<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>การบริหาร Archives - Panjit Consulting</title>
	<atom:link href="https://panjitconsulting.com/tag/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://panjitconsulting.com/tag/การบริหาร/</link>
	<description>LIVE LIFE INSPIRED , HELP PEOPLE EXCEL</description>
	<lastBuildDate>Thu, 07 Oct 2021 11:12:07 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.2</generator>

<image>
	<url>https://panjitconsulting.com/wp-content/uploads/2021/07/cropped-Presentation17-removebg-e1629180822527-32x32.png</url>
	<title>การบริหาร Archives - Panjit Consulting</title>
	<link>https://panjitconsulting.com/tag/การบริหาร/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>Check List ก่อนลาออกจากงาน เพื่อทะยานสู่ชีวิตใหม่ที่มั่นคงกว่าเดิม</title>
		<link>https://panjitconsulting.com/resign30/</link>
					<comments>https://panjitconsulting.com/resign30/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Aumnuay]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Oct 2021 11:12:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[การทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบความสำเร็จ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ลาออก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://panjit.co/?p=971</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถ้าเลือกได้คงไม่มีใครอยาก ลาออก จากงาน แล้วต้องมาเสี่ยงเริ่มต้นใหม่กับการเดินทางที่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมั่นคงได้มากแค่ไหน แต่หากสุดท้ายเราพิจารณาแล้วอย่างมั่นใจว่างานที่ทำอยู่นั้นไม่ใช่ การตัดสินใจ ลาออก ก็เป็นทางออกที่ควรทำ เพื่อไม่ให้ต้องเสียเวลาไปกับสิ่งที่ไม่ได้ทำให้เราก้าวหน้าไปสู่จุดหมายที่ฝันไว้ โดยเพื่อให้การตัดสินใจ ลาออก จากงานของเรานำไปสู่การเริ่มต้นที่ดีกว่าเดิมได้ย่างแท้จริง มีสิ่งสำคัญที่ต้อง Check List ตรวจสอบเตรียมพร้อมให้ดีก่อน ดังต่อไปนี้ 1.มีเงินสำรองเพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นการลาออกด้วยเหตุผลใด เราต้องมั่นใจเสียก่อนว่า เรามีเงินสำรองเพียงพออย่างน้อย 3-6 เดือน เพื่อใช้ดูแลค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้ โดยเฉพาะหากเรามีลูก มีครอบครัวที่ต้องดูแล มีภาระค่าใช้จ่าย เช่น ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ฯลฯ ต้องรับผิดชอบ ยิ่งต้องวางแผนการเงินก่อนลาออกให้รอบคอบชัดเจน ต้องดูว่ารายจ่ายจำเป็นของเรามีอะไรบ้างเป็นจำนวนเงินเท่าไรต่อเดือน และรายได้ประจำของเราหลังหักภาษีแล้วเป็นอย่างไรบ้าง เพียงพอหรือไม่ ตลอดจนตรวจสอบเรื่องกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนรวม และเงินสะสมอื่น ๆ ด้วยว่าเป็นอย่างไร มีเงื่อนไขอะไรบ้าง สามารถเบิกถอนได้หรือไม่ รวมถึงเรื่องของประกันสังคม ก็จำเป็นต้องศึกษาให้ดีก่อนลาออกด้วย เพราะการลาออก กับ ถูกให้ออก มีเงื่อนไขของผลประโยชน์ที่ได้รับแตกต่างกัน 2.