอมรับและตั้งสติได้แล้วหลังจากถูกบอกให้ออกจากงาน เราสามารถที่จะเจรจาต่อรองถึงเหตุผลที่ถูกให้ออกได้ เพื่อดูว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ หรือมีแนวทางอื่นใดที่แก้ปัญหาได้กับทั้ง 2 ฝ่ายนอกจากการต้องออกจากงานหรือไม่ บางทีเมื่อเราเปิดใจคุยกับนายจ้างอย่างตรงไปตรงมาถึงปัญหาที่เกิดขึ้น สุดท้ายแล้วอาจมีทางออกอื่นที่ดีกว่าโดยที่เราไม่จำเป็นต้องออกจากงานก็ได้

<strong><span style="color: #ff0000;">4.ตรวจสอบเรื่องเงินค่าชดเชยต่าง ๆ</span> </strong>

หากสุดท้ายแล้วจำเป็นต้องออกจริง ๆ สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบคือเรื่อง “เงิน” เพราะเมื่อ<strong>ถูกไล่ออก</strong>เราจะเป็นคนว่างงาน จึงต้องบริหารจัดการเงินให้ดี ดังนั้น จึงต้องตรวจสอบเรื่องค่าชดเชยตามกฎหมายให้รอบคอบ ให้เราได้เงินอย่างถูกต้องครบถ้วน

รวมถึงเงินอื่น ๆ ที่นายจ้างต้องให้เราจากการเลิกจ้าง เช่น เงินเดือนค้างชำระ ค่าเสียหายจากการถูกเลิกจ้าง ค่าวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ยังไม่ได้จ่ายเรา ตลอดจนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ Provident Fund ซึ่งเงินเหล่านี้จะเป็นเงินทุนสำคัญให้เราตั้งตัวได้ง่ายขึ้นหลังจากที่ต้องกลายเป็นคนว่างงาน

<span style="color: #ff0000;"><strong>5.ตั้งใจสมัครงานใหม่สัมภาษณ์ให้ผ่าน</strong></span>

หลังจากถูกให้ออกแล้ว การหางานใหม่เป็นสิ่งเร่งด่วนที่ควรรีบทำให้ได้มากที่สุด ให้เรากลับมามีชีวิตที่มั่นคงอีกครั้ง ซึ่งก็ต้องตั้งสติและให้ความสำคัญกับการทำ Resume ให้ดี เขียน Cover Letter อย่างถูกต้อง เตรียมตัวสัมภาษณ์งานด้วยความตั้งใจ สร้างความมั่นใจให้ตัวเองมาก ๆ อย่านำการ<strong>ถูกไล่ออก</strong>มาเป็นเหตุทำให้เสียความเชื่อมั่น จนไม่กล้าที่จะสมัครงานใหม่

<span style="color: #ff0000;"><strong>6.หางานอิสระเสริมทำควบคู่กับงานประจำ</strong></span>

เพราะการ<strong>ถูกไล่ออก</strong>บอกเราอย่างชัดเจนแล้วว่า “อะไรก็เกิดขึ้นได้” และ “ชีวิตคือความไม่แน่นอน” ดังนั้น เมื่อสมัครงานได้ใหม่อีกครั้ง แม้จะดูเป็นงานที่มั่นคงมากแค่ไหน เราก็ไม่ควรชะล่าใจ ควรหางานอิสระ หาช่องทางรายได้เสริมเพิ่มเติมไว้ด้วย เพื่อให้ก้าวต่อจากนี้ไปของเรา เป็นก้าวที่มั่นคงได้มากขึ้น ไม่ได้ฝากชีวิตเอาไว้กับงานประจำใดเพียงแค่งานเดียว

หัวใจสำคัญของชีวิตหลังการ<strong>ถูกไล่ออก</strong>จากงาน คือ เรื่องของการปรับตัว และการใช้ชีวิตอย่างมีสติ เพื่อให้เรายังคงดำเนินชีวิตต่อไปได้ อย่างมีกำลังใจ มีค่าใช้จ่ายเพียงพอสำหรับตัวเอง และครอบครัว และมีความสุขในทุก ๆ วัน

ซึ่งเราจำเป็นต้องตระหนักเอาไว้เสมอว่า คุณค่าในตัวเรายังคงไม่ได้สูญหายไปไหน แม้จะ<strong>ถูกไล่ออก</strong> เพราะตราบที่ยังไม่หมดลมหายใจ เราก็ยังพัฒนาตัวเองขึ้นมาใหม่ได้ ทำให้ตัวเองกลายเป็นคนที่สร้างผลงานที่ดี และมีคุณภาพได้อีกครั้งเสมอ						</div>
				</div>
					</div>
		</div>
							</div>
		</section>
							</div>
		<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/checklist/">Check List ที่ต้องใส่ใจ เมื่อถูกไล่ออกจากงาน</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://panjitconsulting.com/checklist/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>8 ข้อคิดในการบริหารองค์กรและธุรกิจสู่ความสำเร็จ</title>
		<link>https://panjitconsulting.com/organization/</link>
					<comments>https://panjitconsulting.com/organization/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Aumnuay]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Oct 2021 11:12:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบความสำเร็จ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://panjit.co/?p=969</guid>

					<description><![CDATA[<p>1.เสริมสร้างความภูมิใจที่ได้ทำงานกับองค์กร เพราะเมื่อพนักงานมีความพอใจ มีความสุข รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า เขาก็จะภูมิใจที่ได้ทำงานกับเรา ให้ความร่วมมือและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2.สื่อสารชัดเจนทั่วถึงในทุกระดับชั้น องค์กรจะขับเคลื่อนอย่างมีพลังไปในทิศทางเดียวกันได้ ต้องอาศัยการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพทั้งจากผู้บริหารถึงพนักงานและจากพนักงานถึงผู้บริหาร โดยเราต้องสื่อสารจากผู้บริหารระดับสูง แล้วต่อเนื่องไปตามลำดับ มีการประชุมพนักงาน มีสื่อและช่องทางการสื่อสารที่ทำให้ทุกคนทราบเรื่องโดยทั่วถึงพร้อมกัน  3.ต้องรู้ว่าควรดูแลพนักงานอย่างไร เรื่องของพนักงานเป็นสิ่งสำคัญมาก บริษัทต้องรู้ว่าควรจะทำอย่างไร ให้พนักงานรู้สึกดีที่ได้ทำงานกับเราในทุกวัน และสิ่งสำคัญคือ การให้อำนาจและความไว้วางใจกับพนักงาน เมื่อสอนงานพนักงานแล้ว และให้เครื่องมือเครื่องใช้ในการทำงานแล้ว ไม่ควรบอกให้พนักงานทำตามที่เราต้องการ เพราะจะเป็นการปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ 4.วัฒนธรรมองค์กรเป็นรากฐานสำคัญของความสำเร็จ วัฒนธรรมองค์กรที่แต่ละบริษัทสร้างขึ้น จะเป็นสิ่งที่พนักงานใช้เป็นหลักในการทำงานร่วมกันเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องร่วมกันรักษาไว้ โดยวัฒนธรรมองค์กรที่ดีต้องเป็นสิ่งที่ทำได้จริง เห็นผลจริง เพื่อให้ทุกคนเกิดความเชื่อมั่น และปฏิบัติตามโดยพร้อมเพรียงกัน จนเกิดเป็นพลังขับเคลื่อนที่มหาศาล 5.ทำดีได้ดี ทำไม่ดีต้องได้รับโทษ การทำงานในบริษัท องค์กรต้องแสดงให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่าอะไรถูกอะไรผิด คนไหนทำไม่ดีต้องได้รับโทษ ส่วนใครทำดีก็ได้รางวัลไม่มีข้อยกเว้นเรื่องตำแหน่ง ฐานะ เพื่อให้ทุกคนมีกำลังใจ ที่จะทำดีและปฏิบัติตนเป็นพนักงานที่ดีขององค์กร 6.