<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>การพัฒนา Archives - Panjit Consulting</title>
	<atom:link href="https://panjitconsulting.com/tag/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://panjitconsulting.com/tag/การพัฒนา/</link>
	<description>LIVE LIFE INSPIRED , HELP PEOPLE EXCEL</description>
	<lastBuildDate>Thu, 07 Oct 2021 11:12:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.2</generator>

<image>
	<url>https://panjitconsulting.com/wp-content/uploads/2021/07/cropped-Presentation17-removebg-e1629180822527-32x32.png</url>
	<title>การพัฒนา Archives - Panjit Consulting</title>
	<link>https://panjitconsulting.com/tag/การพัฒนา/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>8 ข้อคิดในการบริหารองค์กรและธุรกิจสู่ความสำเร็จ</title>
		<link>https://panjitconsulting.com/organization/</link>
					<comments>https://panjitconsulting.com/organization/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Aumnuay]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Oct 2021 11:12:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบความสำเร็จ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://panjit.co/?p=969</guid>

					<description><![CDATA[<p>1.เสริมสร้างความภูมิใจที่ได้ทำงานกับองค์กร เพราะเมื่อพนักงานมีความพอใจ มีความสุข รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า เขาก็จะภูมิใจที่ได้ทำงานกับเรา ให้ความร่วมมือและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2.สื่อสารชัดเจนทั่วถึงในทุกระดับชั้น องค์กรจะขับเคลื่อนอย่างมีพลังไปในทิศทางเดียวกันได้ ต้องอาศัยการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพทั้งจากผู้บริหารถึงพนักงานและจากพนักงานถึงผู้บริหาร โดยเราต้องสื่อสารจากผู้บริหารระดับสูง แล้วต่อเนื่องไปตามลำดับ มีการประชุมพนักงาน มีสื่อและช่องทางการสื่อสารที่ทำให้ทุกคนทราบเรื่องโดยทั่วถึงพร้อมกัน  3.ต้องรู้ว่าควรดูแลพนักงานอย่างไร เรื่องของพนักงานเป็นสิ่งสำคัญมาก บริษัทต้องรู้ว่าควรจะทำอย่างไร ให้พนักงานรู้สึกดีที่ได้ทำงานกับเราในทุกวัน และสิ่งสำคัญคือ การให้อำนาจและความไว้วางใจกับพนักงาน เมื่อสอนงานพนักงานแล้ว และให้เครื่องมือเครื่องใช้ในการทำงานแล้ว ไม่ควรบอกให้พนักงานทำตามที่เราต้องการ เพราะจะเป็นการปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ 4.วัฒนธรรมองค์กรเป็นรากฐานสำคัญของความสำเร็จ วัฒนธรรมองค์กรที่แต่ละบริษัทสร้างขึ้น จะเป็นสิ่งที่พนักงานใช้เป็นหลักในการทำงานร่วมกันเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องร่วมกันรักษาไว้ โดยวัฒนธรรมองค์กรที่ดีต้องเป็นสิ่งที่ทำได้จริง เห็นผลจริง เพื่อให้ทุกคนเกิดความเชื่อมั่น และปฏิบัติตามโดยพร้อมเพรียงกัน จนเกิดเป็นพลังขับเคลื่อนที่มหาศาล 5.ทำดีได้ดี ทำไม่ดีต้องได้รับโทษ การทำงานในบริษัท องค์กรต้องแสดงให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่าอะไรถูกอะไรผิด คนไหนทำไม่ดีต้องได้รับโทษ ส่วนใครทำดีก็ได้รางวัลไม่มีข้อยกเว้นเรื่องตำแหน่ง ฐานะ เพื่อให้ทุกคนมีกำลังใจ ที่จะทำดีและปฏิบัติตนเป็นพนักงานที่ดีขององค์กร 6.สนับสนุนให้พนักงานเติบโตก้าวหน้า การฝึกอบรมพนักงานมีส่วนสำคัญมากที่จะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จ เพราะเมื่อพนักงานเก่งขึ้น เติบโตขึ้น รู้สึกว่าตัวเองสำเร็จ ก็จะทุ่มเททำให้องค์กรประสบความสำเร็จตามไปด้วย 7.รู้จักจุดเด่นของคนทำงาน ไม่มีใครรู้ปัญหาขององค์กรได้ดีกว่าพนักงาน ดังนั้น บริษัทจึงต้องฟังเสียงของคนทำงานและรู้จักจุดเด่นของพนักงานแต่ละคน เพื่อเสริมจุดเด่นของพวกเขา และให้เขารับหน้าที่สำคัญในจุดที่ถนัดที่สุด 8.ทำให้ทุกคนรู้เป้าหมายของตัวเอง โดยธรรมชาติแล้ว คนเราต้องการทำเป้าหมายให้สำเร็จ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/organization/">8 ข้อคิดในการบริหารองค์กรและธุรกิจสู่ความสำเร็จ</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #ff0000;"><strong>1.</strong><strong>เสริมสร้างความภูมิใจ</strong><strong>ที่ได้ทำงานกับองค์กร</strong></span></p>
<p>เพราะเมื่อพนักงานมีความพอใจ มีความสุข รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า เขาก็จะภูมิใจที่ได้ทำงานกับเรา ให้ความร่วมมือและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>2.</strong><strong>สื่อสารชัดเจนทั่วถึงในทุกระดับชั้น</strong></span></p>
<p><strong>องค์กร</strong>จะขับเคลื่อนอย่างมีพลังไปในทิศทางเดียวกันได้ ต้องอาศัยการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพทั้งจากผู้บริหารถึงพนักงานและจากพนักงานถึงผู้บริหาร โดยเราต้องสื่อสารจากผู้บริหารระดับสูง แล้วต่อเนื่องไปตามลำดับ มีการประชุมพนักงาน มีสื่อและช่องทางการสื่อสารที่ทำให้ทุกคนทราบเรื่องโดยทั่วถึงพร้อมกัน</p>
<p><span style="color: #ff0000;"> <strong>3.</strong><strong>ต้องรู้ว่าควรดูแลพนักงานอย่างไร</strong></span></p>
<p>เรื่องของพนักงานเป็นสิ่งสำคัญมาก บริษัทต้องรู้ว่าควรจะทำอย่างไร ให้พนักงานรู้สึกดีที่ได้ทำงานกับเราในทุกวัน และสิ่งสำคัญคือ การให้อำนาจและความไว้วางใจกับพนักงาน เมื่อสอนงานพนักงานแล้ว และให้เครื่องมือเครื่องใช้ในการทำงานแล้ว ไม่ควรบอกให้พนักงานทำตามที่เราต้องการ เพราะจะเป็นการปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>4.</strong><strong>วัฒนธรรมองค์กร</strong><strong>เป็นรากฐานสำคัญของความสำเร็จ</strong></span></p>
<p>วัฒนธรรม<strong>องค์กร</strong>ที่แต่ละบริษัทสร้างขึ้น จะเป็นสิ่งที่พนักงานใช้เป็นหลักในการทำงานร่วมกันเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องร่วมกันรักษาไว้ โดยวัฒนธรรม<strong>องค์กร</strong>ที่ดีต้องเป็นสิ่งที่ทำได้จริง เห็นผลจริง เพื่อให้ทุกคนเกิดความเชื่อมั่น และปฏิบัติตามโดยพร้อมเพรียงกัน จนเกิดเป็นพลังขับเคลื่อนที่มหาศาล</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>5.</strong><strong>ทำดีได้ดี ทำไม่ดีต้องได้รับโทษ</strong></span></p>