ตรวจสอบสัญญาจ้างให้ดี ก่อนลาออกจากงานควรตรวจสอบสัญญาจ้างให้รอบครอบอีกครั้ง เพราะบางครั้งสัญญาจ้างของเราอาจมีระบุไว้ด้วยว่า “ห้ามทำงานกับคู่ค้าคู่แข่ง” [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/resign30/">Check List ก่อนลาออกจากงาน เพื่อทะยานสู่ชีวิตใหม่ที่มั่นคงกว่าเดิม</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ถ้าเลือกได้คงไม่มีใครอยาก<strong> ลาออก </strong>จากงาน แล้วต้องมาเสี่ยงเริ่มต้นใหม่กับการเดินทางที่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมั่นคงได้มากแค่ไหน แต่หากสุดท้ายเราพิจารณาแล้วอย่างมั่นใจว่างานที่ทำอยู่นั้นไม่ใช่ การตัดสินใจ <strong>ลาออก </strong>ก็เป็นทางออกที่ควรทำ เพื่อไม่ให้ต้องเสียเวลาไปกับสิ่งที่ไม่ได้ทำให้เราก้าวหน้าไปสู่จุดหมายที่ฝันไว้</p>
<p>โดยเพื่อให้การตัดสินใจ<strong> ลาออก</strong> จากงานของเรานำไปสู่การเริ่มต้นที่ดีกว่าเดิมได้ย่างแท้จริง มีสิ่งสำคัญที่ต้อง Check List ตรวจสอบเตรียมพร้อมให้ดีก่อน ดังต่อไปนี้</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>1.มีเงินสำรองเพียงพอ</strong></span></p>
<p>ไม่ว่าจะเป็นการ<strong>ลาออก</strong>ด้วยเหตุผลใด เราต้องมั่นใจเสียก่อนว่า เรามีเงินสำรองเพียงพออย่างน้อย 3-6 เดือน เพื่อใช้ดูแลค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้ โดยเฉพาะหากเรามีลูก มีครอบครัวที่ต้องดูแล มีภาระค่าใช้จ่าย เช่น ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ฯลฯ ต้องรับผิดชอบ ยิ่งต้องวางแผนการเงินก่อน<strong>ลาออก</strong>ให้รอบคอบชัดเจน ต้องดูว่ารายจ่ายจำเป็นของเรามีอะไรบ้างเป็นจำนวนเงินเท่าไรต่อเดือน และรายได้ประจำของเราหลังหักภาษีแล้วเป็นอย่างไรบ้าง เพียงพอหรือไม่</p>
<p>ตลอดจนตรวจสอบเรื่องกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนรวม และเงินสะสมอื่น ๆ ด้วยว่าเป็นอย่างไร มีเงื่อนไขอะไรบ้าง สามารถเบิกถอนได้หรือไม่ รวมถึงเรื่องของประกันสังคม ก็จำเป็นต้องศึกษาให้ดีก่อน<strong>ลาออก</strong>ด้วย เพราะการ<strong>ลาออก</strong> กับ ถูกให้ออก มีเงื่อนไขของผลประโยชน์ที่ได้รับแตกต่างกัน</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>2.ตรวจสอบสัญญาจ้างให้ดี</strong></span></p>
<p>ก่อน<strong>ลาออก</strong>จากงานควรตรวจสอบสัญญาจ้างให้รอบครอบอีกครั้ง เพราะบางครั้งสัญญาจ้างของเราอาจมีระบุไว้ด้วยว่า “ห้ามทำงานกับคู่ค้าคู่แข่ง” มีเงื่อนไขต่าง ๆ กำหนดเอาไว้ อาจเป็นเรื่องระยะเวลา 1-2 ปี ที่ห้ามไปสมัครทำงานที่ใหม่กับบริษัทที่เป็นคู่แข่งของบริษัทเดิม การสำรวจสัญญาจ้างก่อน<strong>ลาออก</strong> จะช่วยให้เราไม่พลาดทำผิดเงื่อนไขจนเกิดปัญหาตามมาภายหลัง และวางแผนการสมัครงานที่ใหม่ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม มากยิ่งขึ้น</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>3.อัพเดทเรซูเม่ในทุกช่องทางการสมัครงาน</strong></span></p>
