<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>การทำงาน Archives - Panjit Consulting</title>
	<atom:link href="https://panjitconsulting.com/tag/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://panjitconsulting.com/tag/การทำงาน/</link>
	<description>LIVE LIFE INSPIRED , HELP PEOPLE EXCEL</description>
	<lastBuildDate>Sun, 02 Apr 2023 02:32:50 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.2</generator>

<image>
	<url>https://panjitconsulting.com/wp-content/uploads/2021/07/cropped-Presentation17-removebg-e1629180822527-32x32.png</url>
	<title>การทำงาน Archives - Panjit Consulting</title>
	<link>https://panjitconsulting.com/tag/การทำงาน/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>Check List ที่ต้องใส่ใจ เมื่อถูกไล่ออกจากงาน</title>
		<link>https://panjitconsulting.com/checklist/</link>
					<comments>https://panjitconsulting.com/checklist/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Aumnuay]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Oct 2021 11:12:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[การทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ถูกไล่ออก]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบความสำเร็จ]]></category>
		<category><![CDATA[ลาออก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://panjit.co/?p=966</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไม่ว่าจะอยู่ในสายงานไหน ในอุตสาหกรรมประเภทใด ก็คงไม่มีใครอยาก ถูกไล่ออก แต่เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ ยุคสมัยเปลี่ยนไป โลกเปลี่ยนแปลง โอกาสที่วันหนึ่งเราจะถูกยื่นซองขาวให้ออกจากงานก็เป็นไปได้เสมอ ซึ่งแม้จะเป็นเรื่องเลวร้าย แต่เราทุกคนก็สามารถรับมือได้ โดยแนวทางในการรับมือกับการ ถูกไล่ออก ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น สามารถทำได้ง่าย ๆ ตาม Check List สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ ดังต่อไปนี้ 1.ยอมรับและเข้าใจ การที่เราถูกไล่ออกนั้นบางทีก็เป็นแนวโน้มของยุคสมัย ที่บังเอิญว่าทักษะของเราไม่ถูกต้อง และไม่ตรงกับความต้องการของตลาดอีกต่อไป หรืออาจมีหุ่นยนต์ มี Ai มีเทคโนโลยีอะไรที่ทำแทนเราได้ หรือทำได้ดีกว่าเรา ซึ่งเราควรทำความเข้าใจยอมรับให้ได้ เพื่อให้ตั้งหลักและก้าวต่อไปได้ 2.ตั้งสติให้มั่น เมื่อถูกไล่ออก เราต้องตั้งสติให้ดี ต้องรับรู้ให้เท่าทันถึงความทุกข์ของตัวเอง แล้วฮึดสู้กลับมาให้ได้อีกครั้ง เพราะการถูกไล่ออกที่ดูเหมือนเป็นจุดต่ำสุดนี้ อาจเป็นได้ทั้งจุดจบ และจุดเริ่มต้นก็ได้ ขึ้นอยู่กับเราเป็นคนกำหนดเอง ว่าจะให้มันเป็นจุดเริ่มต้นที่พาเราพุ่งทะยานไปข้างหน้า หรือจะเป็นจุดจบให้ถูกคนอื่นเหยียดหยามซ้ำเติม และสติคือตัวช่วยกำหนดทิศทางที่สำคัญที่สุด 3.เจรจาต่อรองความสมเหตุสมผล เมื่อยอมรับและตั้งสติได้แล้วหลังจากถูกบอกให้ออกจากงาน เราสามารถที่จะเจรจาต่อรองถึงเหตุผลที่ถูกให้ออกได้ เพื่อดูว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ หรือมีแนวทางอื่นใดที่แก้ปัญหาได้กับทั้ง 2 ฝ่ายนอกจากการต้องออกจากงานหรือไม่ บางทีเมื่อเราเปิดใจคุยกับนายจ้างอย่างตรงไปตรงมาถึงปัญหาที่เกิดขึ้น สุดท้ายแล้วอาจมีทางออกอื่นที่ดีกว่าโดยที่เราไม่จำเป็นต้องออกจากงานก็ได้ 4.ตรวจสอบเรื่องเงินค่าชดเชยต่าง ๆ หากสุดท้ายแล้วจำเป็นต้องออกจริง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/checklist/">Check List ที่ต้องใส่ใจ เมื่อถูกไล่ออกจากงาน</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[		<div data-elementor-type="wp-post" data-elementor-id="966" class="elementor elementor-966" data-elementor-post-type="post">
									<section class="elementor-section elementor-top-section elementor-element elementor-element-7187d63e elementor-section-boxed elementor-section-height-default elementor-section-height-default" data-id="7187d63e" data-element_type="section">
						<div class="elementor-container elementor-column-gap-default">
					<div class="elementor-column elementor-col-100 elementor-top-column elementor-element elementor-element-2f1020d8" data-id="2f1020d8" data-element_type="column">
			<div class="elementor-widget-wrap elementor-element-populated">
								<div class="elementor-element elementor-element-61526f46 elementor-widget elementor-widget-text-editor" data-id="61526f46" data-element_type="widget" data-widget_type="text-editor.default">
				<div class="elementor-widget-container">
			<style>/*! elementor - v3.14.0 - 18-06-2023 */
.elementor-widget-text-editor.elementor-drop-cap-view-stacked .elementor-drop-cap{background-color:#69727d;color:#fff}.elementor-widget-text-editor.elementor-drop-cap-view-framed .elementor-drop-cap{color:#69727d;border:3px solid;background-color:transparent}.elementor-widget-text-editor:not(.elementor-drop-cap-view-default) .elementor-drop-cap{margin-top:8px}.elementor-widget-text-editor:not(.elementor-drop-cap-view-default) .elementor-drop-cap-letter{width:1em;height:1em}.elementor-widget-text-editor .elementor-drop-cap{float:left;text-align:center;line-height:1;font-size:50px}.elementor-widget-text-editor .elementor-drop-cap-letter{display:inline-block}</style>				ไม่ว่าจะอยู่ในสายงานไหน ในอุตสาหกรรมประเภทใด ก็คงไม่มีใครอยาก <strong>ถูกไล่ออก</strong> แต่เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ ยุคสมัยเปลี่ยนไป โลกเปลี่ยนแปลง โอกาสที่วันหนึ่งเราจะถูกยื่นซองขาวให้ออกจากงานก็เป็นไปได้เสมอ

ซึ่งแม้จะเป็นเรื่องเลวร้าย แต่เราทุกคนก็สามารถรับมือได้ โดยแนวทางในการรับมือกับการ <strong>ถูกไล่ออก </strong>ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น สามารถทำได้ง่าย ๆ ตาม Check List สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ ดังต่อไปนี้

<span style="color: #ff0000;"><strong>1.ยอมรับและเข้าใจ</strong></span>

การที่เรา<strong>ถูกไล่ออก</strong>นั้นบางทีก็เป็นแนวโน้มของยุคสมัย ที่บังเอิญว่าทักษะของเราไม่ถูกต้อง และไม่ตรงกับความต้องการของตลาดอีกต่อไป หรืออาจมีหุ่นยนต์ มี Ai มีเทคโนโลยีอะไรที่ทำแทนเราได้ หรือทำได้ดีกว่าเรา ซึ่งเราควรทำความเข้าใจยอมรับให้ได้ เพื่อให้ตั้งหลักและก้าวต่อไปได้

<span style="color: #ff0000;"><strong>2.ตั้งสติให้มั่น</strong></span>

เมื่อ<strong>ถูกไล่ออก</strong> เราต้องตั้งสติให้ดี ต้องรับรู้ให้เท่าทันถึงความทุกข์ของตัวเอง แล้วฮึดสู้กลับมาให้ได้อีกครั้ง เพราะการ<strong>ถูกไล่ออก</strong>ที่ดูเหมือนเป็นจุดต่ำสุดนี้ อาจเป็นได้ทั้งจุดจบ และจุดเริ่มต้นก็ได้ ขึ้นอยู่กับเราเป็นคนกำหนดเอง ว่าจะให้มันเป็นจุดเริ่มต้นที่พาเราพุ่งทะยานไปข้างหน้า หรือจะเป็นจุดจบให้ถูกคนอื่นเหยียดหยามซ้ำเติม และสติคือตัวช่วยกำหนดทิศทางที่สำคัญที่สุด

<span style="color: #ff0000;"><strong>3.เจรจาต่อรองความสมเหตุสมผล</strong></span>

เมื่อยอมรับและตั้งสติได้แล้วหลังจากถูกบอกให้ออกจากงาน เราสามารถที่จะเจรจาต่อรองถึงเหตุผลที่ถูกให้ออกได้ เพื่อดูว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ หรือมีแนวทางอื่นใดที่แก้ปัญหาได้กับทั้ง 2 ฝ่ายนอกจากการต้องออกจากงานหรือไม่ บางทีเมื่อเราเปิดใจคุยกับนายจ้างอย่างตรงไปตรงมาถึงปัญหาที่เกิดขึ้น สุดท้ายแล้วอาจมีทางออกอื่นที่ดีกว่าโดยที่เราไม่จำเป็นต้องออกจากงานก็ได้

<strong><span style="color: #ff0000;">4.ตรวจสอบเรื่องเงินค่าชดเชยต่าง ๆ</span> </strong>

หากสุดท้ายแล้วจำเป็นต้องออกจริง ๆ สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบคือเรื่อง “เงิน” เพราะเมื่อ<strong>ถูกไล่ออก</strong>เราจะเป็นคนว่างงาน จึงต้องบริหารจัดการเงินให้ดี ดังนั้น จึงต้องตรวจสอบเรื่องค่าชดเชยตามกฎหมายให้รอบคอบ ให้เราได้เงินอย่างถูกต้องครบถ้วน

รวมถึงเงินอื่น ๆ ที่นายจ้างต้องให้เราจากการเลิกจ้าง เช่น เงินเดือนค้างชำระ ค่าเสียหายจากการถูกเลิกจ้าง ค่าวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ยังไม่ได้จ่ายเรา ตลอดจนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ Provident Fund ซึ่งเงินเหล่านี้จะเป็นเงินทุนสำคัญให้เราตั้งตัวได้ง่ายขึ้นหลังจากที่ต้องกลายเป็นคนว่างงาน

<span style="color: #ff0000;"><strong>5.ตั้งใจสมัครงานใหม่สัมภาษณ์ให้ผ่าน</strong></span>

หลังจากถูกให้ออกแล้ว การหางานใหม่เป็นสิ่งเร่งด่วนที่ควรรีบทำให้ได้มากที่สุด ให้เรากลับมามีชีวิตที่มั่นคงอีกครั้ง ซึ่งก็ต้องตั้งสติและให้ความสำคัญกับการทำ Resume ให้ดี เขียน Cover Letter อย่างถูกต้อง เตรียมตัวสัมภาษณ์งานด้วยความตั้งใจ สร้างความมั่นใจให้ตัวเองมาก ๆ อย่านำการ<strong>ถูกไล่ออก</strong>มาเป็นเหตุทำให้เสียความเชื่อมั่น จนไม่กล้าที่จะสมัครงานใหม่

<span style="color: #ff0000;"><strong>6.หางานอิสระเสริมทำควบคู่กับงานประจำ</strong></span>

เพราะการ<strong>ถูกไล่ออก</strong>บอกเราอย่างชัดเจนแล้วว่า “อะไรก็เกิดขึ้นได้” และ “ชีวิตคือความไม่แน่นอน” ดังนั้น เมื่อสมัครงานได้ใหม่อีกครั้ง แม้จะดูเป็นงานที่มั่นคงมากแค่ไหน เราก็ไม่ควรชะล่าใจ ควรหางานอิสระ หาช่องทางรายได้เสริมเพิ่มเติมไว้ด้วย เพื่อให้ก้าวต่อจากนี้ไปของเรา เป็นก้าวที่มั่นคงได้มากขึ้น ไม่ได้ฝากชีวิตเอาไว้กับงานประจำใดเพียงแค่งานเดียว