สนับสนุนให้พนักงานเติบโตก้าวหน้า การฝึกอบรมพนักงานมีส่วนสำคัญมากที่จะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จ เพราะเมื่อพนักงานเก่งขึ้น เติบโตขึ้น รู้สึกว่าตัวเองสำเร็จ ก็จะทุ่มเททำให้องค์กรประสบความสำเร็จตามไปด้วย 7.รู้จักจุดเด่นของคนทำงาน ไม่มีใครรู้ปัญหาขององค์กรได้ดีกว่าพนักงาน ดังนั้น บริษัทจึงต้องฟังเสียงของคนทำงานและรู้จักจุดเด่นของพนักงานแต่ละคน เพื่อเสริมจุดเด่นของพวกเขา และให้เขารับหน้าที่สำคัญในจุดที่ถนัดที่สุด 8.ทำให้ทุกคนรู้เป้าหมายของตัวเอง โดยธรรมชาติแล้ว คนเราต้องการทำเป้าหมายให้สำเร็จ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/organization/">8 ข้อคิดในการบริหารองค์กรและธุรกิจสู่ความสำเร็จ</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #ff0000;"><strong>1.</strong><strong>เสริมสร้างความภูมิใจ</strong><strong>ที่ได้ทำงานกับองค์กร</strong></span></p>
<p>เพราะเมื่อพนักงานมีความพอใจ มีความสุข รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า เขาก็จะภูมิใจที่ได้ทำงานกับเรา ให้ความร่วมมือและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>2.</strong><strong>สื่อสารชัดเจนทั่วถึงในทุกระดับชั้น</strong></span></p>
<p><strong>องค์กร</strong>จะขับเคลื่อนอย่างมีพลังไปในทิศทางเดียวกันได้ ต้องอาศัยการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพทั้งจากผู้บริหารถึงพนักงานและจากพนักงานถึงผู้บริหาร โดยเราต้องสื่อสารจากผู้บริหารระดับสูง แล้วต่อเนื่องไปตามลำดับ มีการประชุมพนักงาน มีสื่อและช่องทางการสื่อสารที่ทำให้ทุกคนทราบเรื่องโดยทั่วถึงพร้อมกัน</p>
<p><span style="color: #ff0000;"> <strong>3.</strong><strong>ต้องรู้ว่าควรดูแลพนักงานอย่างไร</strong></span></p>
<p>เรื่องของพนักงานเป็นสิ่งสำคัญมาก บริษัทต้องรู้ว่าควรจะทำอย่างไร ให้พนักงานรู้สึกดีที่ได้ทำงานกับเราในทุกวัน และสิ่งสำคัญคือ การให้อำนาจและความไว้วางใจกับพนักงาน เมื่อสอนงานพนักงานแล้ว และให้เครื่องมือเครื่องใช้ในการทำงานแล้ว ไม่ควรบอกให้พนักงานทำตามที่เราต้องการ เพราะจะเป็นการปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>4.</strong><strong>วัฒนธรรมองค์กร</strong><strong>เป็นรากฐานสำคัญของความสำเร็จ</strong></span></p>
<p>วัฒนธรรม<strong>องค์กร</strong>ที่แต่ละบริษัทสร้างขึ้น จะเป็นสิ่งที่พนักงานใช้เป็นหลักในการทำงานร่วมกันเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องร่วมกันรักษาไว้ โดยวัฒนธรรม<strong>องค์กร</strong>ที่ดีต้องเป็นสิ่งที่ทำได้จริง เห็นผลจริง เพื่อให้ทุกคนเกิดความเชื่อมั่น และปฏิบัติตามโดยพร้อมเพรียงกัน จนเกิดเป็นพลังขับเคลื่อนที่มหาศาล</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>5.</strong><strong>ทำดีได้ดี ทำไม่ดีต้องได้รับโทษ</strong></span></p>
<p>การทำงานในบริษัท <strong>องค์กร</strong>ต้องแสดงให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่าอะไรถูกอะไรผิด คนไหนทำไม่ดีต้องได้รับโทษ ส่วนใครทำดีก็ได้รางวัลไม่มีข้อยกเว้นเรื่องตำแหน่ง ฐานะ เพื่อให้ทุกคนมีกำลังใจ ที่จะทำดีและปฏิบัติตนเป็นพนักงานที่ดีของ<strong>องค์กร</strong></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>6.</strong><strong>สนับสนุนให้พนักงานเติบโตก้าวหน้า</strong></span></p>
<p>การฝึกอบรมพนักงานมีส่วนสำคัญมากที่จะทำให้<strong>องค์กร</strong>ประสบความสำเร็จ เพราะเมื่อพนักงานเก่งขึ้น เติบโตขึ้น รู้สึกว่าตัวเองสำเร็จ ก็จะทุ่มเททำให้<strong>องค์กร</strong>ประสบความสำเร็จตามไปด้วย</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>7.</strong><strong>รู้จักจุดเด่นของคนทำงาน</strong></span></p>
<p>ไม่มีใครรู้ปัญหาของ<strong>องค์กร</strong>ได้ดีกว่าพนักงาน ดังนั้น บริษัทจึงต้องฟังเสียงของคนทำงานและรู้จักจุดเด่นของพนักงานแต่ละคน เพื่อเสริมจุดเด่นของพวกเขา และให้เขารับหน้าที่สำคัญในจุดที่ถนัดที่สุด</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>8.</strong><strong>ทำให้ทุกคนรู้เป้าหมายของตัวเอง</strong></span></p>
<p>โดยธรรมชาติแล้ว คนเราต้องการทำเป้าหมายให้สำเร็จ คนที่ไม่พยายาม อาจไม่ได้หมายความว่าเขาแย่ แต่เขาอาจแค่ยังไม่รู้เป้าหมายของตัวเองเท่านั้น ดังนั้น บริษัทจึงควรทำให้พนักงานทุกคนรู้เป้าหมายของตัวเอง เพื่อให้เขาเกิดพลังกายใจในการทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/organization/">8 ข้อคิดในการบริหารองค์กรและธุรกิจสู่ความสำเร็จ</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://panjitconsulting.com/organization/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Check List ก่อนลาออกจากงาน เพื่อทะยานสู่ชีวิตใหม่ที่มั่นคงกว่าเดิม</title>
		<link>https://panjitconsulting.com/resign30/</link>
