<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>จุดอ่อน Archives - Panjit Consulting</title>
	<atom:link href="https://panjitconsulting.com/tag/%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://panjitconsulting.com/tag/จุดอ่อน/</link>
	<description>LIVE LIFE INSPIRED , HELP PEOPLE EXCEL</description>
	<lastBuildDate>Fri, 03 Sep 2021 12:34:26 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.2</generator>

<image>
	<url>https://panjitconsulting.com/wp-content/uploads/2021/07/cropped-Presentation17-removebg-e1629180822527-32x32.png</url>
	<title>จุดอ่อน Archives - Panjit Consulting</title>
	<link>https://panjitconsulting.com/tag/จุดอ่อน/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วิธีค้นหาจุดแข็งในตัวเองง่าย ๆ ที่ใคร ๆ ก็ทำได้</title>
		<link>https://panjitconsulting.com/strengths/</link>
					<comments>https://panjitconsulting.com/strengths/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Aumnuay]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Sep 2021 12:34:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Strengths Finder]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[จุดอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[จุดแข็ง]]></category>
		<category><![CDATA[พรสวรรค์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://panjit.co/?p=709</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องของ Strengths Finder การค้นหา จุดแข็ง จุดที่เราทำได้ดีที่เป็นพรสวรรค์ของตัวเราเองนั้น ถือเป็นสิ่งสำคัญมากในชีวิต เพราะเราจะมีความสุขที่ได้ทำสิ่งนั้นในทุก ๆ วัน จะรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า และสร้างผลงานที่ดีออกมาได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกันกับงานวิจัยที่พบว่า เมื่อคนเราได้ทำในสิ่งที่ชอบ ที่ถนัด ที่เป็น จุดแข็ง ของตัวเองแล้ว จะทำให้รู้สึกชอบงานที่ทำ มีความสุข มี Productivity และทำงานมีส่วนร่วมกับบริษัทได้เป็นอย่างดี ซึ่งหากหัวน้าได้มอบหมายงานให้เข้ากับจุดเด่นของลูกน้อง ก็จะยิ่งช่วยให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานได้มากขึ้น แม้จุดอ่อนจะเป็นสิ่งที่ควรต้องปรับปรุง พัฒนา แต่หลาย ๆ ครั้ง การเสริม จุดแข็ง ก็เป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายกว่าการพัฒนาจุดอ่อน เพราะบ่อยครั้งเราก็เผลอเอาตัวเองเปรียบเทียบกับคนอื่นมากเกินไป จนรู้สึกว่าตัวเองด้อยค่า มีจุดอ่อนมากมาย และพยายามปรับปรุงทักษะของเราให้เป็นอย่างเขาเสมอ โดยที่ลืมคิดไปว่า เราเองก็มีจุดเด่นจุดแข็งที่ติดตัวมาเช่นกัน วิธีการง่าย ๆ ที่จะทำให้เราค้นหาจุดแข็ง จุดเด่นในตัวเองเจอ คือ การสังเกตจากกิจกรรมที่ทำในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมใดก็แล้วแต่ หากเพียงแค่ได้ยินชื่อขึ้นมาแล้วหัวใจรู้สึก “อยากทำ” ชอบที่ได้ทำ เวลาทำกิจกรรมนั้นสามารถทำได้อย่างรื่นไหล ทำแล้วมีคนชม ระหว่างทำรู้สึกว่า “โอ้โห นี่เราทำได้อย่างไรนะ” และเมื่อทำเสร็จจะรู้สึกอยากทำอีก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/strengths/">วิธีค้นหาจุดแข็งในตัวเองง่าย ๆ ที่ใคร ๆ ก็ทำได้</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เรื่องของ Strengths Finder การค้นหา <strong>จุดแข็ง </strong>จุดที่เราทำได้ดีที่เป็นพรสวรรค์ของตัวเราเองนั้น ถือเป็นสิ่งสำคัญมากในชีวิต เพราะเราจะมีความสุขที่ได้ทำสิ่งนั้นในทุก ๆ วัน จะรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า และสร้างผลงานที่ดีออกมาได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกันกับงานวิจัยที่พบว่า เมื่อคนเราได้ทำในสิ่งที่ชอบ ที่ถนัด ที่เป็น <strong>จุดแข็ง</strong> ของตัวเองแล้ว จะทำให้รู้สึกชอบงานที่ทำ มีความสุข มี Productivity และทำงานมีส่วนร่วมกับบริษัทได้เป็นอย่างดี ซึ่งหากหัวน้าได้มอบหมายงานให้เข้ากับจุดเด่นของลูกน้อง ก็จะยิ่งช่วยให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานได้มากขึ้น</p>
<p>แม้จุดอ่อนจะเป็นสิ่งที่ควรต้องปรับปรุง พัฒนา แต่หลาย ๆ ครั้ง การเสริม <strong>จุดแข็ง</strong> ก็เป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายกว่าการพัฒนาจุดอ่อน เพราะบ่อยครั้งเราก็เผลอเอาตัวเองเปรียบเทียบกับคนอื่นมากเกินไป จนรู้สึกว่าตัวเองด้อยค่า มีจุดอ่อนมากมาย และพยายามปรับปรุงทักษะของเราให้เป็นอย่างเขาเสมอ โดยที่ลืมคิดไปว่า เราเองก็มีจุดเด่น<strong>จุดแข็ง</strong>ที่ติดตัวมาเช่นกัน</p>
<p>วิธีการง่าย ๆ ที่จะทำให้เราค้นหา<strong>จุดแข็ง</strong> จุดเด่นในตัวเองเจอ คือ การสังเกตจากกิจกรรมที่ทำในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมใดก็แล้วแต่ หากเพียงแค่ได้ยินชื่อขึ้นมาแล้วหัวใจรู้สึก “อยากทำ” ชอบที่ได้ทำ เวลาทำกิจกรรมนั้นสามารถทำได้อย่างรื่นไหล ทำแล้วมีคนชม ระหว่างทำรู้สึกว่า “โอ้โห นี่เราทำได้อย่างไรนะ” และเมื่อทำเสร็จจะรู้สึกอยากทำอีก มีความสุข ฯลฯ หากกิจกรรมใดก็ตามทำให้เราเกิดความรู้สึกเช่นนี้ได้ ก็เป็นไปได้สูงว่านี่แหละคือสิ่งที่เป็น<strong>จุดแข็ง</strong>ของเรา</p>
<p>ในกรณีที่ยังไม่รู้สึกว่ามีกิจกรรมใด หรืองานใด ทำให้เกิดความรู้สึกดีที่ได้ทำ เราจำเป็นต้องออกค้นหา<strong>จุดแข็ง</strong>ของตัวเองด้วยการ “ทดลองทำกิจกรรมต่าง ๆ เพิ่มเติม” ทำในสิ่งที่แปลกใหม่ แหวกแนวออกไปจากที่เคยทำมา รวมถึงอาจจะใช้การอ่านหนังสือใหม่ ๆ ออกเดินทางไปยังสถานที่ใหม่ ๆ พบปะผู้คนใหม่ ๆ ร่วมด้วย เพื่อให้เราได้ศึกษาความเป็นตัวเองมากขึ้นว่า อะไรเป็นสิ่งที่ใช่สำหรับตัวเรา ซึ่งการได้ทดลองทำกิจกรรมใหม่ ๆ นั้น ถือเป็นการปลดล็อกศักยภาพที่ยังค้นหาไม่เจอที่ซ่อนอยู่ในตัวเราได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด</p>