<p>ไม่ว่าจะเป็น CV, Cover Letter หรือ ข้อมูลใน LinkedIn  และข้อมูลในช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ของเรา ควรได้รับการอัพเดทเพื่อให้พร้อมเปิดรับกับโอกาสในการสมัครงานที่ใหม่ ทั้งนี้ 1 CV ควรใช้สมัครงานเพียง 1 ตำแหน่งเท่านั้น ไม่ควรหว่านส่งไปทั่วหลายตำแหน่ง</p>
<p>ในขณะเดียวกันหากต้องการเพิ่มโอกาสได้งานที่ดีให้มากขึ้น ควรศึกษาตลาดงาน สำรวจเงินเดือนของตำแหน่งที่เราต้องการสมัครให้ดี พร้อมกับตรวจสอบดูว่าในตำแหน่งงานที่ตั้งเป้าไว้นั้น ต้องการทักษะอะไรบ้าง เพื่อให้เราเตรียมตัว เตรียมข้อมูลในการตอบคำถามสัมภาษณ์ได้อย่างเหมาะสม สำรวจตัวเองดูว่าสามารถ Transferable หรือโอนย้ายทักษะใดที่เรามี ไปสร้างประโยชน์ให้กับการทำงานในตำแหน่งนั้น ๆ ได้บ้าง พร้อมกับนำข้อมูลเหล่านี้ ไว้ใช้ในการเจรจาต่อรองผลตอบแทนด้วย</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>4.เตรียมช่องทางรายได้เสริมและการประหยัดค่าใช้จ่ายให้พร้อม</strong></span></p>
<p>สิ่งสำคัญที่เราต้องไม่ลืมคือ บางทีสิ่งที่ไม่คาดคิดก็สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ดังนั้นเมื่อตัดสินใจ<strong>ลาออก</strong> เราจึงควรวางแผนอนาคตเอาไว้ให้พร้อมที่สุด ไม่ควรคิดหวังพึ่งพารายได้เพียงแค่ทางเดียว ควรหาช่องทางรายได้เพิ่มทางอื่นด้วย เพราะเราก็ไม่รู้ว่าจะได้งานใหม่เมื่อไร หรือต้องออกจากงานอีกครั้งเมื่อไร</p>
<p>ในขณะเดียวกัน ก็ต้องประหยัดค่าใช้จ่ายด้วย โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดฝัน เช่น เกิดอุบัติเหตุ เจ็บป่วย โดยเฉพาะกับคนที่มีลูกเล็ก มีครอบครัว การคิดเผื่อวางแผนทำประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเอาไว้ให้ตัวเอง และคนที่รัก ก็ถือเป็นการสร้างความคุ้มครอง ที่ช่วยให้หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมาในระหว่างที่กำลังหางาน จะได้มีเงินสำรองใช้จ่ายไม่เกิดปัญหา</p>
<p>การตัดสินใจ<strong>ลาออก</strong>จากงาน ถือเป็นก้าวสำคัญของชีวิต เป็นจุดเปลี่ยนที่อาจพาเราไปสู่จุดที่ดีกว่า หรือแย่ลงกว่าเดิมก็ได้ ดังนั้น ยิ่งเราเตรียมความพร้อมได้ดีมากเท่าไร ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสให้ก้าวไปสู่จุดหมายที่ตั้งใจได้สำเร็จมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งขอเพียงแค่เราตัดสินใจอย่างมีสติ ไตร่ตรองด้วยความรอบคอบ และมีเหตุผล ไม่ใช้เพียงแค่อารมณ์ การ<strong>ลาออก</strong>จากงานก็จะไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว แต่เป็นเรื่องดีที่จะสร้างโอกาสให้ตัวเราเขยิบเข้าใกล้กับความสำเร็จได้มากขึ้นกว่าเดิม</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/resign30/">Check List ก่อนลาออกจากงาน เพื่อทะยานสู่ชีวิตใหม่ที่มั่นคงกว่าเดิม</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://panjitconsulting.com/resign30/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>7 เทคนิคขอขึ้นเงินเดือน เจรจาอย่างไรให้สำเร็จ</title>