					<comments>https://panjitconsulting.com/resign30/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Aumnuay]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Oct 2021 11:12:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[การทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบความสำเร็จ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ลาออก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://panjit.co/?p=971</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถ้าเลือกได้คงไม่มีใครอยาก ลาออก จากงาน แล้วต้องมาเสี่ยงเริ่มต้นใหม่กับการเดินทางที่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมั่นคงได้มากแค่ไหน แต่หากสุดท้ายเราพิจารณาแล้วอย่างมั่นใจว่างานที่ทำอยู่นั้นไม่ใช่ การตัดสินใจ ลาออก ก็เป็นทางออกที่ควรทำ เพื่อไม่ให้ต้องเสียเวลาไปกับสิ่งที่ไม่ได้ทำให้เราก้าวหน้าไปสู่จุดหมายที่ฝันไว้ โดยเพื่อให้การตัดสินใจ ลาออก จากงานของเรานำไปสู่การเริ่มต้นที่ดีกว่าเดิมได้ย่างแท้จริง มีสิ่งสำคัญที่ต้อง Check List ตรวจสอบเตรียมพร้อมให้ดีก่อน ดังต่อไปนี้ 1.มีเงินสำรองเพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นการลาออกด้วยเหตุผลใด เราต้องมั่นใจเสียก่อนว่า เรามีเงินสำรองเพียงพออย่างน้อย 3-6 เดือน เพื่อใช้ดูแลค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้ โดยเฉพาะหากเรามีลูก มีครอบครัวที่ต้องดูแล มีภาระค่าใช้จ่าย เช่น ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ฯลฯ ต้องรับผิดชอบ ยิ่งต้องวางแผนการเงินก่อนลาออกให้รอบคอบชัดเจน ต้องดูว่ารายจ่ายจำเป็นของเรามีอะไรบ้างเป็นจำนวนเงินเท่าไรต่อเดือน และรายได้ประจำของเราหลังหักภาษีแล้วเป็นอย่างไรบ้าง เพียงพอหรือไม่ ตลอดจนตรวจสอบเรื่องกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนรวม และเงินสะสมอื่น ๆ ด้วยว่าเป็นอย่างไร มีเงื่อนไขอะไรบ้าง สามารถเบิกถอนได้หรือไม่ รวมถึงเรื่องของประกันสังคม ก็จำเป็นต้องศึกษาให้ดีก่อนลาออกด้วย เพราะการลาออก กับ ถูกให้ออก มีเงื่อนไขของผลประโยชน์ที่ได้รับแตกต่างกัน 2.ตรวจสอบสัญญาจ้างให้ดี ก่อนลาออกจากงานควรตรวจสอบสัญญาจ้างให้รอบครอบอีกครั้ง เพราะบางครั้งสัญญาจ้างของเราอาจมีระบุไว้ด้วยว่า “ห้ามทำงานกับคู่ค้าคู่แข่ง” [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/resign30/">Check List ก่อนลาออกจากงาน เพื่อทะยานสู่ชีวิตใหม่ที่มั่นคงกว่าเดิม</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ถ้าเลือกได้คงไม่มีใครอยาก<strong> ลาออก </strong>จากงาน แล้วต้องมาเสี่ยงเริ่มต้นใหม่กับการเดินทางที่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมั่นคงได้มากแค่ไหน แต่หากสุดท้ายเราพิจารณาแล้วอย่างมั่นใจว่างานที่ทำอยู่นั้นไม่ใช่ การตัดสินใจ <strong>ลาออก </strong>ก็เป็นทางออกที่ควรทำ เพื่อไม่ให้ต้องเสียเวลาไปกับสิ่งที่ไม่ได้ทำให้เราก้าวหน้าไปสู่จุดหมายที่ฝันไว้</p>
<p>โดยเพื่อให้การตัดสินใจ<strong> ลาออก</strong> จากงานของเรานำไปสู่การเริ่มต้นที่ดีกว่าเดิมได้ย่างแท้จริง มีสิ่งสำคัญที่ต้อง Check List ตรวจสอบเตรียมพร้อมให้ดีก่อน ดังต่อไปนี้</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>1.มีเงินสำรองเพียงพอ</strong></span></p>
<p>ไม่ว่าจะเป็นการ<strong>ลาออก</strong>ด้วยเหตุผลใด เราต้องมั่นใจเสียก่อนว่า เรามีเงินสำรองเพียงพออย่างน้อย 3-6 เดือน เพื่อใช้ดูแลค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้ โดยเฉพาะหากเรามีลูก มีครอบครัวที่ต้องดูแล มีภาระค่าใช้จ่าย เช่น ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ฯลฯ ต้องรับผิดชอบ ยิ่งต้องวางแผนการเงินก่อน<strong>ลาออก</strong>ให้รอบคอบชัดเจน ต้องดูว่ารายจ่ายจำเป็นของเรามีอะไรบ้างเป็นจำนวนเงินเท่าไรต่อเดือน และรายได้ประจำของเราหลังหักภาษีแล้วเป็นอย่างไรบ้าง เพียงพอหรือไม่</p>
<p>ตลอดจนตรวจสอบเรื่องกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนรวม และเงินสะสมอื่น ๆ ด้วยว่าเป็นอย่างไร มีเงื่อนไขอะไรบ้าง สามารถเบิกถอนได้หรือไม่ รวมถึงเรื่องของประกันสังคม ก็จำเป็นต้องศึกษาให้ดีก่อน<strong>ลาออก</strong>ด้วย เพราะการ<strong>ลาออก</strong> กับ ถูกให้ออก มีเงื่อนไขของผลประโยชน์ที่ได้รับแตกต่างกัน</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>2.ตรวจสอบสัญญาจ้างให้ดี</strong></span></p>
<p>ก่อน<strong>ลาออก</strong>จากงานควรตรวจสอบสัญญาจ้างให้รอบครอบอีกครั้ง เพราะบางครั้งสัญญาจ้างของเราอาจมีระบุไว้ด้วยว่า “ห้ามทำงานกับคู่ค้าคู่แข่ง” มีเงื่อนไขต่าง ๆ กำหนดเอาไว้ อาจเป็นเรื่องระยะเวลา 1-2 ปี ที่ห้ามไปสมัครทำงานที่ใหม่กับบริษัทที่เป็นคู่แข่งของบริษัทเดิม การสำรวจสัญญาจ้างก่อน<strong>ลาออก</strong> จะช่วยให้เราไม่พลาดทำผิดเงื่อนไขจนเกิดปัญหาตามมาภายหลัง และวางแผนการสมัครงานที่ใหม่ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม มากยิ่งขึ้น</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>3.อัพเดทเรซูเม่ในทุกช่องทางการสมัครงาน</strong></span></p>
<p>ไม่ว่าจะเป็น CV, Cover Letter หรือ ข้อมูลใน LinkedIn  และข้อมูลในช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ของเรา ควรได้รับการอัพเดทเพื่อให้พร้อมเปิดรับกับโอกาสในการสมัครงานที่ใหม่ ทั้งนี้ 1 CV ควรใช้สมัครงานเพียง 1 ตำแหน่งเท่านั้น ไม่ควรหว่านส่งไปทั่วหลายตำแหน่ง</p>
<p>ในขณะเดียวกันหากต้องการเพิ่มโอกาสได้งานที่ดีให้มากขึ้น ควรศึกษาตลาดงาน สำรวจเงินเดือนของตำแหน่งที่เราต้องการสมัครให้ดี พร้อมกับตรวจสอบดูว่าในตำแหน่งงานที่ตั้งเป้าไว้นั้น ต้องการทักษะอะไรบ้าง เพื่อให้เราเตรียมตัว เตรียมข้อมูลในการตอบคำถามสัมภาษณ์ได้อย่างเหมาะสม สำรวจตัวเองดูว่าสามารถ Transferable หรือโอนย้ายทักษะใดที่เรามี ไปสร้างประโยชน์ให้กับการทำงานในตำแหน่งนั้น ๆ ได้บ้าง พร้อมกับนำข้อมูลเหล่านี้ ไว้ใช้ในการเจรจาต่อรองผลตอบแทนด้วย</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>4.เตรียมช่องทางรายได้เสริมและการประหยัดค่าใช้จ่ายให้พร้อม</strong></span></p>
<p>สิ่งสำคัญที่เราต้องไม่ลืมคือ บางทีสิ่งที่ไม่คาดคิดก็สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ดังนั้นเมื่อตัดสินใจ<strong>ลาออก</strong> เราจึงควรวางแผนอนาคตเอาไว้ให้พร้อมที่สุด ไม่ควรคิดหวังพึ่งพารายได้เพียงแค่ทางเดียว ควรหาช่องทางรายได้เพิ่มทางอื่นด้วย เพราะเราก็ไม่รู้ว่าจะได้งานใหม่เมื่อไร หรือต้องออกจากงานอีกครั้งเมื่อไร</p>