<p>ทุกความฝัน ทุกเป้าหมายในชีวิต ล้วนมีโอกาสสำเร็จเป็นจริงได้มากขึ้น หากเราได้ทำในสิ่งที่ชอบและทำได้ดี ดังนั้น การทำ Strengths Finder ค้นหา<strong>จุดแข็ง</strong>ในตัวเอง จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม และไม่มีคำว่าสายเกินไป เพราะเมื่อใดก็ตามที่เราค้นพบเจอว่า <strong>จุดแข็ง</strong>ของตัวเองคืออะไร ความสุขในการทำงาน ในการใช้ชีวิตก็จะเกิดขึ้นได้ทันที ซึ่งเราสามารถเริ่มต้นค้นหา<strong>จุดแข็ง</strong> จุดเด่น ที่ซ่อนอยู่ในตัวเองได้ตั้งแต่วันนี้ ด้วยการตั้งคำถามทบทวนตัวเอง และลงมือทดลองหาสิ่งที่ทำแล้วทำให้ใจรู้สึกดี</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/strengths/">วิธีค้นหาจุดแข็งในตัวเองง่าย ๆ ที่ใคร ๆ ก็ทำได้</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://panjitconsulting.com/strengths/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ค้นหาจุดแข็ง StrengthsFinder เพื่อความสำเร็จในชีวิต</title>
		<link>https://panjitconsulting.com/strengthsfinder/</link>
					<comments>https://panjitconsulting.com/strengthsfinder/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Aumnuay]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 30 Jul 2021 12:19:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[StrengthsFinder]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลง]]></category>
		<category><![CDATA[จุดอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[จุดแข็ง]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาตนเอง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://panjit.co/?p=216</guid>

					<description><![CDATA[<p>“StrengthsFinder” หรือ “เจาะจุดแข็ง” คือหนึ่งในหนังสือดีที่ทุกคนควรอ่านสักครั้งในชีวิต เพราะจะทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น รู้ว่าจุดแข็งของตัวเราคืออะไร และนำไปใช้ในการทำงานให้ประสบความสำเร็จได้ง่ายและไวขึ้นกว่าเดิม โดยแนวคิดสำคัญของ StrengthsFinder ที่จำเป็นต่อทุกเป้าหมายในชีวิตการทำงาน ได้แก่ 1.แต่ละคนมีจุดแข็งที่แตกต่างกัน เด็กคนหนึ่งอยากเป็นนักบาสเก็ตบอลที่เก่งกาจเหมือนไมเคิล จอร์แดน แต่แม้จะพยายามฝึกซ้อมอย่างหนักทุกวันต่อเนื่องหลายปี ก็ไม่สามารถเป็นอย่างไมเคิล จอร์แดนได้ เหตุผลเพราะความพยายามอย่างเดียวไม่สามารถทำให้เราเป็นได้อย่างที่ฝัน เพราะพรสวรรค์ของคนเรา ความสามารถของคนเรานั้นแตกต่างกัน คนที่ไม่ถนัดเลข ยากที่จะประสบความสำเร็จในอาชีพนักบัญชีได้ หรือแม้กระทั่งไมเคิล จอร์แดนเอง ถ้าเปลี่ยนมาเล่นกอล์ฟ ก็อาจไม่ประสบความสำเร็จเหมือนกับที่เล่นบาสเก็ตบอลได้เช่นกัน ดังนั้น เราจึงต้องหาจุดแข็ง ความถนัดของตัวเองให้เจอ เพื่อเดินหน้าสู่ความสำเร็จได้ง่ายขึ้น 2.