		<link>https://panjitconsulting.com/money/</link>
					<comments>https://panjitconsulting.com/money/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Aumnuay]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 30 Jul 2021 12:14:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การเจรจา]]></category>
		<category><![CDATA[ขึ้นเงินเดือน]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เงินเดือน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://panjit.co/?p=207</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำหรับพนักงานออฟฟิศแล้ว การได้ เงินเดือน เพิ่มขึ้นคือหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของชีวิต แต่ทุกคนก็ทราบดีว่าถ้าเอ่ยปากขอขึ้น เงินเดือน กับหัวหน้า โอกาสล้มเหลวนั้นมีมากกว่าโอกาสสำเร็จหลายเท่า แต่ถึงจะมีโอกาสน้อย ก็เป็นไปได้เสมอ ถ้าเรารู้วิธีที่จะช่วยเพิ่มโอกาสสำเร็จในการเจรจาต่อรองขอขึ้น เงินเดือน ซึ่งมี 7 เทคนิคง่าย ๆ ดังต่อไปนี้ 1.เรามีดีอะไร หาให้เจอก่อน เป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการขอขึ้นเงินเดือน เพราะเราต้องนำคุณค่าความดีของเรายื่นเสนอไปเป็น “เหตุผล” ที่เหมาะสมกับการอนุมัติ โดยต้องหาให้เจอก่อนว่า ความดีของเราคืออะไร เช่น เพิ่มกำไรให้บริษัทได้เท่าไร ลดค่าใช้จ่ายของบริษัทได้มากเพียงใด มีผลงานโดดเด่นแค่ไหนที่ส่งผลดีต่อบริษัท หรือช่วยประหยัดเวลาทำงานให้กับบริษัทได้มากน้อยแค่ไหน 2.เสนอความดีของเราให้เห็นเป็นหลักการที่ชัดเจน การเจรจาขอขึ้นเงินเดือนต้องไม่ใช้ความรู้สึก เราจะไม่บอกว่าเราทำงานมานาน ทำงานหนัก รู้สึกเหนื่อยมาก จึงอยากขอขึ้นเงินเดือนเพิ่ม แต่เราควรแสดงให้หัวหน้าเห็นถึง “ความดีของเราที่มีต่อบริษัท” ด้วยหลักการที่ชัดเจนที่สุด เช่น เราทำกำไรให้บริษัทได้เท่าไร นำข้อมูลสถิติตัวเลขมาแสดงให้เห็นชัดเจน เพื่อตอกย้ำถึงความดีและคุณค่าของเรา 3.รู้จักใช้คำพูดและเลือกพูดขอในเวลาที่เหมาะสม การแจ้งขอขึ้นเงินเดือน ควรทำเป็นวาระ ขอเวลาส่วนตัวเพื่อปรึกษากับหัวหน้าแบบเป็นทางการ เพื่อให้เราเตรียมตัวได้พร้อม ทั้งนี้ ในการเลือกใช้คำ ไม่ควรพูดตรงเกินไปเช่น “อยากขอขึ้นเงินเดือน” หรือ “ต้องการขอขึ้นเงินเดือน” เพราะอาจแสดงถึงความก้าวร้าวเกินไป [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/money/">7 เทคนิคขอขึ้นเงินเดือน เจรจาอย่างไรให้สำเร็จ</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สำหรับพนักงานออฟฟิศแล้ว การได้ <strong>เงินเดือน </strong>เพิ่มขึ้นคือหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของชีวิต แต่ทุกคนก็ทราบดีว่าถ้าเอ่ยปากขอขึ้น <strong>เงินเดือน </strong>กับหัวหน้า โอกาสล้มเหลวนั้นมีมากกว่าโอกาสสำเร็จหลายเท่า แต่ถึงจะมีโอกาสน้อย ก็เป็นไปได้เสมอ ถ้าเรารู้วิธีที่จะช่วยเพิ่มโอกาสสำเร็จในการเจรจาต่อรองขอขึ้น<strong> เงินเดือน</strong> ซึ่งมี 7 เทคนิคง่าย ๆ ดังต่อไปนี้</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>1.เรามีดีอะไร หาให้เจอก่อน</strong></span></p>