หัวใจสำคัญของชีวิตหลังการ<strong>ถูกไล่ออก</strong>จากงาน คือ เรื่องของการปรับตัว และการใช้ชีวิตอย่างมีสติ เพื่อให้เรายังคงดำเนินชีวิตต่อไปได้ อย่างมีกำลังใจ มีค่าใช้จ่ายเพียงพอสำหรับตัวเอง และครอบครัว และมีความสุขในทุก ๆ วัน

ซึ่งเราจำเป็นต้องตระหนักเอาไว้เสมอว่า คุณค่าในตัวเรายังคงไม่ได้สูญหายไปไหน แม้จะ<strong>ถูกไล่ออก</strong> เพราะตราบที่ยังไม่หมดลมหายใจ เราก็ยังพัฒนาตัวเองขึ้นมาใหม่ได้ ทำให้ตัวเองกลายเป็นคนที่สร้างผลงานที่ดี และมีคุณภาพได้อีกครั้งเสมอ						</div>
				</div>
					</div>
		</div>
							</div>
		</section>
							</div>
		<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/checklist/">Check List ที่ต้องใส่ใจ เมื่อถูกไล่ออกจากงาน</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://panjitconsulting.com/checklist/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Check List ก่อนลาออกจากงาน เพื่อทะยานสู่ชีวิตใหม่ที่มั่นคงกว่าเดิม</title>
		<link>https://panjitconsulting.com/resign30/</link>
					<comments>https://panjitconsulting.com/resign30/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Aumnuay]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Oct 2021 11:12:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[การทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบความสำเร็จ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ลาออก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://panjit.co/?p=971</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถ้าเลือกได้คงไม่มีใครอยาก ลาออก จากงาน แล้วต้องมาเสี่ยงเริ่มต้นใหม่กับการเดินทางที่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมั่นคงได้มากแค่ไหน แต่หากสุดท้ายเราพิจารณาแล้วอย่างมั่นใจว่างานที่ทำอยู่นั้นไม่ใช่ การตัดสินใจ ลาออก ก็เป็นทางออกที่ควรทำ เพื่อไม่ให้ต้องเสียเวลาไปกับสิ่งที่ไม่ได้ทำให้เราก้าวหน้าไปสู่จุดหมายที่ฝันไว้ โดยเพื่อให้การตัดสินใจ ลาออก จากงานของเรานำไปสู่การเริ่มต้นที่ดีกว่าเดิมได้ย่างแท้จริง มีสิ่งสำคัญที่ต้อง Check List ตรวจสอบเตรียมพร้อมให้ดีก่อน ดังต่อไปนี้ 1.มีเงินสำรองเพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นการลาออกด้วยเหตุผลใด เราต้องมั่นใจเสียก่อนว่า เรามีเงินสำรองเพียงพออย่างน้อย 3-6 เดือน เพื่อใช้ดูแลค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้ โดยเฉพาะหากเรามีลูก มีครอบครัวที่ต้องดูแล มีภาระค่าใช้จ่าย เช่น ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ฯลฯ ต้องรับผิดชอบ ยิ่งต้องวางแผนการเงินก่อนลาออกให้รอบคอบชัดเจน ต้องดูว่ารายจ่ายจำเป็นของเรามีอะไรบ้างเป็นจำนวนเงินเท่าไรต่อเดือน และรายได้ประจำของเราหลังหักภาษีแล้วเป็นอย่างไรบ้าง เพียงพอหรือไม่ ตลอดจนตรวจสอบเรื่องกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนรวม และเงินสะสมอื่น ๆ ด้วยว่าเป็นอย่างไร มีเงื่อนไขอะไรบ้าง สามารถเบิกถอนได้หรือไม่ รวมถึงเรื่องของประกันสังคม ก็จำเป็นต้องศึกษาให้ดีก่อนลาออกด้วย เพราะการลาออก กับ ถูกให้ออก มีเงื่อนไขของผลประโยชน์ที่ได้รับแตกต่างกัน 2.ตรวจสอบสัญญาจ้างให้ดี ก่อนลาออกจากงานควรตรวจสอบสัญญาจ้างให้รอบครอบอีกครั้ง เพราะบางครั้งสัญญาจ้างของเราอาจมีระบุไว้ด้วยว่า “ห้ามทำงานกับคู่ค้าคู่แข่ง” [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/resign30/">Check List ก่อนลาออกจากงาน เพื่อทะยานสู่ชีวิตใหม่ที่มั่นคงกว่าเดิม</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ถ้าเลือกได้คงไม่มีใครอยาก<strong> ลาออก </strong>จากงาน แล้วต้องมาเสี่ยงเริ่มต้นใหม่กับการเดินทางที่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมั่นคงได้มากแค่ไหน แต่หากสุดท้ายเราพิจารณาแล้วอย่างมั่นใจว่างานที่ทำอยู่นั้นไม่ใช่ การตัดสินใจ <strong>ลาออก </strong>ก็เป็นทางออกที่ควรทำ เพื่อไม่ให้ต้องเสียเวลาไปกับสิ่งที่ไม่ได้ทำให้เราก้าวหน้าไปสู่จุดหมายที่ฝันไว้</p>
<p>โดยเพื่อให้การตัดสินใจ<strong> ลาออก</strong> จากงานของเรานำไปสู่การเริ่มต้นที่ดีกว่าเดิมได้ย่างแท้จริง มีสิ่งสำคัญที่ต้อง Check List ตรวจสอบเตรียมพร้อมให้ดีก่อน ดังต่อไปนี้</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>1.มีเงินสำรองเพียงพอ</strong></span></p>
<p>ไม่ว่าจะเป็นการ<strong>ลาออก</strong>ด้วยเหตุผลใด เราต้องมั่นใจเสียก่อนว่า เรามีเงินสำรองเพียงพออย่างน้อย 3-6 เดือน เพื่อใช้ดูแลค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้ โดยเฉพาะหากเรามีลูก มีครอบครัวที่ต้องดูแล มีภาระค่าใช้จ่าย เช่น ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ฯลฯ ต้องรับผิดชอบ ยิ่งต้องวางแผนการเงินก่อน<strong>ลาออก</strong>ให้รอบคอบชัดเจน ต้องดูว่ารายจ่ายจำเป็นของเรามีอะไรบ้างเป็นจำนวนเงินเท่าไรต่อเดือน และรายได้ประจำของเราหลังหักภาษีแล้วเป็นอย่างไรบ้าง เพียงพอหรือไม่</p>
<p>ตลอดจนตรวจสอบเรื่องกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนรวม และเงินสะสมอื่น ๆ ด้วยว่าเป็นอย่างไร มีเงื่อนไขอะไรบ้าง สามารถเบิกถอนได้หรือไม่ รวมถึงเรื่องของประกันสังคม ก็จำเป็นต้องศึกษาให้ดีก่อน<strong>ลาออก</strong>ด้วย เพราะการ<strong>ลาออก</strong> กับ ถูกให้ออก มีเงื่อนไขของผลประโยชน์ที่ได้รับแตกต่างกัน</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>2.ตรวจสอบสัญญาจ้างให้ดี</strong></span></p>
<p>ก่อน<strong>ลาออก</strong>จากงานควรตรวจสอบสัญญาจ้างให้รอบครอบอีกครั้ง เพราะบางครั้งสัญญาจ้างของเราอาจมีระบุไว้ด้วยว่า “ห้ามทำงานกับคู่ค้าคู่แข่ง” มีเงื่อนไขต่าง ๆ กำหนดเอาไว้ อาจเป็นเรื่องระยะเวลา 1-2 ปี ที่ห้ามไปสมัครทำงานที่ใหม่กับบริษัทที่เป็นคู่แข่งของบริษัทเดิม การสำรวจสัญญาจ้างก่อน<strong>ลาออก</strong> จะช่วยให้เราไม่พลาดทำผิดเงื่อนไขจนเกิดปัญหาตามมาภายหลัง และวางแผนการสมัครงานที่ใหม่ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม มากยิ่งขึ้น</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>3.อัพเดทเรซูเม่ในทุกช่องทางการสมัครงาน</strong></span></p>
<p>ไม่ว่าจะเป็น CV, Cover Letter หรือ ข้อมูลใน LinkedIn  และข้อมูลในช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ของเรา ควรได้รับการอัพเดทเพื่อให้พร้อมเปิดรับกับโอกาสในการสมัครงานที่ใหม่ ทั้งนี้ 1 CV ควรใช้สมัครงานเพียง 1 ตำแหน่งเท่านั้น ไม่ควรหว่านส่งไปทั่วหลายตำแหน่ง</p>
<p>ในขณะเดียวกันหากต้องการเพิ่มโอกาสได้งานที่ดีให้มากขึ้น ควรศึกษาตลาดงาน สำรวจเงินเดือนของตำแหน่งที่เราต้องการสมัครให้ดี พร้อมกับตรวจสอบดูว่าในตำแหน่งงานที่ตั้งเป้าไว้นั้น ต้องการทักษะอะไรบ้าง เพื่อให้เราเตรียมตัว เตรียมข้อมูลในการตอบคำถามสัมภาษณ์ได้อย่างเหมาะสม สำรวจตัวเองดูว่าสามารถ Transferable หรือโอนย้ายทักษะใดที่เรามี ไปสร้างประโยชน์ให้กับการทำงานในตำแหน่งนั้น ๆ ได้บ้าง พร้อมกับนำข้อมูลเหล่านี้ ไว้ใช้ในการเจรจาต่อรองผลตอบแทนด้วย</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>4.เตรียมช่องทางรายได้เสริมและการประหยัดค่าใช้จ่ายให้พร้อม</strong></span></p>
<p>สิ่งสำคัญที่เราต้องไม่ลืมคือ บางทีสิ่งที่ไม่คาดคิดก็สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ดังนั้นเมื่อตัดสินใจ<strong>ลาออก</strong> เราจึงควรวางแผนอนาคตเอาไว้ให้พร้อมที่สุด ไม่ควรคิดหวังพึ่งพารายได้เพียงแค่ทางเดียว ควรหาช่องทางรายได้เพิ่มทางอื่นด้วย เพราะเราก็ไม่รู้ว่าจะได้งานใหม่เมื่อไร หรือต้องออกจากงานอีกครั้งเมื่อไร</p>
<p>ในขณะเดียวกัน ก็ต้องประหยัดค่าใช้จ่ายด้วย โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดฝัน เช่น เกิดอุบัติเหตุ เจ็บป่วย โดยเฉพาะกับคนที่มีลูกเล็ก มีครอบครัว การคิดเผื่อวางแผนทำประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเอาไว้ให้ตัวเอง และคนที่รัก ก็ถือเป็นการสร้างความคุ้มครอง ที่ช่วยให้หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมาในระหว่างที่กำลังหางาน จะได้มีเงินสำรองใช้จ่ายไม่เกิดปัญหา</p>
<p>การตัดสินใจ<strong>ลาออก</strong>จากงาน ถือเป็นก้าวสำคัญของชีวิต เป็นจุดเปลี่ยนที่อาจพาเราไปสู่จุดที่ดีกว่า หรือแย่ลงกว่าเดิมก็ได้ ดังนั้น ยิ่งเราเตรียมความพร้อมได้ดีมากเท่าไร ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสให้ก้าวไปสู่จุดหมายที่ตั้งใจได้สำเร็จมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งขอเพียงแค่เราตัดสินใจอย่างมีสติ ไตร่ตรองด้วยความรอบคอบ และมีเหตุผล ไม่ใช้เพียงแค่อารมณ์ การ<strong>ลาออก</strong>จากงานก็จะไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว แต่เป็นเรื่องดีที่จะสร้างโอกาสให้ตัวเราเขยิบเข้าใกล้กับความสำเร็จได้มากขึ้นกว่าเดิม</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/resign30/">Check List ก่อนลาออกจากงาน เพื่อทะยานสู่ชีวิตใหม่ที่มั่นคงกว่าเดิม</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://panjitconsulting.com/resign30/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>5 สัญญาณเตือนคนทำงาน สู่การตัดสินใจลาออก</title>