เราไม่สามารถเป็นทุกอย่างที่อยากเป็นได้ พนักงานขายคนหนึ่งมีทักษะในการขายชั้นยอด ขายเก่งมาก ทำยอดได้ดีมาก แต่เขาอยากที่จะเป็นผู้จัดการฝ่ายขาย จึงพยายามศึกษาหาความรู้ด้านการบริหารจัดการคน ตั้งใจอ่านหนังสือ ไปศึกษาดูว่าหัวหน้าที่ดี ผู้นำที่เก่งเป็นอย่างไร เพื่อเขาจะได้เป็นผู้จัดการฝ่ายขายที่เก่งได้เหมือนกัน แต่เมื่อได้ทำงานเป็นผู้จัดการฝ่ายขาย 2 ปี เขาก็ตระหนักได้ว่า ตัวเองไม่ใช่คนที่มีความสามารถด้านการพัฒนาบุคลากร การบริหารคนไม่ใช่ Natural Talent หรือ พรสวรรค์ที่ติดตัวมา การใช้เวลาไปกับการพยายามเป็นผู้จัดการ ซึ่งไม่ใช่ตัวตนของเขา จึงไม่ประสบความสำเร็จ กลับกันที่เมื่อเขากลับไปขาย ก็ทำได้ดีมากกว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/strengthsfinder/">ค้นหาจุดแข็ง StrengthsFinder เพื่อความสำเร็จในชีวิต</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“</strong><strong>StrengthsFinder”</strong> หรือ “เจาะจุดแข็ง” คือหนึ่งในหนังสือดีที่ทุกคนควรอ่านสักครั้งในชีวิต เพราะจะทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น รู้ว่าจุดแข็งของตัวเราคืออะไร และนำไปใช้ในการทำงานให้ประสบความสำเร็จได้ง่ายและไวขึ้นกว่าเดิม โดยแนวคิดสำคัญของ <strong>StrengthsFinder </strong>ที่จำเป็นต่อทุกเป้าหมายในชีวิตการทำงาน ได้แก่</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>1.แต่ละคนมีจุดแข็งที่แตกต่างกัน</strong></span></p>
<p>เด็กคนหนึ่งอยากเป็นนักบาสเก็ตบอลที่เก่งกาจเหมือนไมเคิล จอร์แดน แต่แม้จะพยายามฝึกซ้อมอย่างหนักทุกวันต่อเนื่องหลายปี ก็ไม่สามารถเป็นอย่างไมเคิล จอร์แดนได้ เหตุผลเพราะความพยายามอย่างเดียวไม่สามารถทำให้เราเป็นได้อย่างที่ฝัน เพราะพรสวรรค์ของคนเรา ความสามารถของคนเรานั้นแตกต่างกัน</p>
<p>คนที่ไม่ถนัดเลข ยากที่จะประสบความสำเร็จในอาชีพนักบัญชีได้ หรือแม้กระทั่งไมเคิล จอร์แดนเอง ถ้าเปลี่ยนมาเล่นกอล์ฟ ก็อาจไม่ประสบความสำเร็จเหมือนกับที่เล่นบาสเก็ตบอลได้เช่นกัน ดังนั้น เราจึงต้องหาจุดแข็ง ความถนัดของตัวเองให้เจอ เพื่อเดินหน้าสู่ความสำเร็จได้ง่ายขึ้น</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>2.เราไม่สามารถเป็นทุกอย่างที่อยากเป็นได้</strong></span></p>
<p>พนักงานขายคนหนึ่งมีทักษะในการขายชั้นยอด ขายเก่งมาก ทำยอดได้ดีมาก แต่เขาอยากที่จะเป็นผู้จัดการฝ่ายขาย จึงพยายามศึกษาหาความรู้ด้านการบริหารจัดการคน ตั้งใจอ่านหนังสือ ไปศึกษาดูว่าหัวหน้าที่ดี ผู้นำที่เก่งเป็นอย่างไร เพื่อเขาจะได้เป็นผู้จัดการฝ่ายขายที่เก่งได้เหมือนกัน</p>
<p>แต่เมื่อได้ทำงานเป็นผู้จัดการฝ่ายขาย 2 ปี เขาก็ตระหนักได้ว่า ตัวเองไม่ใช่คนที่มีความสามารถด้านการพัฒนาบุคลากร การบริหารคนไม่ใช่ Natural Talent หรือ พรสวรรค์ที่ติดตัวมา การใช้เวลาไปกับการพยายามเป็นผู้จัดการ ซึ่งไม่ใช่ตัวตนของเขา จึงไม่ประสบความสำเร็จ กลับกันที่เมื่อเขากลับไปขาย ก็ทำได้ดีมากกว่า ประสบความสำเร็จ และช่วยเหลือผู้คนได้มากกว่า</p>