<p>การทำงานในบริษัท <strong>องค์กร</strong>ต้องแสดงให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่าอะไรถูกอะไรผิด คนไหนทำไม่ดีต้องได้รับโทษ ส่วนใครทำดีก็ได้รางวัลไม่มีข้อยกเว้นเรื่องตำแหน่ง ฐานะ เพื่อให้ทุกคนมีกำลังใจ ที่จะทำดีและปฏิบัติตนเป็นพนักงานที่ดีของ<strong>องค์กร</strong></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>6.</strong><strong>สนับสนุนให้พนักงานเติบโตก้าวหน้า</strong></span></p>
<p>การฝึกอบรมพนักงานมีส่วนสำคัญมากที่จะทำให้<strong>องค์กร</strong>ประสบความสำเร็จ เพราะเมื่อพนักงานเก่งขึ้น เติบโตขึ้น รู้สึกว่าตัวเองสำเร็จ ก็จะทุ่มเททำให้<strong>องค์กร</strong>ประสบความสำเร็จตามไปด้วย</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>7.</strong><strong>รู้จักจุดเด่นของคนทำงาน</strong></span></p>
<p>ไม่มีใครรู้ปัญหาของ<strong>องค์กร</strong>ได้ดีกว่าพนักงาน ดังนั้น บริษัทจึงต้องฟังเสียงของคนทำงานและรู้จักจุดเด่นของพนักงานแต่ละคน เพื่อเสริมจุดเด่นของพวกเขา และให้เขารับหน้าที่สำคัญในจุดที่ถนัดที่สุด</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>8.</strong><strong>ทำให้ทุกคนรู้เป้าหมายของตัวเอง</strong></span></p>
<p>โดยธรรมชาติแล้ว คนเราต้องการทำเป้าหมายให้สำเร็จ คนที่ไม่พยายาม อาจไม่ได้หมายความว่าเขาแย่ แต่เขาอาจแค่ยังไม่รู้เป้าหมายของตัวเองเท่านั้น ดังนั้น บริษัทจึงควรทำให้พนักงานทุกคนรู้เป้าหมายของตัวเอง เพื่อให้เขาเกิดพลังกายใจในการทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/organization/">8 ข้อคิดในการบริหารองค์กรและธุรกิจสู่ความสำเร็จ</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://panjitconsulting.com/organization/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>5 พฤติกรรมที่หัวหน้าไม่ควรทำกับลูกน้อง</title>
		<link>https://panjitconsulting.com/boss14/</link>
					<comments>https://panjitconsulting.com/boss14/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Aumnuay]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 16 Aug 2021 08:26:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[การทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ลูกน้อง]]></category>
		<category><![CDATA[หัวหน้า]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://panjit.co/?p=327</guid>

					<description><![CDATA[<p>หัวหน้า คืออาชีพของการบริหารคน ที่ต้องบริหารให้ทุกคนในทีมทำผลงานบรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งถ้าเราเข้าใจธรรมชาติของความเป็นมนุษย์ ก็จะทำได้ดี เป็นผู้นำที่ได้ทั้งใจคนและได้ผลของงานที่ดีด้วย แต่อย่างไรก็ตามยังคงมี หัวหน้าหลาย ๆ คน ที่เผลอน้อยใจว่า ทำไมลูกน้องของตนเองนั้นไม่มีความคิดสร้างสรรค์ ขี้เกียจ ไม่มีพลัง ไม่เปิดใจ ถามคำตอบคำ จนทำให้ยอดขายตก คู่แข่งแซงหนีไปลิ่ว ฯลฯ ซึ่งสาเหตุอาจไม่ได้มาจากลูกน้องโดยตรง แต่เป็นผลมาจากตัว หัวหน้า เองที่อาจมีพฤติกรรมไม่ดีที่ทำลายประสิทธิภาพการทำงานของลูกน้องได้ โดย 5 พฤติกรรมที่เราอาจเผลอทำบ่อย ๆ แต่แท้จริงแล้วเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำกับลูกน้อง ได้แก่ 1.พูดจาแนะนำ สอนสั่ง โดยไม่ให้เกียรติ “โชคดีแค่ไหนแล้วที่ยังมีงานให้ทำในช่วงวิกฤตแบบนี้”, “พี่ขอร้องเถอะนะ ไม่ต้องคิดที่จะทำอะไรเองเลย พี่เป็นหัวหน้า แค่ทำตามที่พี่สั่งก็พอ เข้าใจไหม โอเค้” ฯลฯ ลักษณะคำพูดทำนองนี้ถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรทำ เพราะลูกน้องของเราก็เป็นผู้ใหญ่ เป็นเพื่อนร่วมงานของเรา ซึ่งการสอนผู้ใหญ่จะไม่เหมือนกับการสอนลูก สอนเด็ก คนทำงานทุกคนมีประสบการณ์การทำงานมาก่อนไม่มากก็น้อย พวกเขาต้องการแรงจูงใจ ต้องการประโยชน์ที่จะได้รับจากการทำตามที่เราแนะนำ  What’s in it for me? ลูกน้องทุกคนต้องการความเคารพ การให้เกียรติ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/boss14/">5 พฤติกรรมที่หัวหน้าไม่ควรทำกับลูกน้อง</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>หัวหน้า </strong>คืออาชีพของการบริหารคน ที่ต้องบริหารให้ทุกคนในทีมทำผลงานบรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งถ้าเราเข้าใจธรรมชาติของความเป็นมนุษย์ ก็จะทำได้ดี เป็นผู้นำที่ได้ทั้งใจคนและได้ผลของงานที่ดีด้วย แต่อย่างไรก็ตามยังคงมี<strong> หัวหน้า</strong>หลาย ๆ คน ที่เผลอน้อยใจว่า ทำไมลูกน้องของตนเองนั้นไม่มีความคิดสร้างสรรค์ ขี้เกียจ ไม่มีพลัง ไม่เปิดใจ ถามคำตอบคำ จนทำให้ยอดขายตก คู่แข่งแซงหนีไปลิ่ว ฯลฯ</p>
<p>ซึ่งสาเหตุอาจไม่ได้มาจากลูกน้องโดยตรง แต่เป็นผลมาจากตัว <strong>หัวหน้า</strong> เองที่อาจมีพฤติกรรมไม่ดีที่ทำลายประสิทธิภาพการทำงานของลูกน้องได้ โดย 5 พฤติกรรมที่เราอาจเผลอทำบ่อย ๆ แต่แท้จริงแล้วเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำกับลูกน้อง ได้แก่</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>1.พูดจาแนะนำ สอนสั่ง โดยไม่ให้เกียรติ</strong></span></p>
<p>“โชคดีแค่ไหนแล้วที่ยังมีงานให้ทำในช่วงวิกฤตแบบนี้”, “พี่ขอร้องเถอะนะ ไม่ต้องคิดที่จะทำอะไรเองเลย พี่เป็น<strong>หัวหน้า </strong>แค่ทำตามที่พี่สั่งก็พอ เข้าใจไหม โอเค้” ฯลฯ ลักษณะคำพูดทำนองนี้ถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรทำ เพราะลูกน้องของเราก็เป็นผู้ใหญ่ เป็นเพื่อนร่วมงานของเรา</p>
<p>ซึ่งการสอนผู้ใหญ่จะไม่เหมือนกับการสอนลูก สอนเด็ก คนทำงานทุกคนมีประสบการณ์การทำงานมาก่อนไม่มากก็น้อย พวกเขาต้องการแรงจูงใจ ต้องการประโยชน์ที่จะได้รับจากการทำตามที่เราแนะนำ  What’s in it for me? ลูกน้องทุกคนต้องการความเคารพ การให้เกียรติ เช่นเดียวกันกับเรา ซึ่งไม่ใช่ไปยกมือไหว้ หรือยกยอปอปั้นเขา แต่เป็นการให้เกียรติในมุมมองการทำงานของเขา และประสบการณ์การทำงานของเขา</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>2.ตำหนิลูกน้องต่อหน้าเพื่อนร่วมงานคนอื่น</strong></span></p>
<p>“ทำไมคุณถึงมีปัญหาอยู่คนเดียว คนอื่นเขาไม่เห็นมีปัญหาแบบนี้เลย”, “คุณอยากได้นู่นได้นี่ แต่ผลงานไม่เห็นเคยมีปรากฎเหมือนคนอื่นเลยนะ สักแต่พูดแต่คุณไม่เคยทำได้เลย” ฯลฯ ถ้อยคำตำหนิต่อว่าลูกน้องทำนองนี้ต่อหน้าเพื่อนร่วมงานและลูกน้องคนอื่น ๆ รวมถึงการเปรียบเทียบว่า คนหนึ่งดีแต่อีกคนไม่ดี เป็นการทำให้คนเสียหน้า เสียใจ เสียความรู้สึก</p>