		<link>https://panjitconsulting.com/resign09/</link>
					<comments>https://panjitconsulting.com/resign09/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Aumnuay]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Sep 2021 09:12:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[การทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ยื่นใบลาออก]]></category>
		<category><![CDATA[ลาออก]]></category>
		<category><![CDATA[สัญญาณเตือน]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพในฝัน]]></category>
		<category><![CDATA[ใบลาออก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://panjit.co/?p=927</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลสำรวจจากงานวิจัยพบว่า 85% ของพนักงานไม่ได้ชอบและไม่ได้มีความสุขกับงานที่ทำอยู่ หรือตกอยู่ในสภาวะที่เรียกกันว่า “Disengagement” คือรู้สึกไม่มีคุณค่า ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งกับองค์กร แต่อย่างไรก็ตามตัวเลขสถิติดังกล่าวก็ใช่ว่าจะใช้ได้กับทุกคนทุกองค์กรเสมอไป เพราะก็ยังมีอีกหลายบริษัท ที่พนักงานรู้สึกมีความสุขกับงานที่ทำอยู่ มี Engagement Score สูงกว่า 80% ซึ่งหมายความว่า 8 ใน 10 คนขององค์กรนั้น รู้สึก Happy กับการทำงาน แล้วอะไรกันล่ะที่จะช่วยบอกได้ว่า เรามีความสุขกับงานที่ทำจริง ๆ 5 สัญญาณเตือนจากนี้ไป จะช่วยให้เราทบทวนตัวเองได้ชัดเจนขึ้นว่า ถึงเวลาหรือยังที่เราต้อง “ยื่นใบลาออก” 1.เราบ่น นินทา หัวหน้าและบริษัทเป็นประจำ หากทุก ๆ วันของเราคือ การบ่น เม้าท์ ให้แฟน เพื่อน ๆ พ่อแม่ และคนในครอบครัวฟัง ถึงความน่าเบื่อหน่ายที่มีต่อหัวหน้างาน ความไม่มีความสุขต่องานที่ทำ หรือต่อบริษัท นี่คือสัญญาณเตือนภัยแรกที่สะกิดใจเราได้ดีว่า เราอาจไม่ไหวกับงานและองค์กรนี้อีกแล้ว 2.รู้สึกไม่อยากไปทำงาน หากสำรวจตัวเองแล้วพบว่า แต่ละวันคือการทำงานเพื่อเฝ้ารอคอยวันหยุด เมื่อไรจะถึงวันหยุดสักที รวมถึงมีอาการ Sunday [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/resign09/">5 สัญญาณเตือนคนทำงาน สู่การตัดสินใจลาออก</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ผลสำรวจจากงานวิจัยพบว่า </span><span style="font-weight: 400;">85% </span><span style="font-weight: 400;">ของพนักงานไม่ได้ชอบและไม่ได้มีความสุขกับงานที่ทำอยู่ หรือตกอยู่ในสภาวะที่เรียกกันว่า “</span><span style="font-weight: 400;">Disengagement</span><span style="font-weight: 400;">” คือรู้สึกไม่มีคุณค่า ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งกับองค์กร แต่อย่างไรก็ตามตัวเลขสถิติดังกล่าวก็ใช่ว่าจะใช้ได้กับทุกคนทุกองค์กรเสมอไป </span><span style="font-weight: 400;">เพราะก็ยังมีอีกหลายบริษัท ที่พนักงานรู้สึกมีความสุขกับงานที่ทำอยู่ มี </span><span style="font-weight: 400;">Engagement Score </span><span style="font-weight: 400;">สูงกว่า </span><span style="font-weight: 400;">80%</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งหมายความว่า </span><span style="font-weight: 400;">8 </span><span style="font-weight: 400;">ใน </span><span style="font-weight: 400;">10 </span><span style="font-weight: 400;">คนขององค์กรนั้น รู้สึก </span><span style="font-weight: 400;">Happy </span><span style="font-weight: 400;">กับการทำงาน </span><span style="font-weight: 400;">แล้วอะไรกันล่ะที่จะช่วยบอกได้ว่า เรามีความสุขกับงานที่ทำจริง ๆ </span><span style="font-weight: 400;">5 </span><span style="font-weight: 400;">สัญญาณเตือนจากนี้ไป จะช่วยให้เราทบทวนตัวเองได้ชัดเจนขึ้นว่า ถึงเวลาหรือยังที่เราต้อง “ยื่นใบ<strong>ลาออก</strong>”</span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><b>1.เราบ่น นินทา หัวหน้าและบริษัทเป็นประจำ</b></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากทุก ๆ วันของเราคือ การบ่น เม้าท์ ให้แฟน เพื่อน ๆ พ่อแม่ และคนในครอบครัวฟัง ถึงความน่าเบื่อหน่ายที่มีต่อหัวหน้างาน ความไม่มีความสุขต่องานที่ทำ หรือต่อบริษัท นี่คือสัญญาณเตือนภัยแรกที่สะกิดใจเราได้ดีว่า เราอาจไม่ไหวกับงานและองค์กรนี้อีกแล้ว</span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><b>2.รู้สึกไม่อยากไปทำงาน</b></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากสำรวจตัวเองแล้วพบว่า แต่ละวันคือการทำงานเพื่อเฝ้ารอคอยวันหยุด เมื่อไรจะถึงวันหยุดสักที รวมถึงมีอาการ </span><span style="font-weight: 400;">Sunday Night Anxiety</span> <span style="font-weight: 400;">หรือ เกิดความกลัว ความเครียด เมื่อถึงคืนวันอาทิตย์ เพราะรู้สึกว่าพรุ่งนี้วันจันทร์ ไม่อยากไปทำงานเลย อาการเหล่านี้เป็นตัวบ่งบอกได้ดีเลยว่า เรากำลังฝืนทำในงานที่ไม่ใช่ ไม่เหมาะกับเรา</span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><b>3.เครียดได้ง่ายกว่าปกติ</b></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ร่างกายของเราสัมพันธ์กับสภาวะจิตใจเสมอ ซึ่งเมื่อฝืนทำในงานที่ไม่ชอบ ฝืนอยู่ในบริษัทที่ไม่ใช่ ร่างกายก็จะรับรู้และเกิดความเครียดได้ง่าย รู้สึกปวดหัว ปวดท้อง ไมเกรนขึ้น หรือบางกรณีก็เป็นกรดไหลย้อน ฯลฯ หากพบว่าร่างกายป่วยบ่อย ไม่สบายง่าย นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนให้รู้ว่า จิตใจเรากำลังอยู่ในสภาวะย่ำแย่จากการทำงานที่ไม่มีความสุข</span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><b>4.รู้สึกตัวเองไม่มีค่า</b></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากทำงานแล้วรู้สึกว่า เราไม่ได้ใช้ความสามารถของตัวเองเลย รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นอากาศ ไม่มีตัวตน ไม่มีอะไรดี ก็อาจแสดงได้ว่าเราไม่ได้อยู่ในที่ที่ทำให้เรามีแรงบันดาลใจในการทำงานได้ แต่อย่างไรก็ตาม การจะบอกว่า “ไม่มีอะไรดีเลย” ก็ต้องพิจารณาจากผลงาน จากฟีดแบคเพื่อนร่วมงานและหัวหน้าด้วย อย่าเหมาไปเองเด็ดขาด</span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><b>5.ไม่เห็นหนทางเติบโตไปต่อ</b></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากงานที่ทำอยู่ บริษัทที่สังกัดอยู่ ทำให้เรารู้สึกมองไม่เห็นโอกาสเติบโต ไม่เห็นโอกาสก้าวหน้า และมองเห็นเพียงแต่การลดปริมาณพนักงานลงเรื่อย ๆ จนเรารู้สึกไม่มั่นคงว่า ครั้งต่อไปจะเป็นเราหรือเปล่าที่ถูกให้ออก ความรู้สึกที่ว่านี้เป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนเราได้ดีว่า การฝืนอยู่ต่อไปไม่น่าจะใช่ทางออกที่ดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">5 </span><span style="font-weight: 400;">สัญญาณเตือนที่กล่าวมานี้ ช่วยให้เรารู้สึกตัวเองได้ดีว่า งานที่ทำอยู่ องค์กรที่สังกัดอยู่ อาจไม่ใช่ที่สำหรับเรา และเราควรตัดสินใจบอกลา เพื่อพาตัวเองไปสู่ในที่ที่ดีกว่า แต่อย่างไรก็ตาม การที่เราจะตัดสินใจ<strong>ลาออก</strong>นั้น ต้องไม่ใช่ด้วยเหตุผลว่า “เราไม่ชอบคน” เพราะเราหนีคนไม่พ้น ไปที่ใหม่ก็ยังต้องทำงานกับคนอยู่ดี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งก็มีความเสี่ยงเจอคนแบบเดิมที่เราไม่ชอบแน่ ๆ หรือต้องไม่ใช่เหตุผลว่า “เพราะเราขี้เกียจ” เนื่องจากไม่ว่าจะทำงานใด ทำที่ใด เราก็ต้องขยันและรับผิดชอบทุ่มเทต่องานทั้งสิ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในงาน ๆ หนึ่งที่เรารักมาก ๆ ที่เรารู้สึกว่านี่แหละเป็นงานที่ใช่สำหรับเรา บางทีก็มาพร้อมกับกิจกรรมบางอย่างที่เราไม่ชอบ เช่น อาชีพครู ชอบสอน ชอบเห็นนักเรียนมีความสุข เติบโตก้าวหน้าประสบความสำเร็จ แต่ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเจอกับนักเรียนเกเร ขี้เกียจ โกหก ความประพฤติไม่ดี ฯลฯ ให้ต้องหงุดหงิดท้อแท้ได้เช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้เอง ไม่ว่าอย่างไร เราทุกคนจึงจำเป็นต้องสู้ ต้องอดทน มีระเบียบวินัย เหนื่อยได้ ท้อแท้ได้ แต่ต้องไม่ยอมแพ้ เพราะเมื่อใดที่เราอ่อนแอ เราก็จะไม่สามารถพาตัวเองก้าวไปสู่ความสำเร็จที่เป็นความสุขและเป็นเส้นชัยในฝันของเราได้เลย</span></p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/resign09/">5 สัญญาณเตือนคนทำงาน สู่การตัดสินใจลาออก</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://panjitconsulting.com/resign09/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>5 พฤติกรรมที่หัวหน้าไม่ควรทำกับลูกน้อง</title>
		<link>https://panjitconsulting.com/boss14/</link>
					<comments>https://panjitconsulting.com/boss14/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Aumnuay]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 16 Aug 2021 08:26:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[การทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ลูกน้อง]]></category>
		<category><![CDATA[หัวหน้า]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://panjit.co/?p=327</guid>