<p>ดังนั้น การเป็นในสิ่งที่ตัวเราเป็นและทำได้ดีตามธรรมชาติ จึงเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ความสำเร็จมากกว่า <span style="font-size: 16px;">ดังคำกล่าวที่ว่า You Cannot Be Anything You want to be, but You can be a lot more of who you already are. หรือ เราไม่สามารถเป็นในทุกสิ่งทุกอย่างที่เราอยากจะเป็นได้ แต่เราสามารถเป็นได้ดีที่สุดในสิ่งที่เราเป็นอยู่แล้ว</span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>3.หาพาร์ทเนอร์มาเสริมจุดด้อย แทนที่จะพัฒนาจุดด้อยของตัวเอง</strong></span></p>
<p>เฮคเตอร์เป็นช่างทำรองเท้าที่เก่งมาก จนทั่วโลกกล่าวขานว่าเขาเป็นนักทำรองเท้าที่เก่งที่สุด  ใครที่อยากได้รองเท้าดี ๆ ก็ต้องมาซื้อที่เขา ด้วยความเก่งของเฮคเตอร์ เขาสามารถทำรองเท้าได้สูงสุดวันละ 100 คู่ แต่ในการทำงานจริง ๆ นั้น ทำได้เพียงแค่ 30 คู่ต่อวัน เพราะต้องเสียเวลาไปกับการขาย การทำเอกสาร การเงิน บัญชีต่าง ๆ</p>
<p>ซึ่งแม้เขาจะพัฒนาตัวเองให้เก่งด้านอื่นแค่ไหน ทำได้เร็วขึ้นเพียงใด ก็ยังลดทอนศักยภาพในการทำรองเท้าของเขาลงอยู่ดี จนวันหนึ่งเฮคเตอร์ได้เจอกับเซอร์จิโอ นักขายและนักการตลาด พวกเขาจับมือกันโดยเซอร์จิโอมาเสริมจุด้อยให้เฮคเตอร์ด้านการขาย การทำตลาด และการเงิน จึงทำให้สามารถผลิตรองเท้าได้ 100 คู่ต่อวันเหมือนกับที่ตั้งเป้าไว้ และบริษัทก็เติบโตประสบความสำเร็จด้วยดี</p>
<p>ความจริงของเรื่องนี้สะท้อนให้เราเห็นว่า ในการจะประสบควมสำเร็จนั้น เราต้องรู้จักเลือกพาร์ทเนอร์ให้ถูกต้อง เลือกพาร์ทเนอร์ที่มาเสริมจุดด้อยเรา แทนที่จะไปเสียเวลาพัฒนาจุดด้อยของตัวเอง ซึ่งกระบวนการนี้จะเกิดได้ เราก็ต้องรู้จุดแข็ง รู้ว่าตัวเองทำอะไรได้ดีที่สุดก่อน แล้วค่อยหาคนอื่นมารับหน้าที่ส่วนที่เหลือแทน</p>
<p>เมื่อเรารู้ว่าจุดแข็งของเราคืออะไร เราเกิดมาเป็นอย่างไร เราจะสามารถดึงเอาพรสวรรค์ เอาพลัง ความสามารถและศักยภาพตรงนั้นมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งยิ่งเราใช้จุดแข็งมาก ๆ จุดแข็งของเราก็จะยิ่งพัฒนาเติบโตโดดเด่นขึ้น เราจะเชี่ยวชาญมากขึ้นจนมีโอกาสประสบความสำเร็จได้ง่ายกว่า การแบ่งเวลาและความทุ่มเทที่มีไปทำสิ่งที่ไม่ถนัดไปพัฒนาจุดด้อย</p>
<p>ที่สำคัญคือ การที่เราได้ทำในสิ่งที่เป็นจุดแข็งที่เราถนัดเราชอบ จะทำให้เกิดความภูมิใจ และตกหลุมรักในสิ่งที่ทำมากขึ้น ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการมุ่งหน้าสู่ความสำเร็จ เพราะแม้เราจะเป็นเป็ด แต่หากเราเป็นเป็ดที่สุดยอดที่สุด อย่างเป็ดปักกิ่งแล้ว เราก็จะประสบความสำเร็จ จะไม่มีใครมาแทนที่หรือสู้เราได้อยู่ดี</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/strengthsfinder/">ค้นหาจุดแข็ง StrengthsFinder เพื่อความสำเร็จในชีวิต</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://panjitconsulting.com/strengthsfinder/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Tell Me About Your Weakness  ตอบคำถามนี้อย่างไรให้ได้งาน</title>
		<link>https://panjitconsulting.com/weakness/</link>