<p>ซึ่งเป็นสิ่งที่<strong>หัวหน้า</strong>ไม่ควรทำอย่างยิ่ง คำแนะนำในการปรับเปลี่ยนคือควรเรียกลูกน้องเข้ามาพูดคุยเป็นการส่วนตัว แล้วพูดถึงพฤติกรรมที่เฉพาะเจาะจงของเขาไปเลยว่าทำอะไรผิดพลาด เราอยากให้เขาปรับปรุงแก้ไขอย่างไร เช่น คุณมาสาย 2 ครั้งสัปดาห์นี้ 8.30 น. และ 9.45 น. ในขณะที่ต้องเข้างาน 8.00 น. ตรง ผมขอให้มาทำงานให้ตรงเวลานะ แล้วเริ่มประชุมตอน 8.15 น. ตามที่เคยตกลงไว้ คุณเป็นคนสำคัญที่จะใส่ความคิดสร้างสรรค์ให้กับทีมงาน คุณทำได้ไหม คิดเห็นอย่างไร</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>3.ปิดกั้นความคิดเห็นและไอเดียของลูกน้อง</strong></span></p>
<p>หลายครั้ง<strong>หัวหน้า</strong>หลาย ๆ คนก็มักชอบพูดทำนองว่า “ไอ้ที่เสนอมามันก็ดีนะ แต่ว่าก็ลองกันมาหมดแล้ว มันไม่เวิร์ค อย่าเสียเวลาเลย” ฯลฯ ประโยคแบบนี้เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่<strong>หัวหน้า</strong>ต้องหยุดพูด  เพราะหน้าที่ของ<strong>หัวหน้า</strong>ที่ดีคือ ต้องพยายามสร้างสรรค์ให้ลูกน้องกล้าพูด กล้านำเสนอ “Encourage People to bring their brain to work.”</p>
<p>ต้องสนับสนุนให้ทุกคนใช้สมองในการทำงาน ไม่ใช่<strong>หัวหน้า</strong>เก็บเอาไว้คิดคนเดียว ทำทุกอย่างคนเดียว เอา Task List เอางานกลับไปทำที่บ้านคนเดียวจนเหนื่อยท้อ <strong>หัวหน้า</strong>ที่ดีจะต้องสนับสนุนให้ทุกคนทำงาน เพื่อให้เขาเติบโต เพราะเขาเองก็สามารถทำได้ดี และอยากทำให้ดีที่สุดในอาชีพของเขาด้วยเหมือนกัน</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>4.ทำให้ความผิดของพนักงานส่วนน้อย กระทบกับบรรยากาศการทำงานโดยภาพรวม</strong></span></p>
<p>เช่นในกรณีแค่เรื่องมาสายของลูกน้องคนเดียว แต่เราโกรธมาก เพราะรู้สึกว่าเขาไม่รับผิดชอบ เห็นแก่ตัว จึงออกคำสั่งกับลูกน้องทุกคนว่า “การมาสายเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ต่อไปนี้ทุกคนต้องมาทำงานให้ตรงเวลา ไม่เช่นนั้นจะถูกลงโทษอย่างรุนแรง” พร้อมกับส่งอีเมลกำชับให้ทราบโดยทั่วกัน การกระทำลักษณะนี้ของ<strong>หัวหน้า</strong> ถือเป็นการเอาความผิดเล็ก ๆ ของคน ๆ เดียวมาเหมารวมทุกคน ทำให้เป็นเรื่องใหญ่ เอาความผิดของคน 1 คนมาทำลายขวัญ กำลังใจ และบรรยากาศในการทำงานจนหมดสิ้น</p>
<p>ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดีกับลูกน้องทุกคนเป็นวงกว้าง เวลาที่เราต้องการจะปลุกใจคน ดึงพลังของคนขึ้นมา บรรยากาศถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เราบังคับให้ม้ากินน้ำไม่ได้ แต่เราจูงม้าไปที่แม่น้ำ และสร้างบรรยากาศให้ม้าอยากกินน้ำได้ ด้วยการทำให้เห็นม้าตัวอื่นกินน้ำ กินน้ำแล้วมีความสุข จนเกิดความอยากกินตามไปด้วย เพราะฉะนั้น หน้าที่ของ<strong>หัวหน้า</strong>จึงต้องพึงระวังคำพูด รวมถึงท่าทางและน้ำเสียงของตัวเอง เพื่อรักษาบรรยากาศที่ดีในการทำงานเอาไว้ให้ได้ รักษาขวัญและกำลังใจของลูกน้องเอาไว้ให้ได้</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>5.กล่าวคำชมเชยแบบไม่เฉพาะเจาะจง</strong></span></p>
<p>บางครั้ง<strong>หัวหน้า</strong>ก็อยากสวมบทบาทเป็นนางฟ้าที่คอยชื่นชมให้กำลังใจพนักงาน แต่คำชมของเราบางทีก็กว้างเกินไป ไม่เฉพาะเจาะจง จนบางครั้งลูกน้องรู้สึกว่า “<strong>หัวหน้า</strong>เสแสร้ง” เช่น Oh! Nice job everybody, today you did a good job. “วันนี้ทุกคนทำดีมาก โอ้ ประเสริฐ ยอดเยี่ยม” คำชมทำนองนี้มีลักษณะกว้างเกินไป ควรปรับให้มีความเฉพาะเจาะจงลงไปเลย เช่น วันนี้ตอนที่น้องแก้ปัญหาให้ลูกค้า น้องใช้เทคนิคการแก้ปัญหาที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ตรงประเด็น น้องใช้น้ำเสียงไพเราะ ยิ้มแย้มแจ่มใส พี่ขอบคุณมากนะคะ เป็นต้น</p>
<p>การกล่าวคำชมแบบเฉพาะเจาะจงพฤติกรรม จะทำให้เกิดการทำซ้ำแล้วซ้ำอีกในวิธีการทำงานที่ถูกต้อง ซึ่งส่งผลดีต่อประสิทธิภาพในการทำงานมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ เวลาที่<strong>หัวหน้า</strong>สั่งงาน ก็ควรสั่งให้ชัดเจน เพราะบางทีเราก็โมโหเพราะความไม่ชัดเจนของเราเอง เช่น ส่งงานพี่พรุ่งนี้เช้านะทุกคน พรุ่งนี้เช้าต้องได้งานทันที แต่คำว่าพรุ่งนี้เช้าก็ไม่ชัดเจนว่าคือกี่โมง พอ 9 โมงเช้าไม่มีใครมาส่งงานที่โต๊ะเราก็หงุดหงิดโมโห ทั้งที่จริง ๆ แล้ว 10 โมง หรือ 11 โมง ก็ยังถือว่าเช้าได้อยู่ ดังนั้น ในการสั่งงานของ<strong>หัวหน้า</strong> จึงควรระบุให้ชัดเจนเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาด เช่น ส่งงานพร้อมกันที่โต๊ะพรุ่งนี้เช้า ก่อน 8.00 น. เป็นต้น</p>
<p>ลูกน้องจะทำงานได้ดีแค่ไหน ดึงเอาศักยภาพของตัวเองออกมาสร้างผลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด <strong>หัวหน้า</strong>ถือเป็นบุคคลที่มีความสำคัญอย่างมาก โดยเป็นได้ทั้งคนที่คอยส่งเสริมและคอยบั่นทอนในเวลาเดียวกัน ขึ้นอยู่กับว่าดูแล แนะนำ และปฏิบัติต่อลูกน้องอย่างเหมาะสมหรือไม่ ดังนั้น ในทุก ๆ สถานการณ์ของการทำงาน <strong>หัวหน้า</strong>จึงมีหน้าที่เสริมสร้างพลังให้กับทีมลูกน้องทุกคน โดยต้องคอยหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่ดีที่จะส่งผลเสียบั่นทอนไฟและกำลังใจในการทำงานของลูกน้องให้ได้มากที่สุด</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/boss14/">5 พฤติกรรมที่หัวหน้าไม่ควรทำกับลูกน้อง</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://panjitconsulting.com/boss14/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Motivate ตัวเองอย่างไร ให้ Work From Home อย่างมีไฟไม่ขี้เกียจ</title>
		<link>https://panjitconsulting.com/workfromhome16/</link>
					<comments>https://panjitconsulting.com/workfromhome16/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Aumnuay]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 16 Aug 2021 08:19:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Motivate]]></category>
		<category><![CDATA[Work From Home]]></category>
		<category><![CDATA[การทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ขี้เกียจ]]></category>