<p>เป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการขอขึ้น<strong>เงินเดือน</strong> เพราะเราต้องนำคุณค่าความดีของเรายื่นเสนอไปเป็น “เหตุผล” ที่เหมาะสมกับการอนุมัติ โดยต้องหาให้เจอก่อนว่า ความดีของเราคืออะไร เช่น เพิ่มกำไรให้บริษัทได้เท่าไร ลดค่าใช้จ่ายของบริษัทได้มากเพียงใด มีผลงานโดดเด่นแค่ไหนที่ส่งผลดีต่อบริษัท หรือช่วยประหยัดเวลาทำงานให้กับบริษัทได้มากน้อยแค่ไหน</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>2.เสนอความดีของเราให้เห็นเป็นหลักการที่ชัดเจน</strong></span></p>
<p>การเจรจาขอขึ้น<strong>เงินเดือน</strong>ต้องไม่ใช้ความรู้สึก เราจะไม่บอกว่าเราทำงานมานาน ทำงานหนัก รู้สึกเหนื่อยมาก จึงอยากขอขึ้น<strong>เงินเดือน</strong>เพิ่ม แต่เราควรแสดงให้หัวหน้าเห็นถึง “ความดีของเราที่มีต่อบริษัท” ด้วยหลักการที่ชัดเจนที่สุด เช่น เราทำกำไรให้บริษัทได้เท่าไร นำข้อมูลสถิติตัวเลขมาแสดงให้เห็นชัดเจน เพื่อตอกย้ำถึงความดีและคุณค่าของเรา</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>3.รู้จักใช้คำพูดและเลือกพูดขอในเวลาที่เหมาะสม</strong></span></p>
<p>การแจ้งขอขึ้น<strong>เงินเดือน</strong> ควรทำเป็นวาระ ขอเวลาส่วนตัวเพื่อปรึกษากับหัวหน้าแบบเป็นทางการ เพื่อให้เราเตรียมตัวได้พร้อม ทั้งนี้ ในการเลือกใช้คำ ไม่ควรพูดตรงเกินไปเช่น “อยากขอขึ้น<strong>เงินเดือน</strong>” หรือ “ต้องการขอขึ้น<strong>เงินเดือน</strong>” เพราะอาจแสดงถึงความก้าวร้าวเกินไป แต่ให้ใช้คำที่ดูผ่อนคลายลงแต่มีความหมายในทำนองเดียวกัน เช่น ขอปรึกษาเรื่องการพิจารณาปรับ<strong>เงินเดือน</strong> ขอคำแนะนำเรื่องการพิจารณาปรับ<strong>เงินเดือน</strong> เป็นต้น</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>4.แสดงให้ทุกคนรับรู้ว่าเรามีคุณค่า</strong></span></p>
<p>การบอกว่าเรามีดี ทำให้เห็นถึงคุณค่าที่ผ่านมา แต่การบอกว่าในอนาคตข้างหน้าเราจะแก้ปัญหา จะทำอะไรให้เกิดขึ้นอีกบ้าง คือการแสดงให้เห็นว่าเรามีคุณค่าอย่างแท้จริง ดังนั้น การที่เรามีแผนงานเสนอว่าเราจะทำอะไรให้บริษัท จะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นกว่าที่ผ่านมาแค่ไหน ด้วยวิธีการอย่างไร จะช่วยทำให้หัวหน้าเห็นคุณค่าของเราได้อย่างชัดเจนมากขึ้น</p>
<p>หรือแม้กระทั่งการขอคำแนะนำว่าเราควรทำอย่างไรดี เพื่อช่วยบริษัทให้ได้มากกว่านี้ ก็เป็นสิ่งสะท้อนถึงความตั้งใจที่เรามีต่อบริษัท และทำให้รู้สึกได้ว่า เราเป็นคนที่มีคุณค่าต่อบริษัทได้เช่นกัน เพราะเราพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้บริษัทเติบโตขึ้น</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>5.ระบุตัวเลขเงินเดือนที่อยากได้ให้ชัด</strong></span></p>