					<comments>https://panjitconsulting.com/weakness/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Aumnuay]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Jul 2021 12:13:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[การตอบคำถาม]]></category>
		<category><![CDATA[การสมัครงาน]]></category>
		<category><![CDATA[การสัมภาษณ์]]></category>
		<category><![CDATA[จุดอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[จุดแข็ง]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://panjit.co/?p=233</guid>

					<description><![CDATA[<p>What are your Weaknesses? อะไรคือ จุดอ่อนของคุณ? ถือเป็นอีกหนึ่งคำถามยอดฮิตที่ผู้สัมภาษณ์มักถามเราในระหว่างสัมภาษณ์งานเสมอ ซึ่งใน การตอบคำถาม นี้ เราจะต้องตอบให้ดี ต้องนึกให้ได้ว่าตำแหน่งที่ต้องการสมัครคืออะไร บริษัทต้องการอะไรจากเรา เราต้องทำการบ้านเตรียมตัวให้พร้อม ศึกษาความต้องการของตำแหน่ง ต้องเข้าใจธรรมชาติของบริษัท เพื่อให้เชื่อมโยงข้อมูลคำตอบให้ตรงกับความต้องการของบริษัทและตำแหน่งที่กำลังสมัคร ทั้งนี้ เทคนิคสำคัญใน การตอบคำถาม สัมภาษณ์นี้ให้น่าประทับใจ ได้แก่ 1.ไม่ควรตอบด้วยการสร้างภาพ คำตอบที่ควรหลีกเลี่ยงแบบเด็ดขาดเมื่อถูกถามว่า What are your Weaknesses? เช่น ผมไม่มีจุดอ่อนครับ ยังนึกไม่ออกเลยค่ะว่าตัวเองมีจุดอ่อนอะไร หรือ ผมเป็น Workaholic ขยันทำงานมากเกินไป ดิฉันเป็น Perfectionist จนทำให้เหนื่อยกับการทำงานได้ง่าย ฯลฯ คำตอบทำนองนี้ จะแสดงให้เห็นชัดเจนถึงความไม่จริงใจ โกหก ทำให้ผู้สัมภาษณ์รู้สึกว่าเราสร้างภาพ จึงไม่เหมาะที่จะตอบออกไป ควรเลือกตอบด้วยความจริงใจ แต่ก็ต้องระวังอย่าพูดความจริงที่ทำร้ายตัวเอง เช่น ในกรณีสัมภาษณ์ตำแหน่งพนักงานขาย ก็ไม่ควรตอบว่าจุดอ่อนของเราคือ ไม่มีความมั่นใจเวลาปิดการขาย ปิดการไม่ไม่เก่ง เพราะจะเป็นการตัดโอกาสในการได้งานทันที 2.เลือกจุดอ่อนที่เป็นทักษะที่แก้ไขได้ เวลาเราจะพูดถึงจุดอ่อน ให้พูดถึงทักษะที่สามารถแก้ไขได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/weakness/">Tell Me About Your Weakness  ตอบคำถามนี้อย่างไรให้ได้งาน</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>What are your Weaknesses? อะไรคือ จุดอ่อนของคุณ? ถือเป็นอีกหนึ่งคำถามยอดฮิตที่ผู้สัมภาษณ์มักถามเราในระหว่างสัมภาษณ์งานเสมอ ซึ่งใน <strong>การตอบคำถาม </strong>นี้ เราจะต้องตอบให้ดี ต้องนึกให้ได้ว่าตำแหน่งที่ต้องการสมัครคืออะไร บริษัทต้องการอะไรจากเรา</p>
<p>เราต้องทำการบ้านเตรียมตัวให้พร้อม ศึกษาความต้องการของตำแหน่ง ต้องเข้าใจธรรมชาติของบริษัท เพื่อให้เชื่อมโยงข้อมูลคำตอบให้ตรงกับความต้องการของบริษัทและตำแหน่งที่กำลังสมัคร ทั้งนี้ เทคนิคสำคัญใน <strong>การตอบคำถาม </strong>สัมภาษณ์นี้ให้น่าประทับใจ ได้แก่</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>1.ไม่ควรตอบด้วยการสร้างภาพ</strong></span></p>