		<category><![CDATA[แรงจูงใจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://panjit.co/?p=336</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากไร้แล้วซึ่งพลังใจ ไม่มีไฟในการทำงาน ก็เป็นเรื่องยากที่จะดึงเอาศักยภาพของตัวเองออกมาสร้างผลงานได้อย่างเข้าตาโดดเด่นจนประสบความสำเร็จ แต่ในสถานการณ์วิกฤตที่ต้องทำงานในห้องแคบ ๆ แบบ Work From Home จากบ้าน ก็มักพาให้หมดไฟ รู้สึกขี้เกียจ ไม่มีแรงอยากทำอะไรเลย ซึ่งใครก็ตามที่เกิดความรู้สึกเช่นนี้ขึ้น ควรรีบหันกลับมาจัดการตัวเอง ห้ามปล่อยความรู้สึกหมดแรงนี้ให้เรื้อรังต่อไปเด็ดขาด เพราะอาจทำลายประสิทธิภาพในการทำงานและความสุขในชีวิตของเราได้ เมื่อพูดถึงเรื่องของไฟในการทำงาน ความกระฉับกระเฉง กระปรี้กระเปร่า ในสมองของคนเราจะมีสารเคมีชนิดหนึ่งชื่อว่า “โดพามีน” (Dopamine) คอยอยู่เบื้องหลังพลังใจและความหลงใหลในการทำทุกสิ่งที่เป็นเป้าหมาย (Passion) เหมือนเวลาที่คนเรามีความรัก หรือเล่นเกมตู้หยอดเหรียญ ความรู้สึกตื่นเต้นทั้งหลายนั้น ก็เกิดขึ้นมาจากการที่ร่างกายหลั่งฮอร์โมนโดพามีนออกมาในปริมาณที่สูงกว่าปกตินั่นเอง การจะทำให้เรามีแรงจูงใจ มีไฟในการทำงาน ไม่รู้สึกขี้เกียจกับการทำงานแบบ Work From Home สิ่งสำคัญคือจะต้องเข้าใจเรื่อง “วงจรการสร้างแรงจูงใจของคน” เสียก่อน ซึ่งจะแบ่งเป็น 3 ขั้นตอนง่าย ๆ เริ่มต้นจาก ลงมือทำ (Action) แล้วตามด้วย ให้รางวัล (Reward) แล้วจึงก่อเกิดเป็น แรงจูงใจ (Motivation) ในการสร้างวงจรแรงจูงใจไม่ว่าจะเรื่องใดก็แล้วแต่ เราจำเป็นต้องกำหนดรางวัลให้กับตัวเอง โดยต้องเลือกเป็นสิ่งที่เราชอบ เพราะรางวัลนี้จะส่งผลต่อการสร้างโดพามีนให้มีเกิดขึ้นในร่างกาย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/workfromhome16/">Motivate ตัวเองอย่างไร ให้ Work From Home อย่างมีไฟไม่ขี้เกียจ</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หากไร้แล้วซึ่งพลังใจ ไม่มีไฟในการทำงาน ก็เป็นเรื่องยากที่จะดึงเอาศักยภาพของตัวเองออกมาสร้างผลงานได้อย่างเข้าตาโดดเด่นจนประสบความสำเร็จ แต่ในสถานการณ์วิกฤตที่ต้องทำงานในห้องแคบ ๆ แบบ <strong>Work From Home</strong> จากบ้าน ก็มักพาให้หมดไฟ รู้สึกขี้เกียจ ไม่มีแรงอยากทำอะไรเลย</p>
<p>ซึ่งใครก็ตามที่เกิดความรู้สึกเช่นนี้ขึ้น ควรรีบหันกลับมาจัดการตัวเอง ห้ามปล่อยความรู้สึกหมดแรงนี้ให้เรื้อรังต่อไปเด็ดขาด เพราะอาจทำลายประสิทธิภาพในการทำงานและความสุขในชีวิตของเราได้</p>
<p>เมื่อพูดถึงเรื่องของไฟในการทำงาน ความกระฉับกระเฉง กระปรี้กระเปร่า ในสมองของคนเราจะมีสารเคมีชนิดหนึ่งชื่อว่า “โดพามีน” (Dopamine) คอยอยู่เบื้องหลังพลังใจและความหลงใหลในการทำทุกสิ่งที่เป็นเป้าหมาย (Passion) เหมือนเวลาที่คนเรามีความรัก หรือเล่นเกมตู้หยอดเหรียญ ความรู้สึกตื่นเต้นทั้งหลายนั้น ก็เกิดขึ้นมาจากการที่ร่างกายหลั่งฮอร์โมนโดพามีนออกมาในปริมาณที่สูงกว่าปกตินั่นเอง</p>
<p>การจะทำให้เรามีแรงจูงใจ มีไฟในการทำงาน ไม่รู้สึกขี้เกียจกับการทำงานแบบ <strong>Work From Home</strong> สิ่งสำคัญคือจะต้องเข้าใจเรื่อง “วงจรการสร้างแรงจูงใจของคน” เสียก่อน ซึ่งจะแบ่งเป็น 3 ขั้นตอนง่าย ๆ เริ่มต้นจาก ลงมือทำ (Action) แล้วตามด้วย ให้รางวัล (Reward) แล้วจึงก่อเกิดเป็น แรงจูงใจ (Motivation)</p>
<p>ในการสร้างวงจรแรงจูงใจไม่ว่าจะเรื่องใดก็แล้วแต่ เราจำเป็นต้องกำหนดรางวัลให้กับตัวเอง โดยต้องเลือกเป็นสิ่งที่เราชอบ เพราะรางวัลนี้จะส่งผลต่อการสร้างโดพามีนให้มีเกิดขึ้นในร่างกาย ทำให้เรามีความสุข ตื่นเต้น ไม่รู้สึกขี้เกียจ</p>
<p>ซึ่งเมื่อลงมือทำแล้วได้รับรางวัลที่กำหนดไว้ เราก็จะมีแรงจูงใจในการทำสิ่งนั้นต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ได้รับรางวัลที่ต้องการ เช่น กำหนดให้ตัวเองทำงานให้เสร็จ เขียนอีเมลให้เสร็จ 3 ชิ้น แล้วจะได้ดูซีรี่ย์ที่ชอบ เป็นต้น</p>
<p>ทั้งนี้ ในการทำงานแบบ <strong>Work From Home</strong> ควรหลีกเลี่ยงการทำงานบนเตียง เพราะเป็นสภาพแวดล้อมที่ยากจะกระตุ้นความรู้สึกอยากทำงาน โดยแม้ห้องของเราจะเล็ก มีแค่เตียงกับห้องน้ำ ก็ควรจัดเตรียมสถานที่สำหรับการทำงานไว้โดยเฉพาะ เพื่อสร้างพลังในการทำงานให้ได้มากขึ้น</p>
<p>คนเก่ง ๆ ที่ประสบความสำเร็จ จะมีไฟ จะพลังแรงจูงใจในการทำงานเสมอ แม้จะอยู่ในสถานการณ์ต้อง <strong>Work From Home</strong> หรือสถานการณ์บั่นทอนกำลังใจใด ๆ ก็ตาม แต่ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่เคยเบื่อ ไม่เคยขี้เกียจ</p>
<p>แต่เป็นเพราะเขากำหนดนิสัย สร้างกิจวัตรประจำวันเอาไว้ ด้วยการวงจรแรงจูงใจในการทำงาน โดยกฎทองของความสำเร็จ กฎทองของการสร้างแรงจูงใจที่สำคัญที่สุด ภายหลังจากที่เรากำหนดรางวัลให้ตัวเองแล้ว นั่นก็คือ “การลงมือทำ” เพราะทุกงาน ทุกเป้าหมายจะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อเราได้เริ่มต้นลงมือทำ และทำอย่างต่อเนื่องเท่านั้น</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/workfromhome16/">Motivate ตัวเองอย่างไร ให้ Work From Home อย่างมีไฟไม่ขี้เกียจ</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://panjitconsulting.com/workfromhome16/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Motivate ปลุกพลังใจตัวเองอย่างไร แม้คนอื่นยังไม่เชื่อใจในตัวเรา</title>
		<link>https://panjitconsulting.com/motivate/</link>
					<comments>https://panjitconsulting.com/motivate/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Aumnuay]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 16 Aug 2021 07:04:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Motivate]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ปลุกพลัง]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างกำลังใจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://panjit.co/?p=316</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้เราทุกคนจะตระหนักดีว่าการสร้างพลังใจ ให้ตัวเองมีแรงสู้กับทุกอุปสรรคในชีวิตเป็นเรื่องสำคัญ แต่บางทีก็มีคำถามเกิดขึ้นเสมอว่า “เราจะ Motivate ตัวเองอย่างไร ในขณะที่คนอื่นยังไม่เชื่อมั่นในตัวเราเองเลย” การที่เราต้องพึ่งพลังจากคนอื่น ต้องอาศัยการอนุมัติเห็นชอบจากคนอื่นก่อน จึงจะสร้างพลังใจได้นั้น ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่คอยถ่วงเราให้ไปถึงความสำเร็จได้ยากขึ้น คนเก่ง ๆ ที่ประสบความสำเร็จทุกคน