<p>ในขณะเดียวกัน ก็ต้องประหยัดค่าใช้จ่ายด้วย โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดฝัน เช่น เกิดอุบัติเหตุ เจ็บป่วย โดยเฉพาะกับคนที่มีลูกเล็ก มีครอบครัว การคิดเผื่อวางแผนทำประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเอาไว้ให้ตัวเอง และคนที่รัก ก็ถือเป็นการสร้างความคุ้มครอง ที่ช่วยให้หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมาในระหว่างที่กำลังหางาน จะได้มีเงินสำรองใช้จ่ายไม่เกิดปัญหา</p>
<p>การตัดสินใจ<strong>ลาออก</strong>จากงาน ถือเป็นก้าวสำคัญของชีวิต เป็นจุดเปลี่ยนที่อาจพาเราไปสู่จุดที่ดีกว่า หรือแย่ลงกว่าเดิมก็ได้ ดังนั้น ยิ่งเราเตรียมความพร้อมได้ดีมากเท่าไร ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสให้ก้าวไปสู่จุดหมายที่ตั้งใจได้สำเร็จมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งขอเพียงแค่เราตัดสินใจอย่างมีสติ ไตร่ตรองด้วยความรอบคอบ และมีเหตุผล ไม่ใช้เพียงแค่อารมณ์ การ<strong>ลาออก</strong>จากงานก็จะไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว แต่เป็นเรื่องดีที่จะสร้างโอกาสให้ตัวเราเขยิบเข้าใกล้กับความสำเร็จได้มากขึ้นกว่าเดิม</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/resign30/">Check List ก่อนลาออกจากงาน เพื่อทะยานสู่ชีวิตใหม่ที่มั่นคงกว่าเดิม</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://panjitconsulting.com/resign30/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>4 ตัวอย่างพรสวรรค์ ตัวเรานั้นมีจุดแข็งแบบไหน</title>
		<link>https://panjitconsulting.com/strengthsfinder03/</link>
					<comments>https://panjitconsulting.com/strengthsfinder03/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Aumnuay]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Sep 2021 03:00:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Strengths Finder]]></category>
		<category><![CDATA[จุดแข็ง]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบความสำเร็จ]]></category>
		<category><![CDATA[พรสวรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[หาจุดแข็ง]]></category>
		<category><![CDATA[เพิ่มศักยภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://panjit.co/?p=699</guid>

					<description><![CDATA[<p>อย่ามัวแต่ตั้งคำถามว่า “เราขาดอะไร” แต่ให้ถามตัวเองใหม่ว่า “เรามีอะไรบ้างที่คนอื่นไม่มี” นี่คือหลักการสำคัญจากหนังสือ “เจาะจุดแข็ง : Strengths Finder” ที่ให้เราเริ่มต้นจากการหาจุดแข็งของตัวเองให้เจอ (Start with Strengths) แล้วดึงเอาพรสวรรค์ที่ซ่อนอยู่ข้างใน มาสร้างสรรค์ผลงาน ทำให้เราประสบความสำเร็จในชีวิตได้ตามเป้าหมายที่ฝันไว้ โดยเหตุผลที่เราทุกคนควรเริ่มต้นค้นให้พบพรสวรรค์จุดแข็งในตัวเองก่อนนั้น เพราะถือเป็นวิธีที่ดีที่สุด ในการเพิ่มพัฒนาศักยภาพของตัวเองได้อย่างเต็มที่ ดังที่ Donald O. Clifton บิดาแห่งปรัชญาการบริหารคนด้วยจุดแข็งได้กล่าวเอาไว้ พรสวรรค์(Talent)คืออะไร? พรสวรรค์คือความเป็นธรรมชาติของเราที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด แต่ละคนจะมีพรสวรรค์ที่แตกต่างกันไป เราจำเป็นจะต้องมีสติที่จะควบคุมให้ได้ ซึ่งนอกจากพรสวรรค์ในตัวแล้ว คนเราก็ยังมีพรแสวง (Investment) หรือความพยายามในการเรียนรู้ ฝึกฝนมุ่งมั่นที่จะทำให้ดีอีกด้วย โดยเมื่อพรสวรรค์บวกรวมกับพรแสวง ก็จะกลายมาเป็น จุดแข็ง หรือ Strengths ที่นำพาเราไปสู่ความสำเร็จในชีวิตได้ง่ายขึ้นนั่นเอง พรสวรรค์ของคนเรามีกี่แบบ? ในหนังสือ “เจาะจุดแข็ง : Strengths Finder” จะมีแบบทดสอบที่ใช้กันมายาวนานกว่า 50 ปี และได้รับการพิสูจน์มาแล้วกว่า 21 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งจากผลการทดสอบจะแบ่งพรสวรรค์ของคนเราออกมาได้มากถึง 34 อย่าง จัดกลุ่มได้เป็น [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/strengthsfinder03/">4 ตัวอย่างพรสวรรค์ ตัวเรานั้นมีจุดแข็งแบบไหน</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>อย่ามัวแต่ตั้งคำถามว่า “เราขาดอะไร” แต่ให้ถามตัวเองใหม่ว่า “เรามีอะไรบ้างที่คนอื่นไม่มี” นี่คือหลักการสำคัญจากหนังสือ “เจาะจุดแข็ง : <strong>Strengths Finder</strong>” ที่ให้เราเริ่มต้นจากการหาจุดแข็งของตัวเองให้เจอ (Start with Strengths) แล้วดึงเอาพรสวรรค์ที่ซ่อนอยู่ข้างใน มาสร้างสรรค์ผลงาน ทำให้เราประสบความสำเร็จในชีวิตได้ตามเป้าหมายที่ฝันไว้</p>
<p>โดยเหตุผลที่เราทุกคนควรเริ่มต้นค้นให้พบพรสวรรค์จุดแข็งในตัวเองก่อนนั้น เพราะถือเป็นวิธีที่ดีที่สุด ในการเพิ่มพัฒนาศักยภาพของตัวเองได้อย่างเต็มที่ ดังที่ Donald O. Clifton บิดาแห่งปรัชญาการบริหารคนด้วยจุดแข็งได้กล่าวเอาไว้</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>พรสวรรค์(Talent)คืออะไร?</strong></span></p>
<p>พรสวรรค์คือความเป็นธรรมชาติของเราที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด แต่ละคนจะมีพรสวรรค์ที่แตกต่างกันไป เราจำเป็นจะต้องมีสติที่จะควบคุมให้ได้ ซึ่งนอกจากพรสวรรค์ในตัวแล้ว คนเราก็ยังมีพรแสวง (Investment) หรือความพยายามในการเรียนรู้ ฝึกฝนมุ่งมั่นที่จะทำให้ดีอีกด้วย โดยเมื่อพรสวรรค์บวกรวมกับพรแสวง ก็จะกลายมาเป็น จุดแข็ง หรือ Strengths ที่นำพาเราไปสู่ความสำเร็จในชีวิตได้ง่ายขึ้นนั่นเอง</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>พรสวรรค์ของคนเรามีกี่แบบ?</strong></span></p>
<p>ในหนังสือ “เจาะจุดแข็ง : <strong>Strengths Finder</strong>” จะมีแบบทดสอบที่ใช้กันมายาวนานกว่า 50 ปี และได้รับการพิสูจน์มาแล้วกว่า 21 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งจากผลการทดสอบจะแบ่งพรสวรรค์ของคนเราออกมาได้มากถึง 34 อย่าง จัดกลุ่มได้เป็น 4 หมวดใหญ่ ได้แก่</p>