<p>เวลาขอขึ้น<strong>เงินเดือน</strong> ไม่ควรขอเป็นช่วง เช่น 5,000 – 10,000 บาท เพราะผู้ฟังจะโฟกัสที่ตัวเลขต่ำสุด ทำให้หากสำเร็จเราก็จะได้เรทที่น้อยที่สุด ดังนั้น ให้แจ้งตัวเลขชัดเจนไปเลยว่าอยากได้เท่าไร เช่น 10,000 บาท หากถูกต่อรองเหลือ 8,000 บาท เราก็ยังได้มากกว่าเรทขั้นต่ำที่เป็นช่วง โดยตัวเลขที่แจ้งไปนั้น ควรเป็นตัวเลขที่ประเมินไว้แล้วว่า ถ้าถูกต่อรองลงมา 10-20% ก็ยังพอใจ</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>6.สำรวจตลาดเงินเดือนตำแหน่งงานก่อน</strong></span></p>
<p>เพื่อให้การเจรจาขอขึ้น<strong>เงินเดือน</strong>นั้นสมเหตุสมผลและเป็นไปได้ เราต้องดูก่อนด้วยว่า ตำแหน่งงานเรานั้น มีระดับ<strong>เงินเดือน</strong>อยู่ที่ประมาณเท่าไร และที่เราได้อยู่นั้น ห่างจากเพดาน<strong>เงินเดือนสู</strong>งสุดแค่ไหน ถ้าที่ได้อยู่สูงชนเพดานแล้ว การขอ<strong>เงินเดือน</strong>เพิ่มก็เป็นไปได้ยาก แต่จะเป็นไปได้คือ เราต้องขยับตำแหน่งตัวเองให้สูงขึ้นด้วย ซึ่งนั่นเท่ากับว่า เราก็ต้องวางแผนเพื่อนำเสนอตัวเองว่า เราคู่ควรกับการขยับตำแหน่งขึ้นพร้อมกับเรท<strong>เงินเดือน</strong>ที่ต้องการหรือไม่</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>7.พูดคุยต่อหน้าอย่าคุยผ่านแชทหรืออีเมล</strong></span></p>
<p>การใช้อีเมล หรือการส่งข้อความเพื่อขอขึ้น<strong>เงินเดือน </strong>อาจทำให้หัวหน้ารู้สึกว่าเป็นการสื่อสารทางเดียว และเราก้าวร้าว เพราะไม่เห็นหน้า ไม่เห็นความตั้งใจ ไม่เห็นภาษากายของเรา รวมถึงยังไม่ได้รับทราบข้อมูลอื่น ๆ ประกอบด้วย ดังนั้นจึงควรขอเข้าพบหรือปรึกษาออนไลน์เป็นการส่วนตัวมากกว่า เพื่อให้หัวหน้าได้สัมผัสกับความจริงใจ มุ่งมั่นตั้งใจของเราอย่างชัดเจน พร้อมทั้งมีโอกาสได้เสนอข้อมูลต่าง ๆ อย่างเต็มรูปแบบในการพิจารณาด้วย</p>
<p>การเจรจาขอขึ้นเงินเดือนไม่ใช่เรื่องผิด ไม่ใช่เรื่องน่าอาย หรือเรื่องห้ามทำ ทุกคนสามารถทำได้ และมีโอกาสสำเร็จได้ หากทำอย่างถูกต้องเหมาะสม ทำให้เห็นว่าเราสำคัญ มีคุณค่าต่อองค์กรจริง ๆ ทั้งนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือ เราต้องไม่ใช้อารมณ์ ไม่เอาความรู้สึกเหนื่อย ความรู้สึกคุ้มค่าเป็นตัวตั้ง แต่ต้องใช้เหตุผลว่า เรามีคุณค่าต่อบริษัทอย่างไร เหมาะสมคู่ควรกับเงินเดือนที่ขอเพิ่มขึ้นอย่างไร ถ้าตั้งตั้นด้วยข้อเท็จจริงที่ถูกต้องแล้ว โอกาสสำเร็จก็จะมีมากขึ้น</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/money/">7 เทคนิคขอขึ้นเงินเดือน เจรจาอย่างไรให้สำเร็จ</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://panjitconsulting.com/money/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>3 เทคนิคเปลี่ยนใจนายฝรั่ง  โน้มน้าวยังไงให้หัวหน้า OK</title>
		<link>https://panjitconsulting.com/boss/</link>
					<comments>https://panjitconsulting.com/boss/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Aumnuay]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Jul 2021 12:16:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[การโน้มน้าวใจ]]></category>
		<category><![CDATA[นายฝรั่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[หัวหน้า]]></category>