<p>คำตอบที่ควรหลีกเลี่ยงแบบเด็ดขาดเมื่อถูกถามว่า What are your Weaknesses? เช่น ผมไม่มีจุดอ่อนครับ ยังนึกไม่ออกเลยค่ะว่าตัวเองมีจุดอ่อนอะไร หรือ ผมเป็น Workaholic ขยันทำงานมากเกินไป ดิฉันเป็น Perfectionist จนทำให้เหนื่อยกับการทำงานได้ง่าย ฯลฯ คำตอบทำนองนี้ จะแสดงให้เห็นชัดเจนถึงความไม่จริงใจ โกหก ทำให้ผู้สัมภาษณ์รู้สึกว่าเราสร้างภาพ จึงไม่เหมาะที่จะตอบออกไป</p>
<p>ควรเลือกตอบด้วยความจริงใจ แต่ก็ต้องระวังอย่าพูดความจริงที่ทำร้ายตัวเอง เช่น ในกรณีสัมภาษณ์ตำแหน่งพนักงานขาย ก็ไม่ควรตอบว่าจุดอ่อนของเราคือ ไม่มีความมั่นใจเวลาปิดการขาย ปิดการไม่ไม่เก่ง เพราะจะเป็นการตัดโอกาสในการได้งานทันที</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>2.เลือกจุดอ่อนที่เป็นทักษะที่แก้ไขได้</strong></span></p>
<p>เวลาเราจะพูดถึงจุดอ่อน ให้พูดถึงทักษะที่สามารถแก้ไขได้ อย่าพูดถึงจุดอ่อนที่เป็นตัวตนแท้จริงของเรา เพื่อเปิดทางให้สามารถอธิบายต่อได้ว่า จะแก้ไขจุดอ่อนนั้นอย่างไร เตรียมตัวรับมือ หรือจัดการพัฒนาจุดอ่อนนั้นแบบไหน เพื่อไม่ให้จุดอ่อนนั้น ส่งผลกระทบต่อการทำงานให้กับบริษัท โดยทักษะที่แก้ไขได้ก็เช่น ดิฉันไม่ถนัดในด้านการเขียน ทั้งการเขียนตอบอีเมล ตลอดจนการเขียนแบบ Creative Writing เป็นต้น</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>3.อย่าลืมบอกด้วยว่าเราแก้จุดอ่อนนั้นอย่างไร</strong></span></p>
<p>เมื่อเลือกจุดอ่อนที่เป็นทักษะสามารถแก้ไขได้แล้ว ในการตอบเราต้องบอกวิธีการแก้ไข วิธีการจัดการกับจุดอ่อนของเราให้กับผู้สัมภาษณ์ทราบด้วย เช่น จุดอ่อนของดิฉันคือเขียนงานโปรเจคไม่เก่ง (Project Plan Writing) ดิฉันทราบว่าควรปรับปรุงให้ดีขึ้น</p>
<p>ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้มีการเข้าคอร์สฝึกเขียนเพิ่มเติม พยายามอ่านหนังสือเทคนิคการเขียน และหมั่นฝึกเขียนทุกสัปดาห์ พยายามมุ่งมั่นให้เขียนได้เร็วขึ้น ไวขึ้น และถูกต้องมากขึ้น ซึ่งดิฉันเชื่อว่าจะสามารถพัฒนาจุดอ่อนนี้ได้ ยิ่งถ้าได้มีโอกาสร่วมงานกับบริษัท ดิฉันก็เชื่อว่าจะได้รับการฝึกฝนและพัฒนาให้ดีได้มากยิ่งขึ้นอีก</p>
<p>เวลาที่ผู้สัมภาษณ์ถามเราว่า What are your Weaknesses? อะไรคือจุดอ่อนของเรา วัตถุประสงค์ของเขาคือต้องการอยากทราบว่าเรารู้หรือไม่ว่าจุดอ่อนของเราคืออะไร และตัวเรานั้นมีทัศนคติ มีมุมมองการแก้ไขปรับปรุงจุดอ่อนของเราอย่างไรบ้าง</p>
<p>ในขณะเดียวกันก็เพื่อประเมินด้วยว่า จุดอ่อนนั้น จะส่งผลกระทบกับบริษัทและตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัครมากน้อยเพียงใด ดังนั้น เราจึงต้องแสดงออกอย่างจริงใจให้เห็นว่า เรารู้จุดอ่อนของตัวเอง และมีวิธีการรับมืออย่างเหมาะสม สามารถพัฒนาตัวเองได้ สอนได้ และทำประโยชน์ให้กับบริษัทได้อย่างแท้จริง</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/weakness/">Tell Me About Your Weakness  ตอบคำถามนี้อย่างไรให้ได้งาน</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://panjitconsulting.com/weakness/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