<p><span style="color: #000080;"><strong>กลุ่มที่ </strong><strong>1 พรสวรรค์เกี่ยวกับการปฏิบัติการ</strong></span></p>
<p>เก่งในเรื่องการปฏิบัติการ หรือ Execution ลงมือทำงานต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><span style="color: #000080;"><strong>กลุ่มที่ </strong><strong>2 พรสวรรค์เกี่ยวกับการจูงใจคน</strong></span></p>
<p>เก่งในเรื่องการโน้มน้าวให้ผู้คนเชื่อถือ เห็นด้วย คล้อยตาม เป็น Influencer โดยธรรมชาติ</p>
<p><span style="color: #000080;"><strong>กลุ่มที่ </strong><strong>3 พรสวรรค์เกี่ยวกับการสร้างความสัมพันธ์</strong></span></p>
<p>เก่งในเรื่องการติดต่อ ประสานงาน สร้าง Relationship และเครือข่ายทรงประสิทธิภาพ</p>
<p><span style="color: #000080;"><strong>กลุ่มที่ </strong><strong>4 พรสวรรค์เกี่ยวกับการคิดวิเคราะห์</strong></span></p>
<p>เก่งในเรื่องการวางแผน และการใช้ความคิดเชิงกลยุทธ์ เป็น Strategic Thinker</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>พรสวรรค์มีทั้งข้อดีข้อเสีย เพิ่มศักยภาพให้ถึงขีดสุดด้วยการใช้พรสวรรค์ให้ถูกวิธี</strong></span></p>
<p>พรสวรรค์เป็นเรื่องดี เราจึงจำเป็นต้องบริหารและสร้างสมดุลในการใช้พรสวรรค์ ยกตัวอย่างเช่น คนที่มีพรสวรรค์เรื่องการปฏิบัติการ ลงมือทำงานเก่ง มีความรับผิดชอบ มุ่งมั่น ตั้งใจสูง แต่ในบางครั้ง การที่เขามุ่งมั่นกับบางสิ่ง ก็กลายเป็นละเลยสิ่งสำคัญอื่น ๆ ไปได้</p>
<p>อาจละเลยคนสำคัญในครอบครัวเพราะมัวยุ่งอยู่แต่กับงาน ละเลยสุขภาพตัวเอง หรือ ในคนที่มีพรสวรรค์ด้านการคิดวิเคราะห์ ก็อาจทำให้คนอื่น ๆ มองว่าเป็นคนคิดเยอะ คิดเล็กคิดน้อย จู้จี้จุกจิกได้ ฯลฯ ดังนั้น เราทุกคนจึงต้องรู้จักตัวเอง มีสติควบคุมการใช้พรสวรรค์ของตัวเองให้สมดุล นำมาใช้กับการดำเนินชีวิตให้เกิดแง่บวก เกิดความสำเร็จให้ได้มากที่สุด</p>
<p>การทำแบบทดสอบเรื่อง <strong>Strengths Finder </strong>จะทำให้เราค้นพบจุดแข็งของตัวเราเองได้ ซึ่งจุดแข็งที่ได้ออกมานั้น จะแตกต่างกันไปโดยสิ้นเชิงในแต่ละบุคคล น้อยคนมากที่จะได้ผลลัพธ์ออกมาเหมือนกัน นั่นจึงแสดงให้เห็นว่า พรสวรรค์ หรือ จุดแข็งของคนเรา มีลักษณะคล้ายกับ Finger Print หรือรอยนิ้วมือซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเราจริง ๆ ไม่เหมือนคนอื่น และเราทุกคนก็ควรใช้สิ่งที่มีไม่เหมือนกันนี้ กรุยทางไปสู่เส้นทางที่ใช่ ที่ถนัด และใช้ทักษะเฉพาะตัวของเราบริหารจัดการชีวิตให้ก้าวไกลไปจนถึงจุดหมายที่ฝันในแบบที่เป็นตัวของเราเอง</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/strengthsfinder03/">4 ตัวอย่างพรสวรรค์ ตัวเรานั้นมีจุดแข็งแบบไหน</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://panjitconsulting.com/strengthsfinder03/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>5 หนังสือแนะนำเพื่อคนทำงาน ประสบความสำเร็จง่ายขึ้น</title>
		<link>https://panjitconsulting.com/book/</link>
					<comments>https://panjitconsulting.com/book/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Aumnuay]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 16 Aug 2021 07:58:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Habits]]></category>
		<category><![CDATA[การอ่านหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[คนทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบความสำเร็จ]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://panjit.co/?p=342</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไม่ว่าจะประกอบอาชีพใด เราทุกคนล้วนปรารถนาที่จะเติบโต ก้าวหน้า ประสบความสำเร็จสูงสุดในอาชีพการงานของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น แต่ทั้งนี้เราก็ต้องพัฒนาตัวเองให้กลายเป็นคนที่ดีขึ้น และเก่งขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย เพื่อให้คู่ควรกับเป้าหมายที่ฝัน ซึ่ง “หนังสือ” คือ หนึ่งในเครื่องมือที่ดีและเข้าถึงได้ง่ายที่สุด ที่จะช่วยพัฒนาตัวเราให้กลายเป็นคนที่มีคุณภาพ โดยต่อจากนี้ไป คือ หนังสือแนะนำ 5 เล่มที่คนทำงานควรอ่าน เพื่อให้พาตัวเองก้าวทะยานสู่เส้นชัยได้สำเร็จง่ายและรวดเร็วมากขึ้น 1.The Top 2% เป็นหนังสือที่พูดถึง What it takes to reach the top in your profession. อะไรคือสิ่งจำเป็นสำคัญที่เราต้องใช้เพื่อก้าวไปให้ถึงจุดสูงสุดของความสำเร็จในอาชีพที่ต้องการ ซึ่งจะพูดถึงหลักการง่าย ๆ แต่ทรงประสิทธิภาพ 5 ประการ คือ “STARS” โดยมีความหมาย ดังต่อไปนี้ S Sense of purpose หมายถึง พลังของจุดมุ่งหมาย T Trait หมายถึง ลักษณะนิสัย ซึ่งจะบ่งบอกถึงพลัง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/book/">5 หนังสือแนะนำเพื่อคนทำงาน ประสบความสำเร็จง่ายขึ้น</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ไม่ว่าจะประกอบอาชีพใด เราทุกคนล้วนปรารถนาที่จะเติบโต ก้าวหน้า ประสบความสำเร็จสูงสุดในอาชีพการงานของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น แต่ทั้งนี้เราก็ต้องพัฒนาตัวเองให้กลายเป็นคนที่ดีขึ้น และเก่งขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย เพื่อให้คู่ควรกับเป้าหมายที่ฝัน</p>
<p>ซึ่ง <strong>“หนังสือ”</strong> คือ หนึ่งในเครื่องมือที่ดีและเข้าถึงได้ง่ายที่สุด ที่จะช่วยพัฒนาตัวเราให้กลายเป็นคนที่มีคุณภาพ โดยต่อจากนี้ไป คือ <strong>หนังสือ</strong>แนะนำ 5 เล่มที่คนทำงานควรอ่าน เพื่อให้พาตัวเองก้าวทะยานสู่เส้นชัยได้สำเร็จง่ายและรวดเร็วมากขึ้น</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>1.The Top 2%</strong></span></p>