		<category><![CDATA[เจ้านาย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://panjit.co/?p=212</guid>

					<description><![CDATA[<p>ด้วยสไตล์นิสัยคนไทย มักคิดว่า หัวหน้า ย่อมรู้ทุกอย่าง ยิ่งเป็นเจ้าของก่อตั้งบริษัท ยิ่งไม่น่าต้องการความเห็นจากลูกจ้างตัวเล็ก ๆ  ถ้าขืนแนะนำแสดงความคิดเห็นไป ก็มีแต่จะถูกคนอื่นหมั่นไส้ และเสี่ยงถูก หัวหน้า ไม่ชอบใจเอาได้ แต่ในความเป็นจริง หัวหน้า ทุกคนต้องการความเห็นจากลูกน้อง โดยเฉพาะนายฝรั่งบริษัทต่างชาติ ล้วนอยากให้ลูกน้องเสนอความคิดเห็น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เติบโตในหน้าที่การงานได้ดี แต่ทั้งนี้ในการเสนอแนะไม่ว่าเรื่องใด ก็ต้องโน้มน้าวใจอย่างถูกวิธีด้วย จึงจะประสบความสำเร็จ ซึ่งเทคนิคในการโน้มน้าวใจ ที่ใช้ได้ผลกับสไตล์การทำงานของบริษัทต่างชาติ ได้แก่ 1.ใช้ข้อเท็จจริงมากกว่าความรู้สึก วิถีแบบไทย ๆ นั้น เวลาจะนำเสนออะไรเรามักจะติดพูดในทำนองว่า ไม่ค่อยชอบอย่างนั้น อย่างนี้ รู้สึกว่ามันไม่น่าเวิร์ค ไม่ค่อยจะดี แล้วคนอื่น ๆ ก็ไม่ค่อยชอบเหมือนกันด้วย เป็นต้น คือมีลักษณะเป็นการใช้คำพูดที่ “เอาความรู้สึกเข้าจับ” ซึ่งในวัฒนธรรมของคนต่างชาติ จะมองว่าเชื่อถือได้ยาก ไม่มีรูปธรรมที่ชัดเจน ดังนั้น แนวทางในการพูดโน้มน้าวใจที่สำคัญ จึง ควรใช้ข้อเท็จจริงเป็นหลัก นำตัวเลข มาแสดงให้เห็น มีแผนงาน มีทางออกของการแก้ปัญหามานำเสนออย่างเป็นขั้นตอน ให้เห็นว่าบริษัทจะได้หรือเสียอะไรมากน้อยแค่ไหน จากการเปลี่ยนแปลง หรือไม่เปลี่ยนตามข้อเสนอของเรา โดยการโน้มน้าวด้วยข้อเท็จจริงนั้น จะสะท้อนถึงความจริงใจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/boss/">3 เทคนิคเปลี่ยนใจนายฝรั่ง  โน้มน้าวยังไงให้หัวหน้า OK</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ด้วยสไตล์นิสัยคนไทย มักคิดว่า <strong>หัวหน้า </strong>ย่อมรู้ทุกอย่าง ยิ่งเป็นเจ้าของก่อตั้งบริษัท ยิ่งไม่น่าต้องการความเห็นจากลูกจ้างตัวเล็ก ๆ  ถ้าขืนแนะนำแสดงความคิดเห็นไป ก็มีแต่จะถูกคนอื่นหมั่นไส้ และเสี่ยงถูก<strong> หัวหน้า</strong> ไม่ชอบใจเอาได้ แต่ในความเป็นจริง <strong>หัวหน้า</strong> ทุกคนต้องการความเห็นจากลูกน้อง</p>
<p>โดยเฉพาะนายฝรั่งบริษัทต่างชาติ ล้วนอยากให้ลูกน้องเสนอความคิดเห็น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เติบโตในหน้าที่การงานได้ดี แต่ทั้งนี้ในการเสนอแนะไม่ว่าเรื่องใด ก็ต้องโน้มน้าวใจอย่างถูกวิธีด้วย จึงจะประสบความสำเร็จ ซึ่งเทคนิคในการโน้มน้าวใจ ที่ใช้ได้ผลกับสไตล์การทำงานของบริษัทต่างชาติ ได้แก่</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>1.ใช้ข้อเท็จจริงมากกว่าความรู้สึก</strong></span></p>
<p>วิถีแบบไทย ๆ นั้น เวลาจะนำเสนออะไรเรามักจะติดพูดในทำนองว่า ไม่ค่อยชอบอย่างนั้น อย่างนี้ รู้สึกว่ามันไม่น่าเวิร์ค ไม่ค่อยจะดี แล้วคนอื่น ๆ ก็ไม่ค่อยชอบเหมือนกันด้วย เป็นต้น คือมีลักษณะเป็นการใช้คำพูดที่ “เอาความรู้สึกเข้าจับ” ซึ่งในวัฒนธรรมของคนต่างชาติ จะมองว่าเชื่อถือได้ยาก ไม่มีรูปธรรมที่ชัดเจน</p>