เขาล้วนสร้างพลังใจ สร้างระเบียบวินัยให้กับตัวเองได้เลย จากการ Motivate ด้วยตัวของเขาเอง เวลาที่เราไม่ได้รับการสนับสนุน ถูกคัดค้าน ไม่ได้รับความเห็นชอบ อาทิ พ่อแม่ไม่เข้าใจ คนที่รักไม่เข้าใจ ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เราทำ ทั้ง ๆ ที่เราก็รู้สึกว่าเราทุ่มเททำทุกอย่างเพื่อพวกเขา คำว่า “พวกเขาไม่เข้าใจ” ไม่ควรเป็น “ข้ออ้าง” ทำให้เราหยุด หมดใจ และล้มเลิกในสิ่งที่ทำ เพราะเราไม่สามารถจะทำให้ทุกคนเข้าใจเราได้ เนื่องจากพวกเขาไม่ได้เห็นเป้าหมายเหมือนที่เราเห็น และเขามีวิธีคิดที่เป็นบรรทัดฐานของเขา ซึ่งถ้าสิ่งที่เราคิดแตกต่างออกนอกกรอบจากเขาไป ก็เป็นธรรมดาที่เขาจะรู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง มันเสี่ยงเกินไป ซึ่งเขาอาจจะรักเรามาก จึงคัดค้านและไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เราทำในที่สุด ในการ Motivate ตัวเอง สร้างกำลังใจให้ตัวเอง เราจะต้องมองเห็นเป้าหมายที่อยากทำให้สำเร็จทุกวัน และหากมีใครแสดงความคิดเห็น คัดค้าน หรือวิจารณ์สิ่งที่เราทำ เราก็ควรรับฟังด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน แต่ยังต้องยึดมั่นอยู่ในเป้าหมายที่ต้องการไป เช่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/motivate/">Motivate ปลุกพลังใจตัวเองอย่างไร แม้คนอื่นยังไม่เชื่อใจในตัวเรา</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แม้เราทุกคนจะตระหนักดีว่าการสร้างพลังใจ ให้ตัวเองมีแรงสู้กับทุกอุปสรรคในชีวิตเป็นเรื่องสำคัญ แต่บางทีก็มีคำถามเกิดขึ้นเสมอว่า “เราจะ <strong>Motivate</strong> ตัวเองอย่างไร ในขณะที่คนอื่นยังไม่เชื่อมั่นในตัวเราเองเลย” การที่เราต้องพึ่งพลังจากคนอื่น</p>
<p>ต้องอาศัยการอนุมัติเห็นชอบจากคนอื่นก่อน จึงจะสร้างพลังใจได้นั้น ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่คอยถ่วงเราให้ไปถึงความสำเร็จได้ยากขึ้น คนเก่ง ๆ ที่ประสบความสำเร็จทุกคน เขาล้วนสร้างพลังใจ สร้างระเบียบวินัยให้กับตัวเองได้เลย จากการ <strong>Motivate</strong> ด้วยตัวของเขาเอง</p>
<p>เวลาที่เราไม่ได้รับการสนับสนุน ถูกคัดค้าน ไม่ได้รับความเห็นชอบ อาทิ พ่อแม่ไม่เข้าใจ คนที่รักไม่เข้าใจ ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เราทำ ทั้ง ๆ ที่เราก็รู้สึกว่าเราทุ่มเททำทุกอย่างเพื่อพวกเขา คำว่า “พวกเขาไม่เข้าใจ” ไม่ควรเป็น “ข้ออ้าง” ทำให้เราหยุด หมดใจ และล้มเลิกในสิ่งที่ทำ เพราะเราไม่สามารถจะทำให้ทุกคนเข้าใจเราได้</p>
<p>เนื่องจากพวกเขาไม่ได้เห็นเป้าหมายเหมือนที่เราเห็น และเขามีวิธีคิดที่เป็นบรรทัดฐานของเขา ซึ่งถ้าสิ่งที่เราคิดแตกต่างออกนอกกรอบจากเขาไป ก็เป็นธรรมดาที่เขาจะรู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง มันเสี่ยงเกินไป ซึ่งเขาอาจจะรักเรามาก จึงคัดค้านและไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เราทำในที่สุด</p>
<p>ในการ <strong>Motivate</strong> ตัวเอง สร้างกำลังใจให้ตัวเอง เราจะต้องมองเห็นเป้าหมายที่อยากทำให้สำเร็จทุกวัน และหากมีใครแสดงความคิดเห็น คัดค้าน หรือวิจารณ์สิ่งที่เราทำ เราก็ควรรับฟังด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน แต่ยังต้องยึดมั่นอยู่ในเป้าหมายที่ต้องการไป เช่น ถ้าต้องการวิดพื้นให้ได้วันละ 20 ครั้ง ก็ให้ตั้งเป็นเป้าหมายที่ต้องทำทุกวัน แล้วเริ่มที่ก้าวแรก</p>
<p>ซึ่งหากระหว่างทางทำไม่สำเร็จ ได้เพียงแค่ 2 ครั้ง ไม่ถึงตามเป้าหมายที่ตั้ง ก็อาจมีเสียงจากตัวเราเองบอกให้เราล้มเลิก ด้วยข้ออ้างต่าง ๆ อาทิ วันนี้ฝนตกไม่ต้องทำก็แล้วกัน คนอื่นทำได้ตั้ง 50 ครั้ง เราได้ไม่กี่ครั้งเอง มันไม่เหมาะกับเราหรอก พอดีกว่า ฯลฯ ข้ออ้างสารพัดดังกล่าวเหล่านี้ เราต้องกำจัดมัดทิ้งไปให้ได้ และยืนหยัดพยายามทำต่อไปในเป้าหมายที่ตั้งใจ หากต้องการทำให้สำเร็จ</p>
<p>สิ่งสำคัญที่สุดในการ <strong>Motivate </strong>ปลุกพลัง สร้างกำลังใจให้ตัวเอง คือ “การเริ่มต้นลงมือทำก้าวแรก” เพราะเมื่อมีก้าวแรกแล้ว ก้าวที่ 2 3 และก้าวต่อ ๆ ไป จะตามมาเอง ในขณะเดียวกันเราก็ต้องตั้งเป้าหมายที่ต้องการไว้ให้ชัด ระลึกให้เห็นภาพชัดเจนทุกวัน พร้อมกับพยายามทำก้าวแรก และก้าวต่อ ๆ ไป</p>
<p>เพื่อก้าวตามฝันไปเรื่อย ๆ ก็จะสามารถทำให้เกิดเป็นพลังแห่งการลงมือทำ และพาเราเขยิบเข้าใกล้เป้าหมาย ก้าวข้ามเสียงคัดค้านของทุกคนไปได้ จนกระทั่งถึงเส้นชัยในที่สุด</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/motivate/">Motivate ปลุกพลังใจตัวเองอย่างไร แม้คนอื่นยังไม่เชื่อใจในตัวเรา</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://panjitconsulting.com/motivate/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Upskill Reskill ทักษะแบบไหนที่อนาคตต้องการ</title>
		<link>https://panjitconsulting.com/upskill/</link>
					<comments>https://panjitconsulting.com/upskill/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Aumnuay]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Aug 2021 10:12:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Power Skill]]></category>
		<category><![CDATA[Reskill]]></category>
		<category><![CDATA[Upskill]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://panjit.co/?p=265</guid>

					<description><![CDATA[<p>ด้วยการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ที่รวดเร็ว ประกอบกับสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 จึงทำให้เกิด Digital Disruption อย่างรุนแรง โดย World Economic Forum เผยว่า ในปี 2025 50% ของแรงงานทั้งหมดจะต้องมีการ Upskill และ Reskill เพื่อความอยู่รอด เพราะโลกแรงงานจะถูก AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์  (AI : Artificial Intelligence) เข้ามามีบทบาทแทนที่มากขึ้น ทั้งนี้ ทักษะที่อนาคตต้องการ ที่เป็น Future Skill สำคัญซึ่งคนทำงานจำเป็นต้องพัฒนาและเร่งปรับปรุงนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน ทักษะด้านเทคโนโลยี เป็นทักษะที่มีความสำคัญอย่างมากต่อโลกในอนาคตที่เป็นโลกยุคดิจิตอล เพื่อให้สามารถรับมือกับ Digital Disruption ได้ โดยตัวอย่างทักษะด้านเทคโนโลยีที่ควร Upskill และ Reskill ให้พัฒนาขึ้นมีติดตัว ก็เช่น การเขียน Coding