<p>เป็น<strong>หนังสือ</strong>ที่พูดถึง What it takes to reach the top in your profession. อะไรคือสิ่งจำเป็นสำคัญที่เราต้องใช้เพื่อก้าวไปให้ถึงจุดสูงสุดของความสำเร็จในอาชีพที่ต้องการ ซึ่งจะพูดถึงหลักการง่าย ๆ แต่ทรงประสิทธิภาพ 5 ประการ คือ “STARS” โดยมีความหมาย ดังต่อไปนี้</p>
<ul>
<li><strong>S </strong>Sense of purpose หมายถึง พลังของจุดมุ่งหมาย</li>
<li><strong>T </strong>Trait หมายถึง ลักษณะนิสัย ซึ่งจะบ่งบอกถึงพลัง และความกระตือรือร้นเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย</li>
<li><strong>A </strong>Attitude หมายถึง ทัศนคติ</li>
<li><strong>R </strong>Rapport with others หมายถึง วิธีการทำงานร่วมกับผู้อื่น การพูดคุยกับคนอื่น ควรทำอย่างไรให้เหมาะสม</li>
<li><strong>S </strong>Skill หมายถึง ทักษะที่สำคัญในการทำงานให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งต้องไม่ใช่แค่รู้ แต่ต้องลงมือทำอย่างรวดเร็วด้วย</li>
</ul>
<p>The Top 2% เป็น<strong>หนังสือ</strong>ที่จะช่วยให้เราค้นพบว่า เราต้องการอะไรในชีวิต พร้อมกับแนะนำวิธีว่าจะต้องทำอย่างไรถึงจะก้าวไปอยู่ในเส้นทางที่จะไปถึงดวงดาวหรือหมู่ดาวที่ฝันไว้ได้สำเร็จ ซึ่งก็เป็นตัวย่อของหลักการใน<strong>หนังสือ</strong>เล่มนี้ หรือ STARS นั่นเอง</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>2.7 </strong><strong>Habits of Highly Effective People</strong></span></p>
<p>คำสำคัญหลัก ๆ 2 คำของ<strong>หนังสือ</strong>เล่มนี้ คือ “Habits” และ “Effective” โดยคำว่า “Habits” หมายถึง อุปนิสัย ซึ่งประกอบขึ้นมาจาก 3 ส่วน ได้แก่ ความปรารถนา (Desire), ความรู้ (Knowledge) และ ทักษะ (Skill) อุปนิสัยของคนเรานั้น เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ สร้างได้ และเลิกได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับว่าเรามีความปรารถนามากแค่ไหน และตั้งเป้าเป็นจุดหมายเอาไว้หรือไม่?</p>
<p>ยกตัวอย่างเช่น เราอยากจะลดน้ำหนัก เราก็ต้องตั้งเป้าการลดน้ำหนักเอาไว้เป็นจุดมุ่งหมาย เป็นความปรารถนาที่อยากจะสวย ผอม หุ่นดี แข็งแรง แล้วจึงค่อยหาความรู้ และฝึกฝนให้มีทักษะ จนใช้ทักษะนั้นเปลี่ยนแปลงตัวเองให้บรรลุเป้าหมายได้สำเร็จ ซึ่งโดยปกติแล้วคนเราจะใช้เวลาประมาณ 21 วัน ในการเรียนรู้ที่จะสร้างนิสัยใหม่ และเลิกนิสัยเก่า</p>
<p>ส่วน “Effective” หรือ ความมีประสิทธิภาพ คือพื้นฐานของชีวิตเลยก็ว่าได้ เพราะเราจะประสบความสำเร็จได้ก็ด้วยเพราะการลงมือทำที่มีประสิทธิภาพ แต่เราจะทำทุกอย่างได้มีประสิทธิภาพมากแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับนิสัยของเราด้วย ดังนั้น เราจึงต้องสร้างนิสัย แล้วให้นิสัยสร้างตัวเรา ซึ่งชีวิตก็เหมือนกับสิ่งซ้ำ ๆ เดิม ๆ ที่เราทำทุกวันจนเป็นนิสัย เมื่อนิสัยเราถูกต้อง เหมาะสม ก็จะประกอบกันจนสร้างเป็นโชคชะตาและความสำเร็จของเราได้ในที่สุด</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>3.How Did That Happen</strong></span></p>
<p>หัวใจสำคัญของ<strong>หนังสือ</strong>เล่มนี้จะพูดถึง “Holding People Accountable.” วิธีการสร้างให้คนรวมจิตใจ รวมพลังเพื่อที่จะก้าวไปให้ถึงเป้าหมาย ซึ่งเป้าหมายสูงสุดในการบริหารคนนั้น ไม่ใช่การทำเพื่อให้คนรัก แต่เป็นเพื่อทำให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้</p>
<p><strong>หนังสือ</strong>เล่มนี้จะบอกวิธีการว่า เราต้องทำอย่างไรเพื่อให้ผู้คนมีกำลังใจในการทำงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ โดยจะเจาะลึกเรื่องราวของ Accountability 4 ประเด็นที่สำคัญที่ควรทำให้ได้ เพื่อสร้างความรับผิดชอบมุ่งมั่นของคน ซึ่งประกอบไปด้วย L I F T ที่มีความหมาย ดังนี้</p>
<ul>
<li><strong>L </strong>Listen หมายถึง การฟัง โดยมุ่งเน้นให้ฟังให้เข้าใจว่าปัญหาคืออะไรบ้าง</li>
<li><strong>I </strong>Identify หมายถึง การแยกแยะ เพื่อระบุให้ได้ชัด ๆ ว่าอะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหา</li>
<li><strong>F </strong>Facilitate (Ask questions to solve the problem) หมายถึง การร่วมมือช่วยกันแก้ไขปัญหา ซึ่งผู้นำที่ดีจะใช้วิธีการถามคำถาม What else we can do? เพื่อกระตุ้นให้เกิดการนำไปสู่การแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพ</li>
<li><strong>T </strong>Taste for movement (what action are you going to take?) หมายถึง การทดสอบว่า เพื่อที่จะมุ่งไปข้างหน้าให้ได้ตามเป้าที่ต้องการนั้น เราต้องทำอะไร อย่างไรบ้าง</li>
</ul>
<p>Accountability คือความรับผิดชอบ ความมุ่งมั่น และความผูกพันที่มีต่องาน เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้งานสำเร็จลุล่วงได้ตามที่ต้องการ ดังนั้น How did that happen เล่มนี้จึงเป็น<strong>หนังสือ</strong>ที่ทุกคนทำงานไม่ควรพลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับระดับหัวหน้างานที่ต้องบริหารทีมให้ทำงานได้บรรลุตามเป้าหมาย</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>4.The Power</strong></span></p>
<p>ในการจะก้าวไปสู่ความสำเร็จให้ได้นั้น เราจะพึ่งเพียงแค่พลังของตัวเราเองอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องรู้จักพึ่งพาพลังของจักรวาลให้ช่วยทุ่นแรงช่วยเหลือเราด้วย หากรอบตัวเรามี Internet ที่ทำให้ผู้คนติดต่อสื่อสารกันได้ รอบตัวเราก็มีพลังจักรวาล พลังของสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมายรายล้อมอยู่ด้วยเช่นกัน ซึ่งเราจำเป็นจะต้องดึงพลังในส่วนนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด</p>