					<description><![CDATA[<p>หัวหน้า คืออาชีพของการบริหารคน ที่ต้องบริหารให้ทุกคนในทีมทำผลงานบรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งถ้าเราเข้าใจธรรมชาติของความเป็นมนุษย์ ก็จะทำได้ดี เป็นผู้นำที่ได้ทั้งใจคนและได้ผลของงานที่ดีด้วย แต่อย่างไรก็ตามยังคงมี หัวหน้าหลาย ๆ คน ที่เผลอน้อยใจว่า ทำไมลูกน้องของตนเองนั้นไม่มีความคิดสร้างสรรค์ ขี้เกียจ ไม่มีพลัง ไม่เปิดใจ ถามคำตอบคำ จนทำให้ยอดขายตก คู่แข่งแซงหนีไปลิ่ว ฯลฯ ซึ่งสาเหตุอาจไม่ได้มาจากลูกน้องโดยตรง แต่เป็นผลมาจากตัว หัวหน้า เองที่อาจมีพฤติกรรมไม่ดีที่ทำลายประสิทธิภาพการทำงานของลูกน้องได้ โดย 5 พฤติกรรมที่เราอาจเผลอทำบ่อย ๆ แต่แท้จริงแล้วเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำกับลูกน้อง ได้แก่ 1.พูดจาแนะนำ สอนสั่ง โดยไม่ให้เกียรติ “โชคดีแค่ไหนแล้วที่ยังมีงานให้ทำในช่วงวิกฤตแบบนี้”, “พี่ขอร้องเถอะนะ ไม่ต้องคิดที่จะทำอะไรเองเลย พี่เป็นหัวหน้า แค่ทำตามที่พี่สั่งก็พอ เข้าใจไหม โอเค้” ฯลฯ ลักษณะคำพูดทำนองนี้ถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรทำ เพราะลูกน้องของเราก็เป็นผู้ใหญ่ เป็นเพื่อนร่วมงานของเรา ซึ่งการสอนผู้ใหญ่จะไม่เหมือนกับการสอนลูก สอนเด็ก คนทำงานทุกคนมีประสบการณ์การทำงานมาก่อนไม่มากก็น้อย พวกเขาต้องการแรงจูงใจ ต้องการประโยชน์ที่จะได้รับจากการทำตามที่เราแนะนำ  What’s in it for me? ลูกน้องทุกคนต้องการความเคารพ การให้เกียรติ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/boss14/">5 พฤติกรรมที่หัวหน้าไม่ควรทำกับลูกน้อง</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>หัวหน้า </strong>คืออาชีพของการบริหารคน ที่ต้องบริหารให้ทุกคนในทีมทำผลงานบรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งถ้าเราเข้าใจธรรมชาติของความเป็นมนุษย์ ก็จะทำได้ดี เป็นผู้นำที่ได้ทั้งใจคนและได้ผลของงานที่ดีด้วย แต่อย่างไรก็ตามยังคงมี<strong> หัวหน้า</strong>หลาย ๆ คน ที่เผลอน้อยใจว่า ทำไมลูกน้องของตนเองนั้นไม่มีความคิดสร้างสรรค์ ขี้เกียจ ไม่มีพลัง ไม่เปิดใจ ถามคำตอบคำ จนทำให้ยอดขายตก คู่แข่งแซงหนีไปลิ่ว ฯลฯ</p>
<p>ซึ่งสาเหตุอาจไม่ได้มาจากลูกน้องโดยตรง แต่เป็นผลมาจากตัว <strong>หัวหน้า</strong> เองที่อาจมีพฤติกรรมไม่ดีที่ทำลายประสิทธิภาพการทำงานของลูกน้องได้ โดย 5 พฤติกรรมที่เราอาจเผลอทำบ่อย ๆ แต่แท้จริงแล้วเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำกับลูกน้อง ได้แก่</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>1.พูดจาแนะนำ สอนสั่ง โดยไม่ให้เกียรติ</strong></span></p>
<p>“โชคดีแค่ไหนแล้วที่ยังมีงานให้ทำในช่วงวิกฤตแบบนี้”, “พี่ขอร้องเถอะนะ ไม่ต้องคิดที่จะทำอะไรเองเลย พี่เป็น<strong>หัวหน้า </strong>แค่ทำตามที่พี่สั่งก็พอ เข้าใจไหม โอเค้” ฯลฯ ลักษณะคำพูดทำนองนี้ถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรทำ เพราะลูกน้องของเราก็เป็นผู้ใหญ่ เป็นเพื่อนร่วมงานของเรา</p>
<p>ซึ่งการสอนผู้ใหญ่จะไม่เหมือนกับการสอนลูก สอนเด็ก คนทำงานทุกคนมีประสบการณ์การทำงานมาก่อนไม่มากก็น้อย พวกเขาต้องการแรงจูงใจ ต้องการประโยชน์ที่จะได้รับจากการทำตามที่เราแนะนำ  What’s in it for me? ลูกน้องทุกคนต้องการความเคารพ การให้เกียรติ เช่นเดียวกันกับเรา ซึ่งไม่ใช่ไปยกมือไหว้ หรือยกยอปอปั้นเขา แต่เป็นการให้เกียรติในมุมมองการทำงานของเขา และประสบการณ์การทำงานของเขา</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>2.ตำหนิลูกน้องต่อหน้าเพื่อนร่วมงานคนอื่น</strong></span></p>
<p>“ทำไมคุณถึงมีปัญหาอยู่คนเดียว คนอื่นเขาไม่เห็นมีปัญหาแบบนี้เลย”, “คุณอยากได้นู่นได้นี่ แต่ผลงานไม่เห็นเคยมีปรากฎเหมือนคนอื่นเลยนะ สักแต่พูดแต่คุณไม่เคยทำได้เลย” ฯลฯ ถ้อยคำตำหนิต่อว่าลูกน้องทำนองนี้ต่อหน้าเพื่อนร่วมงานและลูกน้องคนอื่น ๆ รวมถึงการเปรียบเทียบว่า คนหนึ่งดีแต่อีกคนไม่ดี เป็นการทำให้คนเสียหน้า เสียใจ เสียความรู้สึก</p>
<p>ซึ่งเป็นสิ่งที่<strong>หัวหน้า</strong>ไม่ควรทำอย่างยิ่ง คำแนะนำในการปรับเปลี่ยนคือควรเรียกลูกน้องเข้ามาพูดคุยเป็นการส่วนตัว แล้วพูดถึงพฤติกรรมที่เฉพาะเจาะจงของเขาไปเลยว่าทำอะไรผิดพลาด เราอยากให้เขาปรับปรุงแก้ไขอย่างไร เช่น คุณมาสาย 2 ครั้งสัปดาห์นี้ 8.30 น. และ 9.45 น. ในขณะที่ต้องเข้างาน 8.00 น. ตรง ผมขอให้มาทำงานให้ตรงเวลานะ แล้วเริ่มประชุมตอน 8.15 น. ตามที่เคยตกลงไว้ คุณเป็นคนสำคัญที่จะใส่ความคิดสร้างสรรค์ให้กับทีมงาน คุณทำได้ไหม คิดเห็นอย่างไร</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>3.ปิดกั้นความคิดเห็นและไอเดียของลูกน้อง</strong></span></p>
<p>หลายครั้ง<strong>หัวหน้า</strong>หลาย ๆ คนก็มักชอบพูดทำนองว่า “ไอ้ที่เสนอมามันก็ดีนะ แต่ว่าก็ลองกันมาหมดแล้ว มันไม่เวิร์ค อย่าเสียเวลาเลย” ฯลฯ ประโยคแบบนี้เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่<strong>หัวหน้า</strong>ต้องหยุดพูด  เพราะหน้าที่ของ<strong>หัวหน้า</strong>ที่ดีคือ ต้องพยายามสร้างสรรค์ให้ลูกน้องกล้าพูด กล้านำเสนอ “Encourage People to bring their brain to work.”</p>
<p>ต้องสนับสนุนให้ทุกคนใช้สมองในการทำงาน ไม่ใช่<strong>หัวหน้า</strong>เก็บเอาไว้คิดคนเดียว ทำทุกอย่างคนเดียว เอา Task List เอางานกลับไปทำที่บ้านคนเดียวจนเหนื่อยท้อ <strong>หัวหน้า</strong>ที่ดีจะต้องสนับสนุนให้ทุกคนทำงาน เพื่อให้เขาเติบโต เพราะเขาเองก็สามารถทำได้ดี และอยากทำให้ดีที่สุดในอาชีพของเขาด้วยเหมือนกัน</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>4.ทำให้ความผิดของพนักงานส่วนน้อย กระทบกับบรรยากาศการทำงานโดยภาพรวม</strong></span></p>
<p>เช่นในกรณีแค่เรื่องมาสายของลูกน้องคนเดียว แต่เราโกรธมาก เพราะรู้สึกว่าเขาไม่รับผิดชอบ เห็นแก่ตัว จึงออกคำสั่งกับลูกน้องทุกคนว่า “การมาสายเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ต่อไปนี้ทุกคนต้องมาทำงานให้ตรงเวลา ไม่เช่นนั้นจะถูกลงโทษอย่างรุนแรง” พร้อมกับส่งอีเมลกำชับให้ทราบโดยทั่วกัน การกระทำลักษณะนี้ของ<strong>หัวหน้า</strong> ถือเป็นการเอาความผิดเล็ก ๆ ของคน ๆ เดียวมาเหมารวมทุกคน ทำให้เป็นเรื่องใหญ่ เอาความผิดของคน 1 คนมาทำลายขวัญ กำลังใจ และบรรยากาศในการทำงานจนหมดสิ้น</p>
<p>ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดีกับลูกน้องทุกคนเป็นวงกว้าง เวลาที่เราต้องการจะปลุกใจคน ดึงพลังของคนขึ้นมา บรรยากาศถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เราบังคับให้ม้ากินน้ำไม่ได้ แต่เราจูงม้าไปที่แม่น้ำ และสร้างบรรยากาศให้ม้าอยากกินน้ำได้ ด้วยการทำให้เห็นม้าตัวอื่นกินน้ำ กินน้ำแล้วมีความสุข จนเกิดความอยากกินตามไปด้วย เพราะฉะนั้น หน้าที่ของ<strong>หัวหน้า</strong>จึงต้องพึงระวังคำพูด รวมถึงท่าทางและน้ำเสียงของตัวเอง เพื่อรักษาบรรยากาศที่ดีในการทำงานเอาไว้ให้ได้ รักษาขวัญและกำลังใจของลูกน้องเอาไว้ให้ได้</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>5.กล่าวคำชมเชยแบบไม่เฉพาะเจาะจง</strong></span></p>
<p>บางครั้ง<strong>หัวหน้า</strong>ก็อยากสวมบทบาทเป็นนางฟ้าที่คอยชื่นชมให้กำลังใจพนักงาน แต่คำชมของเราบางทีก็กว้างเกินไป ไม่เฉพาะเจาะจง จนบางครั้งลูกน้องรู้สึกว่า “<strong>หัวหน้า</strong>เสแสร้ง” เช่น Oh! Nice job everybody, today you did a good job. “วันนี้ทุกคนทำดีมาก โอ้ ประเสริฐ ยอดเยี่ยม” คำชมทำนองนี้มีลักษณะกว้างเกินไป ควรปรับให้มีความเฉพาะเจาะจงลงไปเลย เช่น วันนี้ตอนที่น้องแก้ปัญหาให้ลูกค้า น้องใช้เทคนิคการแก้ปัญหาที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ตรงประเด็น น้องใช้น้ำเสียงไพเราะ ยิ้มแย้มแจ่มใส พี่ขอบคุณมากนะคะ เป็นต้น</p>