ทักษะด้าน Programing ทักษะด้านการออกแบบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/upskill/">Upskill Reskill ทักษะแบบไหนที่อนาคตต้องการ</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ด้วยการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ที่รวดเร็ว ประกอบกับสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 จึงทำให้เกิด Digital Disruption อย่างรุนแรง โดย World Economic Forum เผยว่า ในปี 2025 50% ของแรงงานทั้งหมดจะต้องมีการ <strong>Upskill</strong> และ Reskill เพื่อความอยู่รอด เพราะโลกแรงงานจะถูก AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์  (AI : Artificial Intelligence) เข้ามามีบทบาทแทนที่มากขึ้น ทั้งนี้ ทักษะที่อนาคตต้องการ ที่เป็น Future Skill สำคัญซึ่งคนทำงานจำเป็นต้องพัฒนาและเร่งปรับปรุงนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>ทักษะด้านเทคโนโลยี</strong></span></p>
<p>เป็นทักษะที่มีความสำคัญอย่างมากต่อโลกในอนาคตที่เป็นโลกยุคดิจิตอล เพื่อให้สามารถรับมือกับ Digital Disruption ได้ โดยตัวอย่างทักษะด้านเทคโนโลยีที่ควร <strong>Upskill</strong> และ Reskill ให้พัฒนาขึ้นมีติดตัว ก็เช่น การเขียน Coding ทักษะด้าน Programing ทักษะด้านการออกแบบ Graphic Design การตัดต่อวิดีโอ ตลอดจนทักษะด้านการวิเคราะห์ข้อมูล Big Data</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>ทักษะที่แสดงความเป็นมนุษย์</strong></span></p>
<p>ทักษะที่ 2 ที่สำคัญต่อการทำงานในโลกอนาคต คือเรื่องของ Power Skill ทักษะที่แสดงความเป็นมนุษย์ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ Soft Skill นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเห็นอกเห็นใจ ความเอื้ออาทร ทักษะการสื่อสาร ความเป็นผู้นำ ความอดทนได้ ตัดสินใจได้ รวมถึงในด้าน Learning Agility หรือการแสดงออกซึ่งความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ อยากเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ เพราะจะช่วยให้พัฒนาตัวเองได้ตลอดเวลาอย่างต่อเนื่องทันกับทุกสถานการณ์การเปลี่ยนแปลง</p>
<p>ปัจจุบันทุกบริษัทจำเป็นต้องตั้งเป้าหมายและวางกลยุทธ์ไว้เป็นแนวทางเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ขอแนะนำให้เขียนออกมาอย่างชัดเจนว่าทักษะอะไรสำคัญและจำเป็นบ้างสำหรับการดำเนินธุรกิจ มีการเตรียมเครื่องมือเทคโนโลยีไว้ให้พร้อม แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทก็ต้องให้อำนาจกับพนักงานด้วย ต้องเชื่อใจพนักงานเพราะคือคนที่อยู่หน้างานและตระหนักถึงปัญหาและวิธีการแก้ไขมากที่สุด</p>
<p>ดังนั้น เราทุกคนที่เป็นลูกน้องที่เป็นพนักงาน จึงต้องหมั่น <strong>Upskill </strong>และ Reskill ตัวเองใหม่เพื่อให้อยู่รอด ต้องพัฒนาตัวเองให้มีความเป็นผู้นำ เป็นคนที่มีทักษะจำเป็นต่อบริษัท เพื่อเราจะได้ยังคงเป็นพนักงานที่มีคุณค่า ไม่ถูกไล่ออก และเติบโตก้าวหน้าจนประสบความสำเร็จได้ มีงานที่มั่นคงยั่งยืนได้ต่อไป</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/upskill/">Upskill Reskill ทักษะแบบไหนที่อนาคตต้องการ</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://panjitconsulting.com/upskill/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ค้นหาจุดแข็ง StrengthsFinder เพื่อความสำเร็จในชีวิต</title>
		<link>https://panjitconsulting.com/strengthsfinder/</link>
					<comments>https://panjitconsulting.com/strengthsfinder/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Aumnuay]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 30 Jul 2021 12:19:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[StrengthsFinder]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลง]]></category>
		<category><![CDATA[จุดอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[จุดแข็ง]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาตนเอง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://panjit.co/?p=216</guid>

					<description><![CDATA[<p>“StrengthsFinder” หรือ “เจาะจุดแข็ง” คือหนึ่งในหนังสือดีที่ทุกคนควรอ่านสักครั้งในชีวิต เพราะจะทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น รู้ว่าจุดแข็งของตัวเราคืออะไร และนำไปใช้ในการทำงานให้ประสบความสำเร็จได้ง่ายและไวขึ้นกว่าเดิม โดยแนวคิดสำคัญของ StrengthsFinder ที่จำเป็นต่อทุกเป้าหมายในชีวิตการทำงาน ได้แก่ 1.แต่ละคนมีจุดแข็งที่แตกต่างกัน เด็กคนหนึ่งอยากเป็นนักบาสเก็ตบอลที่เก่งกาจเหมือนไมเคิล จอร์แดน แต่แม้จะพยายามฝึกซ้อมอย่างหนักทุกวันต่อเนื่องหลายปี ก็ไม่สามารถเป็นอย่างไมเคิล จอร์แดนได้ เหตุผลเพราะความพยายามอย่างเดียวไม่สามารถทำให้เราเป็นได้อย่างที่ฝัน เพราะพรสวรรค์ของคนเรา ความสามารถของคนเรานั้นแตกต่างกัน คนที่ไม่ถนัดเลข ยากที่จะประสบความสำเร็จในอาชีพนักบัญชีได้ หรือแม้กระทั่งไมเคิล จอร์แดนเอง ถ้าเปลี่ยนมาเล่นกอล์ฟ ก็อาจไม่ประสบความสำเร็จเหมือนกับที่เล่นบาสเก็ตบอลได้เช่นกัน ดังนั้น เราจึงต้องหาจุดแข็ง ความถนัดของตัวเองให้เจอ เพื่อเดินหน้าสู่ความสำเร็จได้ง่ายขึ้น 2.เราไม่สามารถเป็นทุกอย่างที่อยากเป็นได้ พนักงานขายคนหนึ่งมีทักษะในการขายชั้นยอด ขายเก่งมาก ทำยอดได้ดีมาก แต่เขาอยากที่จะเป็นผู้จัดการฝ่ายขาย จึงพยายามศึกษาหาความรู้ด้านการบริหารจัดการคน ตั้งใจอ่านหนังสือ ไปศึกษาดูว่าหัวหน้าที่ดี ผู้นำที่เก่งเป็นอย่างไร เพื่อเขาจะได้เป็นผู้จัดการฝ่ายขายที่เก่งได้เหมือนกัน แต่เมื่อได้ทำงานเป็นผู้จัดการฝ่ายขาย 2 ปี เขาก็ตระหนักได้ว่า ตัวเองไม่ใช่คนที่มีความสามารถด้านการพัฒนาบุคลากร การบริหารคนไม่ใช่ Natural Talent หรือ พรสวรรค์ที่ติดตัวมา การใช้เวลาไปกับการพยายามเป็นผู้จัดการ ซึ่งไม่ใช่ตัวตนของเขา จึงไม่ประสบความสำเร็จ กลับกันที่เมื่อเขากลับไปขาย ก็ทำได้ดีมากกว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/strengthsfinder/">ค้นหาจุดแข็ง StrengthsFinder เพื่อความสำเร็จในชีวิต</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“</strong><strong>StrengthsFinder”</strong> หรือ “เจาะจุดแข็ง” คือหนึ่งในหนังสือดีที่ทุกคนควรอ่านสักครั้งในชีวิต เพราะจะทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น รู้ว่าจุดแข็งของตัวเราคืออะไร และนำไปใช้ในการทำงานให้ประสบความสำเร็จได้ง่ายและไวขึ้นกว่าเดิม โดยแนวคิดสำคัญของ <strong>StrengthsFinder </strong>ที่จำเป็นต่อทุกเป้าหมายในชีวิตการทำงาน ได้แก่</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>1.แต่ละคนมีจุดแข็งที่แตกต่างกัน</strong></span></p>