<p>โดย<strong>หนังสือ</strong>เรื่อง The Power เล่มนี้จะพาเราทุกไปค้นพบวิธีการดึงเอาพลังจักรวาลที่อยู่รอบตัวมาใช้ เพื่อพาให้เราก้าวเดินต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพจนถึงเส้นชัย ซึ่งเมื่อเราเริ่มเข้าใจวิธีการทำงานของชีวิต และพลังอำนาจที่มีอยู่ในตัว เราก็จะได้สัมผัสความมหัศจรรย์ของชีวิตอย่างเต็มที่ แล้วชีวิตเราก็จะกลายเป็นชีวิตที่น่าอัศจรรย์</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>5.Strengths Finder</strong></span></p>
<p>เป็น<strong>หนังสือ</strong>ที่พูดถึงการมองหาจุดแข็งในตัวเองให้เจอ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับการจะประสบความสำเร็จในการทำงาน เพราะ การเสริมจุดแข็งง่ายกกว่าการพัฒนาจุดอ่อน แต่ทั้งนี้ เราก็ต้องหาจุดแข็งของเราให้เจอด้วย Who we are? เราเก่งเรื่องอะไร และ Who we aren’t? เราไม่เก่งเรื่องอะไร <strong>หนังสือ</strong>เล่มนี้จะพาเราไปค้นหาคำตอบให้ชัดเจน</p>
<p>เพราะบ่อยครั้งเรามักมัวแต่เสียเวลาไปกับความอยากเป็นเหมือนคนอื่น โดยที่ไม่รู้เลยว่าการเป็นแบบนั้นไม่ใช่เรา และเรามีจุดเด่นจุดแข็งในตัวเองที่น่าสนใจ และควรอย่างยิ่งที่จะพัฒนามากกว่า เพื่อใช้จุดแข็งนั้นพาเราไปสู่จุดหมายที่ฝันได้สำเร็จ</p>
<p>การพัฒนาตัวเองเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องทำหากปราถนาจะประสบความสำเร็จในชีวิต ซึ่งแนวทางในการพัฒนาตัวเองนั้นมีมากมาย แต่หนึ่งวิธีที่ทำได้ง่ายที่สุด คือ “การอ่าน<strong>หนังสือ</strong>” ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมประสบการณ์หลากหลายของผู้คนที่ทั้งสำเร็จและล้มเหลวเอาไว้ ทำให้เราได้เรียนรู้โลกกว้างภายในระยะเวลาอันสั้น</p>
<p>โดยไม่ต้องลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง นั่นเองจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ว่าทำไมเราจึงควรอ่าน<strong>หนังสือ</strong>เป็นประจำ ยิ่งสำหรับชีวิตการทำงานที่ต้องการความสำเร็จด้วยแล้ว <strong>หนังสือ</strong>ยิ่งเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ในการช่วยเราให้ไปถึงฝั่งฝันได้ดีมาก ๆ</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/book/">5 หนังสือแนะนำเพื่อคนทำงาน ประสบความสำเร็จง่ายขึ้น</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://panjitconsulting.com/book/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คิดทำอย่างไร ให้สำเร็จยิ่งใหญ่ในอาชีพเซลล์</title>
		<link>https://panjitconsulting.com/sales/</link>
					<comments>https://panjitconsulting.com/sales/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Aumnuay]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Jul 2021 12:09:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Apple]]></category>
		<category><![CDATA[ขายดี]]></category>
		<category><![CDATA[นักขาย]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบความสำเร็จ]]></category>
		<category><![CDATA[สุดยอดนักขาย]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพเซลล์]]></category>
		<category><![CDATA[เซลล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://panjit.co/?p=191</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้หลายคนอาจไม่อยากทำอาชีพเซลล์ หรือ นักขาย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า “เซลล์” คือหนึ่งในอาชีพที่ยิ่งใหญ่ เพราะสามารถสร้างรายได้ได้แบบไร้ขีดจำกัด แต่คนที่จะเป็น เซลล์ แล้วประสบความสำเร็จได้นั้น ล้วนต้องเกิดจากกระบวนการความคิดภายใน หรือ Mind Set ที่ถูกต้อง อันนำไปสู่เทคนิควิธีการทำงานที่ถูกต้อง ซึ่งแนวทางในการคิดและลงมือทำที่สำคัญของการจะก้าวไปเป็นสุดยอดนักขายที่ประสบความสำเร็จได้นั้น มีดังต่อไปนี้ 1.ไม่ใช่แค่รู้และทำ แต่ต้องเป็นในสิ่งที่เป็นด้วย Know / Do / Be คือ 3 เสาหลักของการทำงานให้ประสบความสำเร็จในทุกอาชีพ ซึ่งใคร ๆ ก็ “รู้” หน้าที่ตัวเอง และก็ “ทำ” ในสิ่งที่ต้องทำได้ทั้งนั้น แต่ไม่ใช่ทุกคนจะ “เป็น” ในสิ่งที่เขาเป็นได้ กล่าวคือ เซลล์บางคนเพียงแค่รู้ว่าต้องทำอะไร แล้วก็ทำไปตามที่รู้ แต่ไม่ได้ทำตัวเองให้ “เป็นเซลล์ที่ดี” เลย พูดง่าย ๆ คือทำไปวัน ๆ ทำไปตามหน้าที่ ไม่มีความมุ่งมั่นตั้งใจกระตือรือร้น เซลล์บางคนจะเดินอย่างมีพลังมุ่งมั่น แต่บางคนจะอ้อยอิ่ง หมดแรง ไม่มีไฟ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/sales/">คิดทำอย่างไร ให้สำเร็จยิ่งใหญ่ในอาชีพเซลล์</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แม้หลายคนอาจไม่อยากทำอาชีพเซลล์ หรือ นักขาย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า<strong> “เซลล์”</strong> คือหนึ่งในอาชีพที่ยิ่งใหญ่ เพราะสามารถสร้างรายได้ได้แบบไร้ขีดจำกัด แต่คนที่จะเป็น <strong>เซลล์ </strong>แล้วประสบความสำเร็จได้นั้น ล้วนต้องเกิดจากกระบวนการความคิดภายใน หรือ Mind Set ที่ถูกต้อง อันนำไปสู่เทคนิควิธีการทำงานที่ถูกต้อง ซึ่งแนวทางในการคิดและลงมือทำที่สำคัญของการจะก้าวไปเป็นสุดยอดนักขายที่ประสบความสำเร็จได้นั้น มีดังต่อไปนี้</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>1.ไม่ใช่แค่รู้และทำ แต่ต้องเป็นในสิ่งที่เป็นด้วย</strong></span></p>
<p>Know / Do / Be คือ 3 เสาหลักของการทำงานให้ประสบความสำเร็จในทุกอาชีพ ซึ่งใคร ๆ ก็ “รู้” หน้าที่ตัวเอง และก็ “ทำ” ในสิ่งที่ต้องทำได้ทั้งนั้น แต่ไม่ใช่ทุกคนจะ “เป็น” ในสิ่งที่เขาเป็นได้ กล่าวคือ <strong>เซลล์</strong>บางคนเพียงแค่รู้ว่าต้องทำอะไร แล้วก็ทำไปตามที่รู้ แต่ไม่ได้ทำตัวเองให้ “เป็น<strong>เซลล์</strong>ที่ดี” เลย พูดง่าย ๆ คือทำไปวัน ๆ ทำไปตามหน้าที่ ไม่มีความมุ่งมั่นตั้งใจกระตือรือร้น</p>