<p>การกล่าวคำชมแบบเฉพาะเจาะจงพฤติกรรม จะทำให้เกิดการทำซ้ำแล้วซ้ำอีกในวิธีการทำงานที่ถูกต้อง ซึ่งส่งผลดีต่อประสิทธิภาพในการทำงานมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ เวลาที่<strong>หัวหน้า</strong>สั่งงาน ก็ควรสั่งให้ชัดเจน เพราะบางทีเราก็โมโหเพราะความไม่ชัดเจนของเราเอง เช่น ส่งงานพี่พรุ่งนี้เช้านะทุกคน พรุ่งนี้เช้าต้องได้งานทันที แต่คำว่าพรุ่งนี้เช้าก็ไม่ชัดเจนว่าคือกี่โมง พอ 9 โมงเช้าไม่มีใครมาส่งงานที่โต๊ะเราก็หงุดหงิดโมโห ทั้งที่จริง ๆ แล้ว 10 โมง หรือ 11 โมง ก็ยังถือว่าเช้าได้อยู่ ดังนั้น ในการสั่งงานของ<strong>หัวหน้า</strong> จึงควรระบุให้ชัดเจนเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาด เช่น ส่งงานพร้อมกันที่โต๊ะพรุ่งนี้เช้า ก่อน 8.00 น. เป็นต้น</p>
<p>ลูกน้องจะทำงานได้ดีแค่ไหน ดึงเอาศักยภาพของตัวเองออกมาสร้างผลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด <strong>หัวหน้า</strong>ถือเป็นบุคคลที่มีความสำคัญอย่างมาก โดยเป็นได้ทั้งคนที่คอยส่งเสริมและคอยบั่นทอนในเวลาเดียวกัน ขึ้นอยู่กับว่าดูแล แนะนำ และปฏิบัติต่อลูกน้องอย่างเหมาะสมหรือไม่ ดังนั้น ในทุก ๆ สถานการณ์ของการทำงาน <strong>หัวหน้า</strong>จึงมีหน้าที่เสริมสร้างพลังให้กับทีมลูกน้องทุกคน โดยต้องคอยหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่ดีที่จะส่งผลเสียบั่นทอนไฟและกำลังใจในการทำงานของลูกน้องให้ได้มากที่สุด</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/boss14/">5 พฤติกรรมที่หัวหน้าไม่ควรทำกับลูกน้อง</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://panjitconsulting.com/boss14/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Motivate ตัวเองอย่างไร ให้ Work From Home อย่างมีไฟไม่ขี้เกียจ</title>
		<link>https://panjitconsulting.com/workfromhome16/</link>
					<comments>https://panjitconsulting.com/workfromhome16/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Aumnuay]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 16 Aug 2021 08:19:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Motivate]]></category>
		<category><![CDATA[Work From Home]]></category>
		<category><![CDATA[การทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ขี้เกียจ]]></category>
		<category><![CDATA[แรงจูงใจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://panjit.co/?p=336</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากไร้แล้วซึ่งพลังใจ ไม่มีไฟในการทำงาน ก็เป็นเรื่องยากที่จะดึงเอาศักยภาพของตัวเองออกมาสร้างผลงานได้อย่างเข้าตาโดดเด่นจนประสบความสำเร็จ แต่ในสถานการณ์วิกฤตที่ต้องทำงานในห้องแคบ ๆ แบบ Work From Home จากบ้าน ก็มักพาให้หมดไฟ รู้สึกขี้เกียจ ไม่มีแรงอยากทำอะไรเลย ซึ่งใครก็ตามที่เกิดความรู้สึกเช่นนี้ขึ้น ควรรีบหันกลับมาจัดการตัวเอง ห้ามปล่อยความรู้สึกหมดแรงนี้ให้เรื้อรังต่อไปเด็ดขาด เพราะอาจทำลายประสิทธิภาพในการทำงานและความสุขในชีวิตของเราได้ เมื่อพูดถึงเรื่องของไฟในการทำงาน ความกระฉับกระเฉง กระปรี้กระเปร่า ในสมองของคนเราจะมีสารเคมีชนิดหนึ่งชื่อว่า “โดพามีน” (Dopamine) คอยอยู่เบื้องหลังพลังใจและความหลงใหลในการทำทุกสิ่งที่เป็นเป้าหมาย (Passion) เหมือนเวลาที่คนเรามีความรัก หรือเล่นเกมตู้หยอดเหรียญ ความรู้สึกตื่นเต้นทั้งหลายนั้น ก็เกิดขึ้นมาจากการที่ร่างกายหลั่งฮอร์โมนโดพามีนออกมาในปริมาณที่สูงกว่าปกตินั่นเอง การจะทำให้เรามีแรงจูงใจ มีไฟในการทำงาน ไม่รู้สึกขี้เกียจกับการทำงานแบบ Work From Home สิ่งสำคัญคือจะต้องเข้าใจเรื่อง “วงจรการสร้างแรงจูงใจของคน” เสียก่อน ซึ่งจะแบ่งเป็น 3 ขั้นตอนง่าย ๆ เริ่มต้นจาก ลงมือทำ (Action) แล้วตามด้วย ให้รางวัล (Reward) แล้วจึงก่อเกิดเป็น แรงจูงใจ (Motivation) ในการสร้างวงจรแรงจูงใจไม่ว่าจะเรื่องใดก็แล้วแต่ เราจำเป็นต้องกำหนดรางวัลให้กับตัวเอง โดยต้องเลือกเป็นสิ่งที่เราชอบ เพราะรางวัลนี้จะส่งผลต่อการสร้างโดพามีนให้มีเกิดขึ้นในร่างกาย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/workfromhome16/">Motivate ตัวเองอย่างไร ให้ Work From Home อย่างมีไฟไม่ขี้เกียจ</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หากไร้แล้วซึ่งพลังใจ ไม่มีไฟในการทำงาน ก็เป็นเรื่องยากที่จะดึงเอาศักยภาพของตัวเองออกมาสร้างผลงานได้อย่างเข้าตาโดดเด่นจนประสบความสำเร็จ แต่ในสถานการณ์วิกฤตที่ต้องทำงานในห้องแคบ ๆ แบบ <strong>Work From Home</strong> จากบ้าน ก็มักพาให้หมดไฟ รู้สึกขี้เกียจ ไม่มีแรงอยากทำอะไรเลย</p>
<p>ซึ่งใครก็ตามที่เกิดความรู้สึกเช่นนี้ขึ้น ควรรีบหันกลับมาจัดการตัวเอง ห้ามปล่อยความรู้สึกหมดแรงนี้ให้เรื้อรังต่อไปเด็ดขาด เพราะอาจทำลายประสิทธิภาพในการทำงานและความสุขในชีวิตของเราได้</p>
<p>เมื่อพูดถึงเรื่องของไฟในการทำงาน ความกระฉับกระเฉง กระปรี้กระเปร่า ในสมองของคนเราจะมีสารเคมีชนิดหนึ่งชื่อว่า “โดพามีน” (Dopamine) คอยอยู่เบื้องหลังพลังใจและความหลงใหลในการทำทุกสิ่งที่เป็นเป้าหมาย (Passion) เหมือนเวลาที่คนเรามีความรัก หรือเล่นเกมตู้หยอดเหรียญ ความรู้สึกตื่นเต้นทั้งหลายนั้น ก็เกิดขึ้นมาจากการที่ร่างกายหลั่งฮอร์โมนโดพามีนออกมาในปริมาณที่สูงกว่าปกตินั่นเอง</p>
<p>การจะทำให้เรามีแรงจูงใจ มีไฟในการทำงาน ไม่รู้สึกขี้เกียจกับการทำงานแบบ <strong>Work From Home</strong> สิ่งสำคัญคือจะต้องเข้าใจเรื่อง “วงจรการสร้างแรงจูงใจของคน” เสียก่อน ซึ่งจะแบ่งเป็น 3 ขั้นตอนง่าย ๆ เริ่มต้นจาก ลงมือทำ (Action) แล้วตามด้วย ให้รางวัล (Reward) แล้วจึงก่อเกิดเป็น แรงจูงใจ (Motivation)</p>
<p>ในการสร้างวงจรแรงจูงใจไม่ว่าจะเรื่องใดก็แล้วแต่ เราจำเป็นต้องกำหนดรางวัลให้กับตัวเอง โดยต้องเลือกเป็นสิ่งที่เราชอบ เพราะรางวัลนี้จะส่งผลต่อการสร้างโดพามีนให้มีเกิดขึ้นในร่างกาย ทำให้เรามีความสุข ตื่นเต้น ไม่รู้สึกขี้เกียจ</p>
<p>ซึ่งเมื่อลงมือทำแล้วได้รับรางวัลที่กำหนดไว้ เราก็จะมีแรงจูงใจในการทำสิ่งนั้นต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ได้รับรางวัลที่ต้องการ เช่น กำหนดให้ตัวเองทำงานให้เสร็จ เขียนอีเมลให้เสร็จ 3 ชิ้น แล้วจะได้ดูซีรี่ย์ที่ชอบ เป็นต้น</p>
<p>ทั้งนี้ ในการทำงานแบบ <strong>Work From Home</strong> ควรหลีกเลี่ยงการทำงานบนเตียง เพราะเป็นสภาพแวดล้อมที่ยากจะกระตุ้นความรู้สึกอยากทำงาน โดยแม้ห้องของเราจะเล็ก มีแค่เตียงกับห้องน้ำ ก็ควรจัดเตรียมสถานที่สำหรับการทำงานไว้โดยเฉพาะ เพื่อสร้างพลังในการทำงานให้ได้มากขึ้น</p>
<p>คนเก่ง ๆ ที่ประสบความสำเร็จ จะมีไฟ จะพลังแรงจูงใจในการทำงานเสมอ แม้จะอยู่ในสถานการณ์ต้อง <strong>Work From Home</strong> หรือสถานการณ์บั่นทอนกำลังใจใด ๆ ก็ตาม แต่ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่เคยเบื่อ ไม่เคยขี้เกียจ</p>
<p>แต่เป็นเพราะเขากำหนดนิสัย สร้างกิจวัตรประจำวันเอาไว้ ด้วยการวงจรแรงจูงใจในการทำงาน โดยกฎทองของความสำเร็จ กฎทองของการสร้างแรงจูงใจที่สำคัญที่สุด ภายหลังจากที่เรากำหนดรางวัลให้ตัวเองแล้ว นั่นก็คือ “การลงมือทำ” เพราะทุกงาน ทุกเป้าหมายจะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อเราได้เริ่มต้นลงมือทำ และทำอย่างต่อเนื่องเท่านั้น</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/workfromhome16/">Motivate ตัวเองอย่างไร ให้ Work From Home อย่างมีไฟไม่ขี้เกียจ</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://panjitconsulting.com/workfromhome16/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำอย่างไร เมื่อต้องทำงานที่ไม่ชอบ</title>
		<link>https://panjitconsulting.com/work/</link>
					<comments>https://panjitconsulting.com/work/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Aumnuay]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 31 Jul 2021 12:10:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[การทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ฟรีแลนซ์]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพที่รัก]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://panjit.co/?p=195</guid>