<p>เด็กคนหนึ่งอยากเป็นนักบาสเก็ตบอลที่เก่งกาจเหมือนไมเคิล จอร์แดน แต่แม้จะพยายามฝึกซ้อมอย่างหนักทุกวันต่อเนื่องหลายปี ก็ไม่สามารถเป็นอย่างไมเคิล จอร์แดนได้ เหตุผลเพราะความพยายามอย่างเดียวไม่สามารถทำให้เราเป็นได้อย่างที่ฝัน เพราะพรสวรรค์ของคนเรา ความสามารถของคนเรานั้นแตกต่างกัน</p>
<p>คนที่ไม่ถนัดเลข ยากที่จะประสบความสำเร็จในอาชีพนักบัญชีได้ หรือแม้กระทั่งไมเคิล จอร์แดนเอง ถ้าเปลี่ยนมาเล่นกอล์ฟ ก็อาจไม่ประสบความสำเร็จเหมือนกับที่เล่นบาสเก็ตบอลได้เช่นกัน ดังนั้น เราจึงต้องหาจุดแข็ง ความถนัดของตัวเองให้เจอ เพื่อเดินหน้าสู่ความสำเร็จได้ง่ายขึ้น</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>2.เราไม่สามารถเป็นทุกอย่างที่อยากเป็นได้</strong></span></p>
<p>พนักงานขายคนหนึ่งมีทักษะในการขายชั้นยอด ขายเก่งมาก ทำยอดได้ดีมาก แต่เขาอยากที่จะเป็นผู้จัดการฝ่ายขาย จึงพยายามศึกษาหาความรู้ด้านการบริหารจัดการคน ตั้งใจอ่านหนังสือ ไปศึกษาดูว่าหัวหน้าที่ดี ผู้นำที่เก่งเป็นอย่างไร เพื่อเขาจะได้เป็นผู้จัดการฝ่ายขายที่เก่งได้เหมือนกัน</p>
<p>แต่เมื่อได้ทำงานเป็นผู้จัดการฝ่ายขาย 2 ปี เขาก็ตระหนักได้ว่า ตัวเองไม่ใช่คนที่มีความสามารถด้านการพัฒนาบุคลากร การบริหารคนไม่ใช่ Natural Talent หรือ พรสวรรค์ที่ติดตัวมา การใช้เวลาไปกับการพยายามเป็นผู้จัดการ ซึ่งไม่ใช่ตัวตนของเขา จึงไม่ประสบความสำเร็จ กลับกันที่เมื่อเขากลับไปขาย ก็ทำได้ดีมากกว่า ประสบความสำเร็จ และช่วยเหลือผู้คนได้มากกว่า</p>
<p>ดังนั้น การเป็นในสิ่งที่ตัวเราเป็นและทำได้ดีตามธรรมชาติ จึงเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ความสำเร็จมากกว่า <span style="font-size: 16px;">ดังคำกล่าวที่ว่า You Cannot Be Anything You want to be, but You can be a lot more of who you already are. หรือ เราไม่สามารถเป็นในทุกสิ่งทุกอย่างที่เราอยากจะเป็นได้ แต่เราสามารถเป็นได้ดีที่สุดในสิ่งที่เราเป็นอยู่แล้ว</span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>3.หาพาร์ทเนอร์มาเสริมจุดด้อย แทนที่จะพัฒนาจุดด้อยของตัวเอง</strong></span></p>
<p>เฮคเตอร์เป็นช่างทำรองเท้าที่เก่งมาก จนทั่วโลกกล่าวขานว่าเขาเป็นนักทำรองเท้าที่เก่งที่สุด  ใครที่อยากได้รองเท้าดี ๆ ก็ต้องมาซื้อที่เขา ด้วยความเก่งของเฮคเตอร์ เขาสามารถทำรองเท้าได้สูงสุดวันละ 100 คู่ แต่ในการทำงานจริง ๆ นั้น ทำได้เพียงแค่ 30 คู่ต่อวัน เพราะต้องเสียเวลาไปกับการขาย การทำเอกสาร การเงิน บัญชีต่าง ๆ</p>
<p>ซึ่งแม้เขาจะพัฒนาตัวเองให้เก่งด้านอื่นแค่ไหน ทำได้เร็วขึ้นเพียงใด ก็ยังลดทอนศักยภาพในการทำรองเท้าของเขาลงอยู่ดี จนวันหนึ่งเฮคเตอร์ได้เจอกับเซอร์จิโอ นักขายและนักการตลาด พวกเขาจับมือกันโดยเซอร์จิโอมาเสริมจุด้อยให้เฮคเตอร์ด้านการขาย การทำตลาด และการเงิน จึงทำให้สามารถผลิตรองเท้าได้ 100 คู่ต่อวันเหมือนกับที่ตั้งเป้าไว้ และบริษัทก็เติบโตประสบความสำเร็จด้วยดี</p>
<p>ความจริงของเรื่องนี้สะท้อนให้เราเห็นว่า ในการจะประสบควมสำเร็จนั้น เราต้องรู้จักเลือกพาร์ทเนอร์ให้ถูกต้อง เลือกพาร์ทเนอร์ที่มาเสริมจุดด้อยเรา แทนที่จะไปเสียเวลาพัฒนาจุดด้อยของตัวเอง ซึ่งกระบวนการนี้จะเกิดได้ เราก็ต้องรู้จุดแข็ง รู้ว่าตัวเองทำอะไรได้ดีที่สุดก่อน แล้วค่อยหาคนอื่นมารับหน้าที่ส่วนที่เหลือแทน</p>
<p>เมื่อเรารู้ว่าจุดแข็งของเราคืออะไร เราเกิดมาเป็นอย่างไร เราจะสามารถดึงเอาพรสวรรค์ เอาพลัง ความสามารถและศักยภาพตรงนั้นมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งยิ่งเราใช้จุดแข็งมาก ๆ จุดแข็งของเราก็จะยิ่งพัฒนาเติบโตโดดเด่นขึ้น เราจะเชี่ยวชาญมากขึ้นจนมีโอกาสประสบความสำเร็จได้ง่ายกว่า การแบ่งเวลาและความทุ่มเทที่มีไปทำสิ่งที่ไม่ถนัดไปพัฒนาจุดด้อย</p>
<p>ที่สำคัญคือ การที่เราได้ทำในสิ่งที่เป็นจุดแข็งที่เราถนัดเราชอบ จะทำให้เกิดความภูมิใจ และตกหลุมรักในสิ่งที่ทำมากขึ้น ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการมุ่งหน้าสู่ความสำเร็จ เพราะแม้เราจะเป็นเป็ด แต่หากเราเป็นเป็ดที่สุดยอดที่สุด อย่างเป็ดปักกิ่งแล้ว เราก็จะประสบความสำเร็จ จะไม่มีใครมาแทนที่หรือสู้เราได้อยู่ดี</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/strengthsfinder/">ค้นหาจุดแข็ง StrengthsFinder เพื่อความสำเร็จในชีวิต</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://panjitconsulting.com/strengthsfinder/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อยากเติบโตในบริษัทต่างชาติ  ขาด Assertiveness ไม่ได้</title>
		<link>https://panjitconsulting.com/assertiveness/</link>
					<comments>https://panjitconsulting.com/assertiveness/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Aumnuay]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Jul 2021 12:20:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Assertiveness]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทต่างชาติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://panjit.co/?p=220</guid>