<p><strong>เซลล์</strong>บางคนจะเดินอย่างมีพลังมุ่งมั่น แต่บางคนจะอ้อยอิ่ง หมดแรง ไม่มีไฟ บางคนพูดกับตัวเองด้วยพลังบวก เคารพผู้อื่นอยู่เสมอ แต่บางคนกลับใช้เวลาไปกับการตัดพ้อตัวเอง และนินทาผู้อื่น ความ “เป็น” เซลล์ที่แท้จริงนี่เอง คือสาเหตุที่ทำให้มีคนเพียงแค่ 4% เท่านั้นที่ประสบความสำเร็จ และอีก 96% ล้มเหลวในอาชีพ</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>2.เปลี่ยนจุดโฟกัสให้กลับเข้าที่ได้เร็วที่สุด</strong></span></p>
<p>ในการทำงานขาย เป็นธรรมดาที่<strong>เซลล์</strong>จะเจอกับปัญหา เหนื่อย ท้อ เศร้า และหมดไฟ จนทำให้อาจหลุดโฟกัส ทำให้ละทิ้งหน้าที่ตัวเองไปสนใจอย่างอื่น ซึ่งหากต้องการเป็น<strong>เซลล์</strong>ที่ประสบความสำเร็จ เราต้องเปลี่ยนความคิดตรงนี้ให้เร็วที่สุด คือต้องพาตัวเองกลับมาโฟกัสกับการทำงานให้ได้เร็วที่สุด เพราะการโฟกัสในงาน ในเป้าหมาย คือพลังสำคัญที่จะพาเราไปสู่ความสำเร็จ</p>
<p>เหมือนกับการทดลองในชั้นเรียนมัธยม ที่คุณครูให้เราเอาแว่นขยายส่องแดดบนสนามหญ้า จนเกิดไฟลุกไหม้ขึ้นมาได้ ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า เศร้าไม่ได้ เหนื่อย ท้อไม่ได้ แต่คนที่จะประสบความสำเร็จได้คือคนที่กลับมายืนอยู่สู้ต่อไปได้ รู้จักใช้ความเจ็บปวดมาเป็นพลังผลักดัน สร้างเรื่องราวสร้างกำลังใจให้กับตัวเองได้</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>3.จงเป็นเซลล์ที่ไม่ทำตัวเป็นเซลล์ (ที่ไม่ดี)</strong></span></p>
<p>ถ้าลูกบอกว่าโตขึ้น “อยากเป็นหมอ” พ่อแม่ทุกคนคงดีใจ แต่กลับกันจะมีพ่อแม่สักกี่คนที่ยิ้มได้อย่างสดใส หากลูกบอกว่าโตขึ้น “อยากเป็น<strong>เซลล์</strong>” ความรู้สึกไม่ยินดีที่เกิดขึ้นนั้น เป็นผลมาจากการรับรู้ถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของ<strong>เซลล์</strong>บางกลุ่มในสังคม ที่ชอบง้อ ตื๊อ ยัดเยียด โกหก ไม่จริงใจ ฯลฯ</p>
<p>แต่ในความเป็นจริงแล้ว <strong>เซลล์</strong>ที่ดีจะไม่ทำตัวเป็นเซลล์แบบนั้น หนึ่งตัวอย่างที่เป็นแนวทางที่ดีของ<strong>เซลล์</strong>ที่ประสบความสำเร็จ คือเขาทำตัวเป็นเหมือนคุณหมอ ที่อยู่นิ่ง ๆ แล้วคนไข้ไปปรึกษา หมอจะถามอาการ ถามความต้องการ ก่อนจะลงมือรักษาโรคให้ เซลล์ที่ดีจะต้องทำตัวเองให้น่าเชื่อถือ น่าเคารพ มีความรู้ ที่ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าได้ จะไม่คอยตามจิกลูกค้า แต่จะดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาหาเอง</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>4.ต้องเตรียมตัวให้พร้อมในทุกสถานการณ์</strong></span></p>
<p><strong>เซลล์</strong>ที่จะประสบความสำเร็จได้ ต้องศึกษาผลิตภัณฑ์ของตัวเองเป็นอย่างดี ต้องรู้ดีที่สุด เข้าใจทุกอย่างแบบลึกซึ้งที่สุดทั้งเรื่องราวของสินค้า และบริษัท เพื่อให้พร้อมรับมือกับลูกค้าได้ในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเจอลูกค้าที่ไหน เมื่อไร ก็สร้างโอกาสในการปิดการขายให้เกิดขึ้นได้ ซึ่งเรื่องความพร้อมนี้ ถือเป็นความแตกต่างสำคัญของเซลล์ทั่วไป กับ<strong>เซลล์</strong>ที่จะประสบความสำเร็จ</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>5.ขายอย่างจริงใจ และมีเรื่องเล่าที่ดึงดูดใจ</strong></span></p>
<p>Facts Tell Stories Sell คือ เทคนิคสำคัญในการนำเสนอขาย คือ<strong>เซลล์</strong>ต้องพูดความจริง ให้ข้อมูลที่เป็นเรื่องจริงและเป็นประโยชน์กับลูกค้า ในขณะเดียวกันก็ต้องสร้างเรื่องราวประกอบการขายให้ดึงดูดใจ และประทับใจจำได้ด้วย ยกตัวอย่างเช่น ปากกามองบลังด้ามละหลายหมื่น เราจะไม่บอกเพียงคุณสมบัติ แต่เราควรมีเรื่องราวความเป็นมาของปากกา</p>
<p>เรื่องเล่าที่พูดถึงว่า ประธานาธิบดีคนไหนบ้างที่ใช้ปากกาแบรนด์นี้ และทำไมถึงใช้ ตลอดไปจนถึงอาจเราเรื่องราวของเราด้วยก็ได้ว่า ทำไมเราถึงเลือกที่จะขายปากกามองบลัง ไม่ขายปากกาอื่นทั่วไปที่น่าจะขายได้ง่ายกว่า ฯลฯ เรื่องเล่าเหล่านี้บวกกับข้อมูลความจริง บวกกับความจริงใจของเรา จะช่วยให้สามารถปิดการขายได้ดีขึ้น</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>6.เมื่อปิดการขายดี จะเปิดการขายครั้งต่อไปได้เสมอ</strong></span></p>
<p>ในทุก ๆ การขาย คือการสร้างแบรนด์ สร้างความไว้ใจน่าเชื่อถือในเกิดขึ้นกับตัว<strong>เซลล์</strong> ดังนั้น เมื่อปิดการขายอย่างถูกต้อง จะทำให้เกิดการเปิดการขายครั้งต่อ ๆ ไป ได้ โดยอาจเป็นทั้งลูกค้าเก่ากลับมาซื้อซ้ำ และเป็นการบอกต่อชวนเพื่อน คนรู้จัก มาซื้อสินค้ากับเรา นั่นหมายความว่า หากเราปิดการขายได้ดี มีความรู้ดี จริงใจ มั่นใจดีในการนำเสนอการขาย ไม่อ้ำอึ้ง สุภาพ อ่อนน้อม ก็จะเท่ากับเป็นการ “เปิดการขาย” ต่อไปได้อย่างไม่รู้จบ</p>
<p>ซึ่งกระบวนการขายที่ดีจะเกิดขึ้นได้นั้น ก็ขึ้นอยู่กับ Mind Set และการเตรียมความพร้อมในการขาย อย่างเต็มที่ อาชีพเซลล์คือ อาชีพที่ยิ่งใหญ่ เพราะเซลล์เป็นผู้สร้างอาณาจักรของโลก หมุนเศรษฐกิจของโลก ผ่านการนำเสนอขายสินค้า ซึ่งเราจะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า คนที่ประสบความสำเร็จในโลกส่วนใหญ่ก็ล้วนเป็น<strong>เซลล์</strong>ทั้งสิ้น อย่างเช่นสตีฟ จ๊อบส์ ที่แท้จริงแล้วในการเปิดตัวโปรดักส์ใหม่ทุกครั้งของ Apple เขาไม่ได้มาแนะนำผลิตภัณฑ์ แต่เขากำลังขายสินค้าของเขา</p>
<p>ดังนั้น อาชีพเซลล์จึงเป็นหนึ่งในอาชีพที่มีเกียรติ มีคุณค่า และสร้างโอกาสดี ๆ โอกาสสำเร็จยิ่งใหญ่ให้กับชีวิตได้เสมอ ขอเพียงแค่เรามี Mind Set ที่ถูกต้องต่ออาชีพ และตั้งใจมุ่งมั่นทำงานอย่างเต็มที่ตามแนวทางของการเป็น<strong>เซลล์</strong>ที่ดีให้ได้เท่านั้น</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/sales/">คิดทำอย่างไร ให้สำเร็จยิ่งใหญ่ในอาชีพเซลล์</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://panjitconsulting.com/sales/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