					<description><![CDATA[<p>บ่อยครั้งในชีวิต การทำงาน มักมีจังหวะที่เรารู้สึก ไม่ชอบงานที่ทำอยู่ หรือเกิดความรู้สึกว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นไม่ใช่งานที่ใช่ ยิ่งในช่วงสถานการณ์โควิดแพร่ระบาดอย่างหนักแบบในปัจจุบัน ก็ยิ่งเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่กดดันให้ การทำงาน มีการเปลี่ยนแปลงและมีปัญหามากขึ้น จนพาลให้รู้สึกไม่ชอบได้ง่าย ๆ ทั้งนี้ วิธีการรับมือเมื่อเกิดความรู้สึกไม่ชอบงานที่ทำ สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วย 3 ขั้นตอน ดังนี้ 1.ตอบคำถามตัวเองด้วยความจริงใจ ทันทีที่รู้สึกว่ากำลังไม่ชอบงานที่ทำ เราต้องถามตัวเองให้ชัดเจน 3 ข้อ โดยเริ่มจากข้อแรก คือ เราไม่ชอบอะไรในงานที่ทำ List ออกมาให้ชัด ในขณะเดียวกันก็พิจารณาถึงสิ่งที่ชอบทำด้วยว่ามีอะไรบ้าง เพราะ ในหน้าที่ที่รับผิดชอบ อาจมีสิ่งที่ไม่ชอบ 2-3 อย่าง แต่มีสิ่งที่ชอบทำมากกว่าก็ได้ แล้วนำเอาคำตอบที่ได้ไปปรึกษาหัวหน้าว่าปรับเปลี่ยนอะไรได้หรือไม่ ข้อสองต้องถามตัวเองว่า ที่รู้สึกไม่ชอบนั้น เราไม่ชอบงาน หรือไม่ชอบคนที่ทำงานด้วยกันแน่ โดยถ้าเราหนีคน ยังไงก็หนีไม่พ้น เพราะคนที่เป็นพิษ มีอยู่ทุกที่ ดังนั้น เมื่อเปลี่ยนหนีคนอื่น เปลี่ยนคนอื่นไม่ได้ เราก็ควรหันกลับมาเปลี่ยนตัวเองแทน และข้อสุดท้าย ต้องถามตัวเองว่า เราไม่ชอบงาน หรือไม่ชอบรูปแบบของงาน เช่นบางคนไม่ชอบงานเข้า 8 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/work/">ทำอย่างไร เมื่อต้องทำงานที่ไม่ชอบ</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>บ่อยครั้งในชีวิต <strong>การทำงาน</strong> มักมีจังหวะที่เรารู้สึก ไม่ชอบงานที่ทำอยู่ หรือเกิดความรู้สึกว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นไม่ใช่งานที่ใช่ ยิ่งในช่วงสถานการณ์โควิดแพร่ระบาดอย่างหนักแบบในปัจจุบัน ก็ยิ่งเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่กดดันให้ <strong>การทำงาน </strong>มีการเปลี่ยนแปลงและมีปัญหามากขึ้น จนพาลให้รู้สึกไม่ชอบได้ง่าย ๆ ทั้งนี้ วิธีการรับมือเมื่อเกิดความรู้สึกไม่ชอบงานที่ทำ สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วย 3 ขั้นตอน ดังนี้</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>1.ตอบคำถามตัวเองด้วยความจริงใจ</strong></span></p>
<p>ทันทีที่รู้สึกว่ากำลังไม่ชอบงานที่ทำ เราต้องถามตัวเองให้ชัดเจน 3 ข้อ โดยเริ่มจากข้อแรก คือ เราไม่ชอบอะไรในงานที่ทำ List ออกมาให้ชัด ในขณะเดียวกันก็พิจารณาถึงสิ่งที่ชอบทำด้วยว่ามีอะไรบ้าง เพราะ ในหน้าที่ที่รับผิดชอบ อาจมีสิ่งที่ไม่ชอบ 2-3 อย่าง แต่มีสิ่งที่ชอบทำมากกว่าก็ได้ แล้วนำเอาคำตอบที่ได้ไปปรึกษาหัวหน้าว่าปรับเปลี่ยนอะไรได้หรือไม่ ข้อสองต้องถามตัวเองว่า ที่รู้สึกไม่ชอบนั้น เราไม่ชอบงาน หรือไม่ชอบคนที่ทำงานด้วยกันแน่</p>
<p>โดยถ้าเราหนีคน ยังไงก็หนีไม่พ้น เพราะคนที่เป็นพิษ มีอยู่ทุกที่ ดังนั้น เมื่อเปลี่ยนหนีคนอื่น เปลี่ยนคนอื่นไม่ได้ เราก็ควรหันกลับมาเปลี่ยนตัวเองแทน และข้อสุดท้าย ต้องถามตัวเองว่า เราไม่ชอบงาน หรือไม่ชอบรูปแบบของงาน เช่นบางคนไม่ชอบงานเข้า 8 โมงเช้า เลิก 5 โมงเย็น อยากเป็นฟรีแลนซ์ อยากทำธุรกิจของตัวเองมากกว่า ซึ่งถ้าความไม่ชอบเกิดจากรูปแบบก็หมายความว่าต้องเปลี่ยนรูปแบบงานไม่ใช่เปลี่ยนงาน</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>2.คิดถึงภาพงานในฝันให้ชัดเจน</strong></span></p>
<p>เพื่อเป็นการทบทวนให้แน่ใจว่า งานที่ใช่สำหรับเราคืออะไร เราจึงควรคิดถึงงานในฝัน งานในอุดมคติของเราให้ชัด หลับตา ลองนึกภาพงานนั้น ว่าเห็นตัวเองกำลังทำอะไรอยู่บ้าง ทำงานรูปแบบไหน เป็นทีม หรือลุยเดี่ยว สภาพแวดล้อมบรรยากาศ<strong>การทำงาน</strong>เป็นอย่างไร ความรู้สึกที่ได้ทำงานแบบนั้น ในสภาวะแบบนั้นมันมีความสุขมากน้อยแค่ไหน ซึ่งยิ่งคิดภาพงานในฝันได้ชัดเท่าไร ก็จะตอบตัวเองได้ว่า งานที่ทำอยู่ปัจจุบันนั้นใช่หรือไม่ใช่ หรือมีอะไรที่ควรต้องปรับเปลี่ยนจริง ๆ กันแน่</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>3.มองหางานที่ใช่จริง ๆ สำหรับตัวเอง</strong></span></p>
<p>เมื่อภาพในหัว ความรู้สึกในใจเราชัดเจนแล้ว ให้ลองสำรวจดูว่า งานที่ใช่สำหรับเราจริง ๆ นั้น มันอยู่ตรงไหน อาจเริ่มต้นด้วยการสอบถาม ขอคำแนะนำจากคนใกล้ตัว โฟกัสในงาน ในรูปแบบ<strong>การทำงาน</strong>ที่อยากได้ แล้วเราจะมองเห็นว่า ที่ไหนมีงานแบบนั้นอยู่ หรือต้องปรับเปลี่ยนอย่างไร จึงจะได้ทำงานที่ใช่ได้ ซึ่งถึงแม้จะเป็นในช่วงเวลาวิกฤต ก็ยังมีโอกาสซ่อนอยู่เสมอ ขอเพียงแค่เราโฟกัส และมองหาแต่สิ่งที่ดีที่ใช่กับตัวเราเอง ตัวเราก็จะดึงดูดสิ่งดี ๆ เข้ามาเอง จักรวาลจะจัดสรรงานดี ๆ งานที่ใช่ มาให้เราในที่สุด</p>
<p>เมื่อรู้สึกว่าไม่ชอบงานที่ทำ รู้สึกว่างานที่ทำอยู่นั้นไม่ใช่ บางทีก็อาจไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป แต่เพียงแค่เพราะเรา “ไม่ชอบ” บางสิ่งบางอย่างในงานเท่านั้น ดังนั้น เราจึงไม่ควรด่วนสรุป ไม่ปล่อยใจไปตามอารมณ์ แต่ควรค่อย ๆ ถามตัวเองให้ดี เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่า ชอบอะไร ไม่ชอบอะไรกันแน่ แล้วค่อย ๆ ปรับเปลี่ยน ลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ทิ้งไป ให้เหลือแต่สิ่งดี ๆ เอาไว้ เพื่อสร้างชีวิต<strong>การทำงาน</strong>ที่ถูกใจเราให้ได้มากที่สุด</p>
<p>ซึ่งสิ่งสำคัญที่จะนำพาเราไปถึงจุดนั้นได้ ก็คือทัศนคติที่ดีในการใช้ชีวิต ที่ทุกวันไม่ควรลืมมองสิ่งดี ๆ ขอบคุณสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้ยิ้มให้ได้ทุกวัน ด้วยกำลังใจ และส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ไปให้กับคนรอบข้าง เพื่อดึงดูดสิ่งดี ๆ ที่ใช่เข้ามาใช้ชีวิต</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/work/">ทำอย่างไร เมื่อต้องทำงานที่ไม่ชอบ</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://panjitconsulting.com/work/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Work from Home อย่างไร ให้แจ้งเกิดเป็น Super Star ในองค์กร</title>
		<link>https://panjitconsulting.com/workfromhome/</link>
					<comments>https://panjitconsulting.com/workfromhome/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Aumnuay]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 31 Jul 2021 12:06:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Work Frome home]]></category>
		<category><![CDATA[การทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[ไวรัสโควิด 19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://panjit.co/?p=180</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในสถานการณ์ปัจจุบันที่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ยังคงรุนแรง การทำงานแบบ Work from Home ถือเป็นวิถีที่ทุกบริษัทต้องนำไปปรับใช้ ซึ่งพนักงานส่วนใหญ่ก็ติดใจอยากให้ทำงานที่บ้านแบบนี้ไปตลอด แต่สำหรับคนเป็นหัวหน้า หรือเจ้าของธุรกิจ จะมองว่าการทำงานแบบ Work from Home ไม่ทำให้เกิด Productivity ที่ดีพอต่อการขับเคลื่อนบริษัท ซึ่งด้วยเหตุนี้เอง จึงเป็นโอกาสของพนักงานทุกคนในการเติบโต โดยแนวทางการทำงานจากที่บ้านให้เกิด Productivity จนฉายแววแจ้งเกิดเป็น Super Star Work From Home ประจำองค์กรนั้น ทำได้ง่าย ๆ ดังต่อไปนี้ 1.Do Your Work ทำงานด้วยความตั้งใจ ด้วยเพราะการ Work from Home เป็นการทำงานแบบที่ไม่มีใครมาคอยกำกับ ไม่ต้องแต่งตัว ทำงานได้จากบนเตียงนอน และวนเวียนอยู่แต่กับห้องแคบ ๆ จึงทำให้เหนื่อย เบื่อ เซ็งล้า เกิดความขี้เกียจได้ง่าย ดังนั้น สิ่งสำคัญแรกสุดที่เราต้องทำให้ได้ เพื่อการจะแสดงความโดดเด่นที่แตกต่าง ก็คือ การปรับตัวให้ทำงานได้เหมือนเดิมแบบที่เราเคยทำปกติที่ออฟฟิศ ใส่ความตั้งใจลงไปในงาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/workfromhome/">Work from Home อย่างไร ให้แจ้งเกิดเป็น Super Star ในองค์กร</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ในสถานการณ์ปัจจุบันที่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด </span><span style="font-weight: 400;">19 </span><span style="font-weight: 400;">ยังคงรุนแรง การทำงานแบบ </span><strong>Work from Home </strong><span style="font-weight: 400;">ถือเป็นวิถีที่ทุกบริษัทต้องนำไปปรับใช้ ซึ่งพนักงานส่วนใหญ่ก็ติดใจอยากให้ทำงานที่บ้านแบบนี้ไปตลอด แต่สำหรับคนเป็นหัวหน้า หรือเจ้าของธุรกิจ จะมองว่าการทำงานแบบ </span><strong>Work from Home </strong><span style="font-weight: 400;">ไม่ทำให้เกิด </span><span style="font-weight: 400;">Productivity </span><span style="font-weight: 400;">ที่ดีพอต่อการขับเคลื่อนบริษัท</span> <span style="font-weight: 400;">ซึ่งด้วยเหตุนี้เอง จึงเป็นโอกาสของพนักงานทุกคนในการเติบโต โดยแนวทางการทำงานจากที่บ้านให้เกิด </span><span style="font-weight: 400;">Productivity </span><span style="font-weight: 400;">จนฉายแววแจ้งเกิดเป็น </span><strong>Super Star Work From Home</strong><span style="font-weight: 400;"> ประจำองค์กรนั้น ทำได้ง่าย ๆ ดังต่อไปนี้</span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><b>1.Do Your Work </b><b>ทำงานด้วยความตั้งใจ</b></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเพราะการ </span><strong>Work from Home </strong><span style="font-weight: 400;">เป็นการทำงานแบบที่ไม่มีใครมาคอยกำกับ ไม่ต้องแต่งตัว ทำงานได้จากบนเตียงนอน และวนเวียนอยู่แต่กับห้องแคบ ๆ จึงทำให้เหนื่อย เบื่อ เซ็งล้า เกิดความขี้เกียจได้ง่าย ดังนั้น สิ่งสำคัญแรกสุดที่เราต้องทำให้ได้ เพื่อการจะแสดงความโดดเด่นที่แตกต่าง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก็คือ การปรับตัวให้ทำงานได้เหมือนเดิมแบบที่เราเคยทำปกติที่ออฟฟิศ ใส่ความตั้งใจลงไปในงาน ไม่อ่อนไหวโอนอ่อนไปกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปแบบไร้กฎระเบียบ ซึ่งเมื่อเราคงความกระตือรือร้นในการทำงานได้เหมือนเดิม ในขณะที่พนักงานคนอื่นย่อหย่อนความตั้งใจในการทำงานลง การทำงานของเราก็จะโดดเด่นและถูกเห็นความตั้งใจได้ง่ายมากขึ้น</span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><b>2.