					<description><![CDATA[<p>Assertiveness ถ้าแปลเป็นความหมายแบบไทย ๆ ก็คือ ความกล้าแสดงออกในเชิงสร้างสรรค์ ความแน่วแน่ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในทักษะสำคัญมากที่จำเป็นต่อการทำงานในบริษัทต่างชาติให้ได้รับการยอมรับ และมีโอกาสเติบโตก้าวหน้า โดยความกล้าแสดงออกที่สำคัญนั้น สามารถแบ่งได้ออกเป็นหลาย ๆ ด้าน ดังต่อไปนี้ 1.กล้าที่จะแสดงความคิดเห็นในที่ประชุม ในการทำงานกับบริษัทต่างชาติ ความกล้าพูด กล้าแสดงความคิดเห็นเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะหากเราไม่พูด ก็เท่ากับว่าเราไม่ได้สะท้อนคุณค่าและความสามารถของเราให้ทุกคนได้เห็น ดังนั้น ในทุกการประชุมจึงควรแสดงความคิดเห็นในสิ่งที่เกี่ยวข้อง หรืออยู่ในความรับผิดชอบของเราออกมาระหว่างการประชุม หรือหากไม่สามารถพูดได้ ก็จำเป็นต้องเขียน หรือหากเขียนไม่ได้ ก็ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อสื่อสารว่าเรากำลังรับผิดชอบและมีส่วนร่วมในงานนี้ 2.กล้าที่จะบอกความจริงเมื่อเกิดปัญหา Assertiveness ไม่เพียงแต่เป็นการกล้าแสดงออกในเชิงสร้างสรรค์ ที่เราเชื่อมั่น ที่คิดว่าถูกต้องเท่านั้น แต่หากเวลาเกิดปัญหาติดขัด หรือเกิดสถานการณ์ที่ผิดไปจากที่เชื่อ เราก็ต้องกล้าที่จะบอกออกมาเช่นกัน ไม่ใช่เลือกบอกแต่ข่าวดี แต่เลือกปิดข้าวร้าย เพราะการกล้าบอกความจริง จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกัน เมื่อถูกถามในสิ่งที่ไม่รู้หรือตอบไม่ได้ อย่าเพียงแค่ตอบความจริงว่า “ไม่รู้” แต่ให้ตอบว่าตอนนี้ยังไม่ทราบคำตอบ แต่จะหาข้อมูลและหาคำตอบมานำเสนอให้ พร้อมกับกำหนดระยะเวลา เช่น จะหาคำตอบมาให้ทราบภายใน 3 โมงเย็นวันนี้ครับ เพื่อแสดงถึงความตั้งใจ รับผิดชอบ และกระตือรือร้นที่จะแก้ไขปัญหาให้ลุล่วง ซึ่งเมื่อสัญญาแล้ว ก็ต้องรักษาคำมั่นที่ให้ไว้ เพราะถ้าสัญญาแล้วทำไม่ได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/assertiveness/">อยากเติบโตในบริษัทต่างชาติ  ขาด Assertiveness ไม่ได้</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Assertiveness</strong> ถ้าแปลเป็นความหมายแบบไทย ๆ ก็คือ ความกล้าแสดงออกในเชิงสร้างสรรค์ ความแน่วแน่ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในทักษะสำคัญมากที่จำเป็นต่อการทำงานในบริษัทต่างชาติให้ได้รับการยอมรับ และมีโอกาสเติบโตก้าวหน้า โดยความกล้าแสดงออกที่สำคัญนั้น สามารถแบ่งได้ออกเป็นหลาย ๆ ด้าน ดังต่อไปนี้</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>1.กล้าที่จะแสดงความคิดเห็นในที่ประชุม</strong></span></p>
<p>ในการทำงานกับบริษัทต่างชาติ ความกล้าพูด กล้าแสดงความคิดเห็นเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะหากเราไม่พูด ก็เท่ากับว่าเราไม่ได้สะท้อนคุณค่าและความสามารถของเราให้ทุกคนได้เห็น ดังนั้น ในทุกการประชุมจึงควรแสดงความคิดเห็นในสิ่งที่เกี่ยวข้อง หรืออยู่ในความรับผิดชอบของเราออกมาระหว่างการประชุม หรือหากไม่สามารถพูดได้ ก็จำเป็นต้องเขียน หรือหากเขียนไม่ได้ ก็ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อสื่อสารว่าเรากำลังรับผิดชอบและมีส่วนร่วมในงานนี้</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>2.กล้าที่จะบอกความจริงเมื่อเกิดปัญหา</strong></span></p>
<p><strong>Assertiveness </strong>ไม่เพียงแต่เป็นการกล้าแสดงออกในเชิงสร้างสรรค์ ที่เราเชื่อมั่น ที่คิดว่าถูกต้องเท่านั้น แต่หากเวลาเกิดปัญหาติดขัด หรือเกิดสถานการณ์ที่ผิดไปจากที่เชื่อ เราก็ต้องกล้าที่จะบอกออกมาเช่นกัน ไม่ใช่เลือกบอกแต่ข่าวดี แต่เลือกปิดข้าวร้าย เพราะการกล้าบอกความจริง จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ</p>
<p>ในขณะเดียวกัน เมื่อถูกถามในสิ่งที่ไม่รู้หรือตอบไม่ได้ อย่าเพียงแค่ตอบความจริงว่า “ไม่รู้” แต่ให้ตอบว่าตอนนี้ยังไม่ทราบคำตอบ แต่จะหาข้อมูลและหาคำตอบมานำเสนอให้ พร้อมกับกำหนดระยะเวลา เช่น จะหาคำตอบมาให้ทราบภายใน 3 โมงเย็นวันนี้ครับ</p>
<p>เพื่อแสดงถึงความตั้งใจ รับผิดชอบ และกระตือรือร้นที่จะแก้ไขปัญหาให้ลุล่วง ซึ่งเมื่อสัญญาแล้ว ก็ต้องรักษาคำมั่นที่ให้ไว้ เพราะถ้าสัญญาแล้วทำไม่ได้ จะสูญเสียความเชื่อใจ ความประทับใจแรกไปทันที ซึ่งกู้กลับคืนมาได้ยากมาก ๆ</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>3.กล้าที่สั่งการมอบหมายงาน</strong></span></p>
<p>หากอยู่ในฐานะหัวหน้า เราต้องกล้าที่จะมอบหมายงาน และสั่งการอย่างชัดเจน ซึ่งเวลาออกคำสั่งจะต้องตรวจสอบด้วยเสมอว่า ทุกคนเข้าใจชัดเจนถูกต้องดีแล้วหรือไม่ ทั้งนี้ เมื่อพูดถึงการ “ออกคำสั่ง” ไม่ได้หมายความถึงการบังคับ แต่หมายถึงการ “ชี้ให้เห็น” แนวทางในการทำงานที่จะต้องปฏิบัติ</p>
<p>ในขณะเดียวกัน คนเป็นหัวหน้า ก็ต้องรู้ด้วยว่าจะสั่งการอย่างไรเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เหมือนเวลาเล่นโบว์ลิ่ง ที่เราสนุกเพราะรู้ว่าต้องทำอย่างไรถึงจะทำสไตรค์ได้ จึงต้องพยายามโยนโบว์ลิ่งไปตามแนวทางนั้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย การออกคำสั่งก็เช่นเดียวกัน</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>4.กล้าที่จะตอบรับและปฏิเสธ</strong></span></p>
<p><strong>Assertiveness </strong>หรือ การแสดงออกทางความคิดอย่างแน่วแน่สร้างสรรค์นั้น ไม่ได้รวมถึงแค่เฉพาะเรื่องงาน แต่ยังรวมในด้านสังคมเอาไว้ด้วย นั่นคือการให้คำมั่นรักษาสัญญาที่เที่ยงตรง การตอบรับ หรือปฏิเสธอย่างชัดเจน ตรงไปตรงมา เช่นเวลาที่หัวหน้าชวนไปทานข้าวที่บ้าน นอกบ้าน หรือชวนไปเล่นกีฬา ไปช็อปปิ้งด้วยกัน เราต้องตอบรับหรือปฏิเสธให้ชัดเจน</p>
<p>ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงภาวะความเป็นผู้นำ การกล้าตัดสินใจของเราได้เป็นอย่างดี หรือ หากตอบรับไปแล้ว แต่มีเหตุให้ต้องพลาดนัด หรือไปสาย ก็ต้องหาวิธีแจ้งให้ทราบอย่างชัดเจน และเร็วที่สุด ว่าเกิดอะไรขึ้น เป็นเพราะอะไร และสุดท้ายเรายังไปตามนัดได้หรือไม่</p>
<p>การกล้าแสดงออกในสิ่งที่คิด ที่เชื่อ อย่างสร้างสรรค์ จริงใจ และแน่วแน่ หรือ <strong>Assertiveness</strong> ไม่เพียงสะท้อนถึงความสามารถ ทัศนคติ และปฏิภาณไหวพริบของเราเท่านั้น แต่ยังแสดงถึง <strong>Accountability</strong> หรือความรับผิดชอบ ความมุ่งมั่นตั้งใจที่มีต่อการทำงานด้วย เพราะหากเราไม่ตั้งใจที่จะสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ เราก็จะเงียบ จะไม่กระตือรือร้นพยายามแสดงสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กร ต่อการทำงาน</p>
<p>ด้วยเหตุนี้เอง <strong>Assertiveness </strong>จึงเป็นหนึ่งในทักษะสำคัญที่ขาดไม่ได้ ในการทำงานร่วมกับนายฝรั่ง กับเพื่อนร่วมงานในบริษัทนานาชาติ ที่ให้ความสำคัญกับการทำงานที่ต้องการผลงานหรือตัววัดความสามารถที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้อย่างชัดเจน</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/assertiveness/">อยากเติบโตในบริษัทต่างชาติ  ขาด Assertiveness ไม่ได้</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://panjitconsulting.com/assertiveness/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