<p>ดังนั้น แนวทางในการพูดโน้มน้าวใจที่สำคัญ จึง ควรใช้ข้อเท็จจริงเป็นหลัก นำตัวเลข มาแสดงให้เห็น มีแผนงาน มีทางออกของการแก้ปัญหามานำเสนออย่างเป็นขั้นตอน ให้เห็นว่าบริษัทจะได้หรือเสียอะไรมากน้อยแค่ไหน จากการเปลี่ยนแปลง หรือไม่เปลี่ยนตามข้อเสนอของเรา โดยการโน้มน้าวด้วยข้อเท็จจริงนั้น จะสะท้อนถึงความจริงใจ ตัวตน และความพยายามตั้งใจของเราให้<strong>หัวหน้า</strong>สัมผัสได้อย่างชัดเจน</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>2.เสนอทางเลือกมากกว่า </strong><strong>1 ทางเสมอ</strong></span></p>
<p>ถือเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญมาก เพราะหากเสนอไปทางเดียว ก็มีโอกาสถูกปฏิเสธได้ง่าย และเสียกำลังใจได้ง่าย ดังนั้น จึงต้องพยายามหาข้อเสนอให้<strong>หัวหน้า</strong>ได้เลือกอย่างน้อย 2 ทางขึ้นไป พร้อมชี้ให้เห็นข้อดี ของแต่ละทางเลือกว่าแตกต่างกันอย่างไร จะให้ผลลัพธ์แบบไหน</p>
<p>ซึ่งถ้าเราเสนอไปมากกว่า 1 ทาง โอกาสที่<strong>หัวหน้า</strong>จะเลือกสักทางก็มีสูงขึ้น โดยอาจเลือกมาให้เราปรับปรุงพัฒนาต่อเพิ่มเติม หรืออาจจะนำหลายทางมารวมกัน ให้เราไปทำแผนนำเสนอต่อได้ ก็จะลดโอกาสของการนำเสนอแล้วล้มเหลวลงได้มากขึ้น</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>3.อย่ายอมแพ้ มั่นใจในไอเดียที่นำเสนอ</strong></span></p>
<p>นอกจากจะต้องมีข้อเท็จจริง ตัวเลขที่ชัดเจนแล้ว มีทางให้<strong>หัวหน้า</strong>เลือกมากกว่า 1 ทางแล้ว สุดท้ายก็ต้องขึ้นอยู่กับตัวเราเองด้วยว่า จะต้องแสดงความมั่นใจ กระตือรือร้นให้<strong>หัวหน้า</strong>เห็นให้ได้มากที่สุด เราต้องมั่นใจในไอเดียเรา แต่ต้องไม่โอ้อวด ต้องแสดงให้<strong>หัวหน้า</strong>เห็นว่า เราอยากทำ และตั้งใจทำเพื่อประโยชน์ต่อบริษัทจริง ๆ</p>
<p>ซึ่งแม้จะถูกปฏิเสธกลับมา ก็ต้องไม่ยอมแพ้ ปรับปรุงแผนงานกลับไปเสนอใหม่ แล้วสุดท้ายต่อให้<strong>หัวหน้า</strong>เก่งแค่ไหน เมื่อเห็นความมุ่งมั่นของเรา เขาก็จะให้โอกาสเราได้ลองพิสูจน์ ซึ่งในระหว่างทำนั้น ก็ควรอัพเดทให้<strong>หัวหน้า</strong>ป็นระยะ ว่าทำไปถึงไหนแล้ว เป็นอย่างไร ติดขัดตรงไหนบ้าง</p>
<p>ใช้ข้อเท็จจริง ใช้ตัวเลขมากกว่าความรู้สึก เสนอทางเลือกมากกว่า 1 ทาง ใส่ความมั่นใจลงไปในไอเดียไม่ยอมแพ้ 3 แนวทางนี้คือหัวใจสำคัญของการโน้มน้าวใจ<strong>หัวหน้า</strong>ให้คล้อยตาม ให้ OK Say Yes ได้สำเร็จ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่ได้ใช้ได้ดีกับนายฝรั่งบริษัทต่างชาติเท่านั้น แต่กับบริษัทคนไทยเองก็ใช้ได้ดีเช่นกัน ซึ่งหากเราฝึกวิธีการโน้มน้าวใจให้ได้ตามนี้ โอกาสเติบโตในหน้าที่การงาน โอกาสประสบความสำเร็จของเราในการทำงานก็จะมีมากขึ้นได้อย่างแน่นอน</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/boss/">3 เทคนิคเปลี่ยนใจนายฝรั่ง  โน้มน้าวยังไงให้หัวหน้า OK</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://panjitconsulting.com/boss/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