จัดตารางการทำงานให้เป็นระเบียบ</b></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตารางงานในการคุยกับหัวหน้า ตารางงานที่ต้องประชุมงานกับลูกน้อง กับเพื่อนร่วมงาน และตารางการทำงานของตัวเองตามลำดับความสำคัญเร่งด่วนก่อนหลัง คือสิ่งที่ต้องเขียนกำหนดไว้อย่างชัดเจน เพราะการทำงานแบบ </span><span style="font-weight: 400;"><strong>Work from Home</strong> </span><span style="font-weight: 400;">ไม่มีใครคอยมากำกับ เราจึงต้องกำกับดูแลตัวเองเพื่อกระตุ้นให้เกิดการทำงานอย่างมีวินัยสม่ำเสมอ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ใช่เพียงแค่เข้าประชุมออนไลน์แล้วกล่าวทักทายสวัสดีบอกลาเฉย ๆ แต่เราต้องนำตารางงานที่ทำ มานำเสนอและดำเนินการตามกำหนดเวลาด้วย เช่น นัดเวลากับหัวหน้าให้ชัดเจนทุกวันพฤหัส บ่าย </span><span style="font-weight: 400;">3 </span><span style="font-weight: 400;">โมง ว่าจะเข้าอัพเดทการทำงานและนำเสนอแผน เป็นต้น การทำแบบนี้จะแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของเราที่มีต่องานอย่างเต็มที่</span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><b>3.รายงานผลลัพธ์ในการทำงานให้ทุกคนทราบ</b></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อกำหนดตารางการทำงานชัดเจนแล้ว เราต้องนำเสนอผลงาน และแผนงานให้ชัดเจนด้วย ให้ทุกคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวหน้าได้รับรู้ว่า เราทำอะไรบ้าง มีผลงานอะไรบ้าง  เช่น เราจัดไฟล์งานเรียบร้อยแล้ว เราทำข้อมูลนำเสนอส่งลูกค้าเรียบร้อยแล้ว เราเขียนแผนประหยัดงบประมาณให้บริษัทเสร็จแล้ว เราทำงบประมาณสำหรับโปรเจคที่ได้รับมอบหมายเรียบร้อยแล้ว เป็นต้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ เมื่อรายงานผลลัพธ์ของการทำงานให้ทราบแล้ว ก็ต้องไม่ลืมที่จะแจ้งให้ทราบด้วยว่า แผนงานขั้นต่อไปของเราคืออะไร จะทำอะไรอย่างไร กับใครต่อ และมีกำหนดระยะเวลาในการทำงานแล้วเสร็จเมื่อไร การรายงานผลลัพธ์และแผนงานอย่างต่อเนื่องเหล่านี้ จะแสดงถึงความตั้งใจ ความกระตือรือร้น แสดงให้เห็นว่าเราทำงานจริง มีความรับผิดชอบ มี</span><span style="font-weight: 400;"> Accountability</span><span style="font-weight: 400;"> ที่มุ่งมั่นจะทำงานให้ดีอย่างเต็มที่ แม้จะทำงานจากที่บ้านก็ตาม</span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><b>4.แสดงตัวตนอย่าหลบหลังกล้อง</b></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้คำกล่าวที่ว่า จงทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย ไม่มีใครอยากเห็นเราเด่นเกิน จะเป็นความจริงในวิถีการทำงาน แต่ถ้าเราต้องการเติบโตในอาชีพ เราก็จำเป็นต้องมีตัวตน และทำให้ทุกคนได้เห็นศักยภาพในตัวเราให้ได้มากที่สุด ซึ่งการทำงานแบบ </span><strong>Work from Home </strong><span style="font-weight: 400;">นั้น ทุกครั้งในการประชุมออนไลน์ คือโอกาสที่ดีที่สุด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น เราจึงควรเปิดกล้องวีดีโอทุกครั้ง พูดคุยทักทายสวัสดี ถามคำถาม ถามสารทุกข์สุขดิบทุกคน รวมถึงควรแสดงความคิดเห็น ไอเดีย นำเสนอผลงานและแผนงานต่าง ๆ ด้วย เพราะหากไม่พูด ไม่ออกกล้อง เราอาจกลายเป็นคนที่ถูกลืม และถูกมองว่าไม่มีผลงาน ไม่ตั้งใจทำงานได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งถ้าหัวหน้าไปตรวจสอบดูแล้วว่าเราได้รับผลตอบแทนสูงกว่าคนอื่น ที่แสดงตัวตนแสดงผลงานได้โดดเด่นมากกว่า ก็มีโอกาสถูกพิจารณาให้ออกได้ ถ้าบริษัทตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่</span> <span style="font-weight: 400;">หรือในแง่ของการประเมิน เราก็จะถูกประเมินต่ำกว่าเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ที่แสดงตัวตนและผลงานของเขาได้อย่างชัดเจนมากกว่า</span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><b>5.เรียนรู้มารยาทในการประชุมออนไลน์</b></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถือเป็นเรื่องสำคัญขั้นพื้นฐานที่ต้องเรียนรู้ โดยเราต้องรู้จักเลือกเสื้อผ้า แต่งกายให้เหมาะสม ต้องรู้จักการมองไปที่กล้อง การวางตัว การจัดพื้นที่ห้องในการประชุมออนไลน์ให้มีความเรียบร้อย รู้กาลเทศะ ที่สำคัญคือ ต้องจัดการเสียงดังรบกวนแวดล้อม หรือ </span><span style="font-weight: 400;">Background Noise </span><span style="font-weight: 400;">ให้ดี ไม่ให้เวลาที่ประชุมพูด หรือเวลาที่เรานำเสนองาน ไม่มีเสียงดังรบกวนเข้าไปในที่ประชุม </span><span style="font-weight: 400;">ซึ่งมารยาทต่าง ๆ เหล่านี้ ถ้าเราดูแลใส่ใจอย่างดี ก็จะส่งผลทำให้ภาพลักษณ์ของเราดูดี ดูน่าประทับใจแก่ทุกคนที่พบเห็นและได้ร่วมงานกับเรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะเป็นในช่วงเวลาที่ย่ำแย่ แต่ก็ยังมีโอกาสดี ๆ ซ่อนอยู่เสมอ </span><span style="font-weight: 400;">5 </span><span style="font-weight: 400;">แนวทางการทำงานในช่วง </span><span style="font-weight: 400;"><strong>Work from Home</strong> </span><span style="font-weight: 400;">นี้ ถือเป็นวิถีการทำงานธรรมดา ๆ ที่หลายคนมองข้ามไป ไม่ให้ความสำคัญ แต่ถ้าหากเรานำมาประยุกต์ปฏิบัติปรับใช้อย่างสม่ำเสมอแล้วล่ะก็ จะช่วยผลักดันตัวเราให้โดดเด่น และกลายเป็นพนักงานที่มุ่งมั่นตั้งใจมากขึ้นได้ในสายตาของหัวหน้าและทุกคน ซึ่งจะช่วยให้มีโอกาสเติบโต แจ้งเกิดในสายอาชีพได้มากขึ้น แม้จะเป็นช่วงที่อยู่ในสถานการณ์วิกฤตก็ตาม</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/workfromhome/">Work from Home อย่างไร ให้แจ้งเกิดเป็น Super Star ในองค์กร</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://panjitconsulting.com/workfromhome/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำงานบริษัทฝรั่งให้ได้ดี  ต้องมี Accountability สูง</title>
		<link>https://panjitconsulting.com/accountability/</link>
					<comments>https://panjitconsulting.com/accountability/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Aumnuay]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 31 Jul 2021 00:00:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Accountability]]></category>
		<category><![CDATA[การทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทฝรั่ง]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://panjit.co/?p=200</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัฒนธรรมการทำงานของบริษัทฝรั่ง หรือ บริษัทนานาชาตินั้น จะแตกต่างกับการทำงานแบบไทย ๆ  อยู่พอสมควร ซึ่งหากเราต้องการประสบความสำเร็จ เติบโตในบริษัทต่างชาติ ก็ต้องเข้าใจรูปแบบวิธีคิดในการทำงานของเขาให้ได้มากที่สุดด้วย โดย Accountability คือหนึ่งสิ่งสำคัญที่จะขาดไม่ได้เลยค่ะ Accountability จริง ๆ แล้วไม่ได้มีคำแปลในภาษาที่ถูกต้องเป๊ะ ๆ แต่หากจะหาคำที่มีความหมายใกล้เคียงที่สุดก็น่าจะเป็น “ความรับผิดชอบ” แต่สำหรับฝรั่งนั้น เขาจะให้ความหมายที่ลึกซึ้งกว่า แตกต่างจากสิ่งที่เป็นความรับผิดชอบในบ้านเรา คือ มันหมายถึงความเชื่อมั่นได้ การให้คำสัญญา การที่เขาไว้วางใจเราได้ ว่าเราจะไม่ปัดความรับผิดชอบ ดังนั้น เขาจะเห็น Accountability ในตัวเราได้ ก็ต่อเมื่อเขาได้ถามเราอย่างละเอียด และเราได้แสดงออกให้เห็นแล้วว่า เราเข้าใจงานอย่างถ่องแท้ มีวิธีการทำงานที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม วัดผลได้ ซึ่งในกระบวนการพิสูจน์ Accountability ในตัวเรานี่แหละค่ะ ที่อาจทำให้หลาย ๆ คนหมดกำลังใจ จนยอมแพ้ พาลให้ไม่อยากทำงานกับฝรั่งอีกเลย ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดคือ เวลาที่พรีเซ็นต์งานในบริษัทฝรั่ง เราจะเจอคำถามอยู่เรื่อย ๆ ว่า ทำไมต้องทำแบบนั้น ทำไปต้องเป็นแบบนี้ ทุกคนจะจู่โจมเราแบบไม่มีเพื่อนฝูง พี่น้อง ไม่ไว้หน้า และไม่เกรงใจกัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/accountability/">ทำงานบริษัทฝรั่งให้ได้ดี  ต้องมี Accountability สูง</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วัฒนธรรมการทำงานของบริษัทฝรั่ง หรือ บริษัทนานาชาตินั้น จะแตกต่างกับการทำงานแบบไทย ๆ  อยู่พอสมควร ซึ่งหากเราต้องการประสบความสำเร็จ เติบโตในบริษัทต่างชาติ ก็ต้องเข้าใจรูปแบบวิธีคิดในการทำงานของเขาให้ได้มากที่สุดด้วย โดย <strong>Accountability </strong>คือหนึ่งสิ่งสำคัญที่จะขาดไม่ได้เลยค่ะ</p>
<p><strong>Accountability</strong> จริง ๆ แล้วไม่ได้มีคำแปลในภาษาที่ถูกต้องเป๊ะ ๆ แต่หากจะหาคำที่มีความหมายใกล้เคียงที่สุดก็น่าจะเป็น “ความรับผิดชอบ” แต่สำหรับฝรั่งนั้น เขาจะให้ความหมายที่ลึกซึ้งกว่า แตกต่างจากสิ่งที่เป็นความรับผิดชอบในบ้านเรา คือ มันหมายถึงความเชื่อมั่นได้ การให้คำสัญญา การที่เขาไว้วางใจเราได้ ว่าเราจะไม่ปัดความรับผิดชอบ</p>
<p>ดังนั้น เขาจะเห็น <strong>Accountability </strong>ในตัวเราได้ ก็ต่อเมื่อเขาได้ถามเราอย่างละเอียด และเราได้แสดงออกให้เห็นแล้วว่า เราเข้าใจงานอย่างถ่องแท้ มีวิธีการทำงานที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม วัดผลได้ ซึ่งในกระบวนการพิสูจน์ <strong>Accountability</strong> ในตัวเรานี่แหละค่ะ ที่อาจทำให้หลาย ๆ คนหมดกำลังใจ จนยอมแพ้ พาลให้ไม่อยากทำงานกับฝรั่งอีกเลย</p>
<p>ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดคือ เวลาที่พรีเซ็นต์งานในบริษัทฝรั่ง เราจะเจอคำถามอยู่เรื่อย ๆ ว่า ทำไมต้องทำแบบนั้น ทำไปต้องเป็นแบบนี้ ทุกคนจะจู่โจมเราแบบไม่มีเพื่อนฝูง พี่น้อง ไม่ไว้หน้า และไม่เกรงใจกัน ซึ่งแรก ๆ ที่พี่เจอก็รู้สึกเหมือนกันค่ะว่า เพราะพี่ไม่ดีพอหรือเปล่า ทำอะไรผิดหรือเปล่า ทำไมถึงดุดัน บึ้งตึง เคร่งเครียด ไม่ยิ้มแย้ม ไม่เป็นมิตร และทำเหมือนเราทำไม่ถูกเลยสักอย่าง แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่ว่าเขาตั้งแง่ กีดกัน หรือมองว่าเราไม่เก่งค่ะ</p>
<p>แต่เพราะเขาต้องการเข้าใจจริง ๆ และต้องการมั่นใจได้ว่า เราเองนั้นก็เข้าใจในงานที่ทำจริง เพื่อให้เขาไว้ใจเราได้ ว่าเราจะรับผิดชอบงานได้นั่นเอง การทำงานในบริษัทต่างชาติ เราต้องเคลียร์ใจให้ชัดเลยค่ะว่า เวลาที่เพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้า ไม่ยิ้มให้เรา ยิงคำถามใส่เราแบบเคร่งเครียด ดุด่าเราอย่างรุนแรง โจมตีเราในที่ประชุมแบบรัว ๆ นั้น ไม่ได้หมายความว่า เขาไม่ชอบเรา หรือตัดสินว่าเราไม่เก่ง</p>
<p>แต่เพราะนั่นคือ การทำงาน เพราะเขาต้องการความเชื่อมั่น ต้องการเห็น <strong>Accountability</strong> ในตัวเรา ไม่ได้มีเรื่องความรู้สึกส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะเมื่อออกจากห้องประชุม เมื่อเสร็จสิ้นจากเรื่องงาน ทุกอย่างก็จะกลับเป็นปกติ ทุกคนจะพูดคุย ยิ้มแย้ม เป็นเพื่อน เป็นพี่น้องกับเราได้เหมือนเดิม</p>
<p>ซึ่งจะแตกต่างจากมุมมองของคนไทย ที่หากพูดไม่ดีต่อกันแล้ว ก็มักหมางใจกันไปเลย ดังนั้น เราจึงต้องใช้เป็นมุมมองในการทำงานกับฝรั่ง เพื่อให้มีกำลังใจ และมีไฟที่จะทำงานร่วมกับเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนทำให้เราเติบโตก้าวหน้าและประสบความสำเร็จได้ในที่สุดค่ะ</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/accountability/">ทำงานบริษัทฝรั่งให้ได้ดี  ต้องมี Accountability สูง</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://panjitconsulting.com/accountability/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ธุรกิจและคนทำงาน  รับมืออย่างไรดีกับสถานการณ์โควิด</title>
		<link>https://panjitconsulting.com/covid19/</link>
					<comments>https://panjitconsulting.com/covid19/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Aumnuay]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Jul 2021 12:13:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[New Normal]]></category>
		<category><![CDATA[Work From Home]]></category>
		<category><![CDATA[การทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[ไวรัสโควิด 19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://panjit.co/?p=203</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไม่มีใครรู้ได้แน่ชัดว่า สถานการณ์โควิดจะสิ้นสุดลงเมื่อไร แต่ที่รู้แน่ ๆ ก็คือการดำเนินชีวิตของเราทุกคนจะเปลี่ยนแปลงไป ทั้งคนทำงาน และคนทำธุรกิจ จะเกิด Fundamental Shift หรือการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่รากฐาน ที่เราต้องเตรียมตัว เตรียมใจ และวางแผนปรับตัวเพื่อให้อยู่รอด ซึ่งควรให้ความสำคัญทั้งในระยะสั้น และระยะยาว แผนระยะสั้น เราจะต้องเรียนรู้ในสิ่งที่โลก ธุรกิจ และสังคมต้องการ เมื่อโลกเข้าสู่ยุคสมัยของ Digital Economy เราก็จำเป็นต้องเรียนรู้ทักษะจำเป็นสำหรับโลกยุคดิจิตอล ศึกษากลไกและความเป็นไปว่าอะไรคือสิ่งสำคัญสำหรับยุคนี้ วิถีการทำงาน วิถีการธุรกิจ จะต้องอาศัยความรู้ด้านดิจิตอลเข้าไปรองรับ เพื่อให้สอดรับกับความเป็นไปของโลก แผนระยะยาว ต้องอาศัยความยืดหยุ่น หรือ Resilience อย่างมาก คือเราต้องไม่ยึดติดอยู่กับอะไรเดิม ๆ ที่แม้จะเคยได้ผล อย่างที่เห็นกันว่า โรงแรม ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า โรงงานอุตสาหกรรม ฯลฯ ทุกธุรกิจมีการนำเทคโนโลยีไร้สัมผัส หรือ Zero Touch Technology เข้ามาใช้ มีการเน้นบริการออนไลน์ และบริการเดลิเวอรี่มากขึ้น หลาย ๆ ออฟฟิศปรับตัวสู่การทำงานแบบ Work [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/covid19/">ธุรกิจและคนทำงาน  รับมืออย่างไรดีกับสถานการณ์โควิด</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ไม่มีใครรู้ได้แน่ชัดว่า สถานการณ์โควิดจะสิ้นสุดลงเมื่อไร แต่ที่รู้แน่ ๆ ก็คือการดำเนินชีวิตของเราทุกคนจะเปลี่ยนแปลงไป ทั้งคนทำงาน และคนทำธุรกิจ จะเกิด <strong>Fundamental Shift</strong> หรือการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่รากฐาน ที่เราต้องเตรียมตัว เตรียมใจ และวางแผนปรับตัวเพื่อให้อยู่รอด ซึ่งควรให้ความสำคัญทั้งในระยะสั้น และระยะยาว</p>
<p><strong><span style="color: #ff0000;">แผนระยะสั้น</span> </strong></p>
<p>เราจะต้องเรียนรู้ในสิ่งที่โลก ธุรกิจ และสังคมต้องการ เมื่อโลกเข้าสู่ยุคสมัยของ <strong>Digital Economy</strong> เราก็จำเป็นต้องเรียนรู้ทักษะจำเป็นสำหรับโลกยุคดิจิตอล ศึกษากลไกและความเป็นไปว่าอะไรคือสิ่งสำคัญสำหรับยุคนี้ วิถีการทำงาน วิถีการธุรกิจ จะต้องอาศัยความรู้ด้านดิจิตอลเข้าไปรองรับ เพื่อให้สอดรับกับความเป็นไปของโลก</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>แผนระยะยาว</strong></span></p>
<p>ต้องอาศัยความยืดหยุ่น หรือ Resilience อย่างมาก คือเราต้องไม่ยึดติดอยู่กับอะไรเดิม ๆ ที่แม้จะเคยได้ผล อย่างที่เห็นกันว่า โรงแรม ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า โรงงานอุตสาหกรรม ฯลฯ ทุกธุรกิจมีการนำเทคโนโลยีไร้สัมผัส หรือ <strong>Zero Touch Technology</strong> เข้ามาใช้ มีการเน้นบริการออนไลน์ และบริการเดลิเวอรี่มากขึ้น</p>
<p>หลาย ๆ ออฟฟิศปรับตัวสู่การทำงานแบบ <strong>Work From Home</strong> หรือบางออฟฟิศ ก็ปรับที่นั่งภายในให้เป็นแบบ Hot Seat ปรับเปลี่ยนหมุนเวียนสลับกันใช้งานให้ได้มากที่สุด เพื่อลดการใช้งานพื้นที่ ฯลฯ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ต้องวางแผนระยะยาว ว่าจะปรับเปลี่ยนอย่างไรบ้าง อะไรควรเปลี่ยนก่อน เปลี่ยนหลัง เพื่อให้เกิดการปรับตัวที่เท่าทันกับยุคสมัยให้ได้มากที่สุด</p>
<p>อย่างไรก็ตาม แผนการปรับตัวไม่ว่าจะในระยะสั้นหรือยาว จะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยต้องอาศัยการประยุกต์ใช้ Adaptive Mind set คือเราต้องมี Mind Set ที่พร้อมจะปรับปรุง เปลี่ยนแปลงตัวเองไปตามสถานการณ์ของโลก เพราะตราบที่ใจเราไม่เปิดรับ ไม่ยอมเปลี่ยน ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเห็นทางออกของปัญหาที่เจอ</p>
<p>ซึ่ง “แรงใจ” ของเรานั้น คือสิ่งสำคัญที่สุด เราจึงต้องดูแลใจตัวเองให้ดี ให้เข็มแข็ง ให้ยังมีไฟอยู่เสมอ ในขณะเดียวกันสำหรับธุรกิจ ก็ต้องให้ความสำคัญกับการดูแลคนทำงานให้มาก เพราะถ้าคนทำงานมีใจ ก็จะมีแรงต่อสู้กับทุกปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>The post <a href="https://panjitconsulting.com/covid19/">ธุรกิจและคนทำงาน  รับมืออย่างไรดีกับสถานการณ์โควิด</a> appeared first on <a href="https://panjitconsulting.com">Panjit Consulting</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://panjitconsulting.com/covid19/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
